'พิมพ์พิชา อุตสาหจิต' กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป เล่าว่า ในอดีตคาแรกเตอร์ไทยเคยเป็นเพียง ‘ตัวประกอบ’ ทำหน้าที่แค่ประดับสินค้า หรือสร้างสีสันตอนออกงานอีเวนท์ และประเทศไทยอาจไม่ใช่ชื่อแรกๆ ที่คนนึกถึง เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่มีดิสนีย์ หรือญี่ปุ่น ที่โดดเด่นเรื่องนี้มานาน
แต่วันนี้ภาพเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยปัจจุบันคาแรคเตอร์ไทยมีการเติบโตเป็นอย่างมาก จากการปรับเปลี่ยนสถานะของคาแรคเตอร์ให้กลายเป็น Pop Star ที่มีชีวิต มีเรื่องราว และมีแฟนด้อมหรือเหล่าแฟนคลับที่เหนียวแน่นของตัวเอง พร้อมทุ่มเทให้ไม่ต่างจากศิลปิน ไอดอล หรือดาราที่เป็นมนุษย์
โดยนอกจากสินค้าเมอร์ชัลไดร์แล้ว ยังสามารถจัดอีเวนท์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น แฟนมีต, คอนเสิร์ต, งานโชว์ตัว และมีช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อพูดคุยสื่อสารกับเหล่าแฟนด้อม
เคสความสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจน อย่างกรณีหมีเนย หรือกลุ่มคาแรคเตอร์จาก GMM TV ที่มีฐานแฟนคลับต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะในตลาดจีน
นอกจากนี้ คาแรกเตอร์ไทยยังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อไปร่วมในเวทีระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับ Cultural IP ของนักสร้างสรรค์อย่าง Creative Expo Taiwan , Hong Kong Licensing Show ฯลฯ
รวมถึงความสำเร็จ Character Fest Thailand มหกรรมที่รวบรวมเหล่าคาแรกเตอร์เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 600,000 คน และปีนี้ได้ยกระดับให้เป็นเทศกาล Pop Culture ระดับประเทศ เพื่อเป็นเวทีผลักดันให้อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ไทย ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับครีเอเตอร์และแบรนด์ต่างๆ ในอนาคต
สำหรับเสน่ห์สำคัญที่ทำให้คาแรกเตอร์ไทยเติบโต และเป็นขวัญใจของเหล่าแฟนด้อมทั้งในและต่างประเทศ หลัก ๆ ได้แก่
1.อารมณ์ขันแบบไทยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ใน DNA และความนึกคิดสร้างสรรค์ของคนไทยโดยธรรมชาติ ถือเป็น ‘ทุนทางปัญญา’ ในการสร้างสรรค์ที่แตกต่าง
2.เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง ไม่มีพิธีรีรองหรือกฎข้อบังคับเหมือนคาแรกเตอร์ชาติอื่น ยกตัวอย่างญี่ปุ่น ทำให้แฟนคลับรู้สึกใกล้ชิด มีส่วนร่วมกับการเติบโตและยินดีจ่ายเงินสนับสนุน
3.ความสามารถในการต่อยอดเชิงธุรกิจที่หลากหลาย โดยคาแรกเตอร์เป็นสื่อที่สามารถนำไปสร้างรายได้ในหลายรูปแบบทั้งการทำสินค้า (Merchandise), การจัดอีเวนท์, การแสดงโชว์, สื่อออนไลน์ หรือการทำ Collaboration ร่วมกับแบรนด์อื่นๆ สำหรับเข้าถึงอุตสาหกรรมที่หลากหลาย
แม้ศักยภาพของคาแรกเตอร์ไทยจะมีศักยภาพไปได้ไกล แต่สิ่งที่อุตสาหกรรมนี้ยังขาด คือ Ecosystem รองรับที่แข็งแรงและการสนับสนุนจากภาครัฐที่ต่อเนื่อง
พิมพ์พิชายกตัวอย่างให้เห็นภาพ อย่างกระแสฟีเวอร์ของ K-Pop ก็เกิดจากรัฐบาลเกาหลีหนุนหลังอย่างเป็นระบบ อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ไทยก็ต้องการกลไกความร่วมมือแบบนั้นเช่นกัน อาจจะผ่านกระทรวงวัฒนธรรมหรือสถานทูต
เพราะเธอเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของคาแรกเตอร์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก เมื่อนำมารวมกับการมี Ecosystem ที่แข็งแรง คาแรกเตอร์ไทยจะสามารถเติบโตเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนแน่นอน