Strategic Move

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยฮอต! ทุนใหญ่ไทย-จีน ยึดทำเลทอง จับตาโจทย์ "น้ำ-ไฟ" ตัวแปรปิดดีลลงทุน

DATACENTER-01.jpg

กระแสการลงทุน Data Center ในประเทศไทยกำลังร้อนแรง หลังไทยกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย

ประภาพร บุญขจรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาวิลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงปี 2567-2569 มีแผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จำนวน 57 โครงการ มูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านบาท และได้รับการอนุมัติแล้ว 25 โครงการ มูลค่า 3.6 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดของตลาดไม่ได้อยู่ที่ "ราคาที่ดิน" อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทำเลที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบ ทั้ง ไฟฟ้ากำลังสูง น้ำเพียงพอ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และความเสี่ยงน้ำท่วมต่ำ ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของผู้เล่นระดับโลก

ประภาพร บุญขจรกุล(1).jpg

ตลาดคึกคัก แต่ปิดดีลจริงไม่ง่าย

แม้จะมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาหาพื้นที่จำนวนมาก แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ที่สามารถเดินหน้าสู่การลงทุนจริงมีเพียงส่วนน้อย

จากข้อมูลลูกค้าของซาวิลส์ พบว่า ทุก ๆ ผู้สนใจประมาณ 10 ราย จะเหลือเพียง 4-5 ราย ที่เดินหน้าศึกษาโครงการอย่างจริงจัง ส่วนที่เหลือเป็นการสำรวจตลาดและประเมินความเป็นไปได้

กลุ่มที่สามารถปิดดีลได้ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการระดับ Hyperscale หรือผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ ที่มีความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงถึง 150-300 เมกะวัตต์ (MW) ต่อโครงการ

กระบวนการคัดเลือกพื้นที่ใช้เวลานานหลายเดือนถึงเป็นหลักปี เนื่องจากต้องผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และการตรวจสอบพื้นที่ (Due Diligence) อย่างละเอียด อาทิ

  • การกำหนดให้พื้นที่ต้องมีทางเข้า-ออกอย่างน้อย 2 เส้นทาง เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน
  • การตรวจสอบสถิติน้ำท่วมย้อนหลัง 100 ปี ไปจนถึงการวิเคราะห์คุณภาพดินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
"โครงการที่ผ่านแล้ว ทั้งของไทยและจีน เตรียมลงเสาเข็มปี 2570 มีสเกลใหญ่มูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดนี้แม้ปิดดีลยาก แต่เม็ดเงินลงทุนต่อโครงการอยู่ในระดับสูงมาก"
ดาต้าเซ็นเตอร์

ทำเล EEC เนื้อหอม ผู้ลงทุนไม่เกี่ยงราคา หากโครงสร้างพื้นฐานครบ

ทั้งนี้ ความต้องการซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 50-100 ไร่ โดยผู้ลงทุนพร้อมจ่ายในระดับ 8-12 ล้านบาทต่อไร่ หากพื้นที่สามารถตอบโจทย์ด้านสาธารณูปโภคได้ครบถ้วน

พื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น "EEC" โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและระยอง เนื่องจากมีระบบไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนขนาดใหญ่

รองลงมาเป็น "สมุทรปราการ" ทำเลยอดนิยมของทั้งนักลงทุนไทยและจีน จากความได้เปรียบด้านการเดินทางและการเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ

ส่วนจังหวัดอื่น ๆ น่าจับตาด้วยจุดแข็งความพร้อมด้านสาธารณูปโภค เช่น

-"พระนครศรีอยุธยา" มีความพร้อมน้ำไฟ และบางพื้นที่อย่างอำเภออุทัยจะมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างกำแพงกันน้ำสูง 7 เมตร และไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่โครงการ แต่ผู้ลงทุนบางส่วนยังคงกังวลต่อภาพจำของมหาอุทกภัยในอดีต (ปี 2554)

-"สระบุรี และ ราชบุรี" เริ่มถูกจับตามองมากขึ้นจากข้อได้เปรียบในการอยู่ใกล้แหล่งผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะราชบุรีที่เริ่มเห็นกลุ่มทุนท้องถิ่นเข้ามาจับจองพื้นที่

-"ขอนแก่น" เริ่มมีผู้พัฒนาไทยรายกลางและรายย่อยเข้ามาศึกษาการลงทุนมากขึ้น

dimly-lit-facility-running-deep-learning-platforms-neural-networks-training.jpg

ศึกแย่ง "ไฟ-น้ำ" ความท้าทายใหญ่ของตลาด

แม้ความต้องการลงทุนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดสำคัญของตลาดกลับอยู่ที่การเข้าถึงทรัพยากรด้านพลังงานไฟฟ้าและน้ำ

ปัจจุบันเกิดการแข่งขันในการจองสิทธิ์ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยกำลังไฟฟ้าระดับ 150 MW ในบางพื้นที่ถูกจับจองโดยผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย ส่งผลให้ผู้ลงทุนรายใหม่ต้องเผชิญข้อจำกัดในการหาพื้นที่ที่สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากได้ทันที

ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center จึงขึ้นอยู่กับบทบาทของภาครัฐในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า การบริหารจัดสรรแหล่งน้ำ และการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับความต้องการของผู้ลงทุนในระยะยาว

กลุ่มพลังงาน-นิคมฯ ปรับเกม รับคลื่นลงทุนดิจิทัล

ความร้อนแรงของตลาดยังทำให้กลุ่มทุนพลังงานและผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลายรายเริ่มหันมาศึกษาและขยายการลงทุนในธุรกิจ Data Center มากขึ้น

แม้หลายบริษัทจะมีแลนด์แบงก์รองรับการพัฒนาโครงการ แต่ยังขาดองค์ความรู้เฉพาะด้าน จึงเลือกใช้แนวทางร่วมทุน (JV) กับพันธมิตร หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Center เข้ามาเป็นที่ปรึกษาและบริหารโครงการ

นิคม

"น้ำ-ไฟ-เน็ต-ไม่ท่วม" คือสูตรสำเร็จดึงนักลงทุน

แม้การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น แต่ภาพรวมตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากกลุ่มทุนที่มีฐานอยู่ในสิงคโปร์และยุโรป ซึ่งมองประเทศไทยเป็นฐานสำคัญของการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอาเซียน

โจทย์สำคัญในระยะต่อไปจึงไม่ใช่การหาที่ดินราคาถูก แต่เป็นการสร้างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานให้ครบทั้ง ไฟฟ้า น้ำ ระบบอินเทอร์เน็ต และการป้องกันน้ำท่วม ควบคู่กับนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะหากทุกองค์ประกอบตอบโจทย์ นักลงทุนระดับโลกก็พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงการได้ทันที

data-center-with-server-racks-corridor-room-3d-render-digital-data-cloud-technology.jpg