รายงานจากผู้ที่เกี่ยวข้องระบุว่า กลุ่มคิง เพาเวอร์ (King Power) ของประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและค้าปลีกที่เป็นเจ้าของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City) มานานกว่า 15 ปี ได้ว่าจ้าง Citigroup เพื่อเริ่มหยั่งเชิงและหาผู้ซื้อที่สนใจแล้ว
โดยนับตั้งแต่ที่ เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งคิง เพาเวอร์ ได้เข้าซื้อสโมสรในปี 2010 เลสเตอร์ก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้ในปี 2014 และในอีก 2 ปีต่อมา พวกเขาก็ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้อย่างเหลือเชื่อ
อย่างไรก็ตาม หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เลสเตอร์ซิตี้ก็เริ่มมีผลงานที่ย่ำแย่ลงอย่างหนัก จนทำให้สโมสรต้องตกชั้นสู่แชมเปียนชิพในปี 2023 ก่อนจะฮึดกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้เพียงฤดูกาลเดียว และต้องตกชั้นซ้ำอีกครั้งในปี 2025
สโมสรเริ่มถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานควบคุมเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ สโมสรถูกลงโทษตัด 6 คะแนนจากการละเมิดกฎเกณฑ์การเงินของฟุตบอลอังกฤษที่จำกัดยอดการขาดทุนของสโมสร และลงเอยด้วยการตกชั้นไปสู่ ลีกวัน (League One) ซึ่งเป็นลีกระดับสามของอังกฤษในท้ายที่สุด
รายงานบัญชีการเงินที่เปิดเผยในปีนี้ระบุว่า เลสเตอร์ ขาดทุนสูงถึง 71.1 ล้านปอนด์ ในช่วงฤดูกาล 2024-25 แม้จะได้เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกที่ช่วยเพิ่มรายได้มหาศาลจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและช่องทางอื่น ๆ ก็ตาม โดยเมื่อปีที่แล้ว เจ้าของสโมสรได้ทำการปลดหนี้เงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นจำนวน 124 ล้านปอนด์ โดยแปลงหนี้ดังกล่าวให้กลายเป็นทุน (equity)
ภายใต้การบริหารของเจ้าของปัจจุบัน เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ย้ายไปใช้ศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ที่ทันสมัย และเคยมีแผนจะขยายความจุสนามแข่งขันเป็น 40,000 ที่นั่ง แต่แผนการดังกล่าวต้องถูกระงับไว้ก่อน
ขณะเดียวกัน ธุรกิจหลักของคิง เพาเวอร์ ก็ได้รับผลกระทบหนักจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยหลังยุคโรคระบาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ตกลงที่จะเจรจาต่อรองสัญญาการให้สิทธิเสนอขายสินค้าDuty Free และพื้นที่เชิงพาณิชย์ใหม่กับทางบริษัท
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน Citigroup และสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ รวมถึง คิง เพาเวอร์ ที่ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้