โดยรายงานจาก Yum! Brands บริษัทแม่ของ KFC ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 ได้มีการปิดสาขา KFC ในสหรัฐฯ ไป 161 แห่ง และในรายงานไตรมาสแรกของปี 2026 ได้ปิดเพิ่มอีก 46 แห่ง รวมเป็นการปิดสาขา 207 แห่ง
แม้ตัวเลขการปิดสาขาในสหรัฐฯ ของ KFC จะดูน่าตกใจ แต่นักวิเคราะห์มองว่า การปิดสาขาจำนวนมากของแบรนด์ใหญ่ไม่ได้มาจากภาวะธุรกิจถดถอย ทว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ให้บริษัทสามารถจัดสรรเงินทุน การบริหารจัดการ งบการตลาดไปทุ่มในสาขาที่มีศักยภาพและในตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่า
เพราะสิ่งที่น่าสนใจคือ KFC ได้เปิดสาขาใหม่ในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 2,971 แห่งในปี 2025 และเปิดเพิ่มอีก 643 สาขาในปี 2026 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า KFC กำลัง ‘ปรับพอร์ต’ เพื่อทุ่มงบเจาะตลาดต่างประเทศที่เติบโตแรงกว่า
และชัดเจนเมื่อมาดูยอดขาย โดยในปี 2025 KFC ทำยอดขายไปได้ 36,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 34,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 แม้ภาพรวมยอดขายจะเติบโต แต่ที่น่าสังเกตคือยอดขายจากสหรัฐฯ มีสัดส่วนเพียง 13% ของยอดขายทั้งหมด และปรับตัวลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่ตลาดอื่นทั่วโลกเติบโตขึ้นทั้งหมด ได้แก่ จีน +6%, ยุโรป +5%, เอเชีย +9%, ละตินอเมริกา +12%, สหราชอาณาจักร +7%, ออสเตรเลีย+3%, ตะวันออกกลาง / ตุรกี / แอฟริกาเหนือ +8%,แอฟริกา +10%, แคนาดา +7% และอินเดีย+9%
นิตยสาร Nation's Restaurant News ระบุว่า เส้นทางกลับสู่ความเป็นผู้นำในสหรัฐฯ ของ KFC อาจจะต้องผ่านขวากหนามอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ KFC ในระดับโลกจะช่วยให้แบรนด์มีไอเดียใหม่ๆ มาจุดกระแสยอดขายได้
Scott Mezvinsky ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KFC Global ของ Yum! Brands กล่าวว่า KFC ในสหรัฐฯ เติบโตมาจากเมนูไก่ติดกระดูกเป็นหลัก แต่ในยุโรปผู้บริโภคแทบไม่รู้จักไก่ทอดติดกระดูกเลยด้วยซ้ำ แบรนด์จึงสามารถพัฒนาขึ้นมาด้วยไก่ที่รสชาติดีที่สุดในรูปแบบที่ทันสมัยกว่า
นอกจากนี้เขายังมองว่า แม้ปัจจุบัน KFC จะมีร้านอยู่ราว 34,000 แห่งทั่วโลก แต่สามารถขยายไปได้ไกลถึง 75,000 แห่ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การปรับพอร์ตของ KFC ที่ต้องการบุกไปในตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่า
สำหรับกระแสข่าวที่ทาง Bloomberg รายงานว่า ไทยเบฟกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจ KFC ในไทยนั้น ทางนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เป็นตามกลยุทธ์ที่มีความเป็นไปได้หลายอย่าง
เช่น ต้องการขายสินทรัพย์บางส่วน เพื่อจัดพอร์ตธุรกิจให้เหมาะสม เพราะแม้ KFC จะทำกำไร แต่ไทยเบฟยังมีธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ อีกมากมาย หรือต้องการเงินสดที่คาดว่า จะได้จำนวนมหาศาลไปลงทุนธุรกิจอื่น ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ทางไทยเบฟไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด
.
ที่มา
.
.