เซ็นทรัล – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 25 Mar 2026 11:35:32 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สรุปแผน “เซ็นทรัล” รีโนเวต-ปั้นเมกะโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส 5 ปี มูลค่าลงทุน 1.1 แสนล้านบาท https://positioningmag.com/1566165 Wed, 25 Mar 2026 09:00:10 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566165 เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดแผนระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2573) ลงทุนรวม 110,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสครบ 33 แห่งภายในปี 2573

เมืองมิกซ์ยูส 750 ไร่ ย่านรังสิต

โครงการไฮไลต์ใหญ่สุดเท่าที่เคยทำมา คือ การปั้นเมืองมิกซ์ยูส ย่านรังสิต (ยังไม่เคาะชื่อ) จำนวน 750 ไร่ (บนที่ดินเก่าของไทยเมล่อน) โดยภายในโครงการประกอบด้วย

  • ศูนย์การค้า ระดับ Super Regional Mall เหมือนเซ็นทรัลเวสต์เกต
  • ที่อยู่อาศัย มีทั้งแนวราบและแนวสูง (คอนโดมิเนียม)
  • ออฟฟิศ
  • ส่วนกลางพื้นที่สีเขียว ดึงคนมาใช้ชีวิตที่นี่ เพราะตั้งเป้า ‘สร้างเมืองในโครงการ’
พื้นที่โครงการมิกซ์ยูสเซ็นทรัลรังสิต จำนวน 750 ไร่

ปัจจุบันกำลังทำมาสเตอร์แพลน และโครงการนี้จะมีพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมลงทุนด้วย

“โครงการตรงรังสิตนี้ เราใช้ The Masterplanner พัฒนาเมืองด้วยโครงการ Mega Scale ยึดหลักมาตรฐานเมืองน่าอยู่ติดอันดับโลก เช่น สิงคโปร์, โตเกียว หรือโคเปนเฮเกน”

เบื้องต้น คาดว่าภายใน 5 ปีนี้ จะได้เห็น “เฟส 1” ของโครงการนี้ แต่ถ้ารวมทุกเฟสใช้เวลากว่า 10 ปี

สาเหตุการเปิดโครงการใหญ่ที่สุดในรังสิต คือ

  • รังสิต คือเกตเวย์ของกรุงเทพโซนเหนือ ติดถนนใหญ่ทั้งพหลโยธิน และวิภาวดีรังสิต เป็นประตูสู่ภาคอีสานและภาคเหนือด้วยทางด่วน โทลล์เวย์และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–โคราช)
  • รถไฟฟ้าความสะดวกพร้อม โดยใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต–ธรรมศาสตร์)
  • ประชากรหนาแน่นใกล้สถานศึกษาใหญ่อย่าง ม.ธรรมศาสตร์, ม.กรุงเทพ, และ ม.รังสิต)
มิกซ์ยูสเซ็นทรัล รังสิต

รีโนเวตเซ็นทรัลพระรามเก้า สู่ เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์

ขณะเดียวกันได้ทยอยรีโนเวต เซ็นทรัลพระรามเก้า และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์ (Central GR9) และจะใช้ชื่อนี้ในการเรียกย่านดังกล่าวในระยะต่อไป คล้ายกับการเรียกโซนบางใหญ่ว่าเวสต์เกต

โดยโครงการดังกล่าว พัฒนาบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตร.ม. ภายในประกอบด้วย

  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9
  • อาคารออฟฟิศ 3 อาคาร ได้แก่ G Tower, R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Tower
เซ็นทรัลพระรามเก้า เซ็นทรัลจีอาร์ไนน์
เซ็นทรัลพระรามเก้า เตรียมรีโนเวตเป็น เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์ (Central GR9)

ทั้งนี้ เฟสแรกจะพลิกโฉมเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571

ส่วนเฟสต่อ ๆ ไปมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Residence) และองค์ประกอบอื่น

เป้าหมายหลัก คือ ผลักดันย่านพระราม 9 สู่ Well-Established CBD แห่งอนาคต

เซ็นทรัลพระรามเก้า เตรียมรีโนเวตเป็น เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์ (Central GR9)

ปั้นย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน จ่อพลิกโฉม เซ็นทรัลลาดพร้าว ผงาดคู่เดอะเซ็นทรัล

เซ็นทรัล เตรียมปั้นย่าน ลาดพร้าว-พหลโยธิน ผ่านการทำ The Central District

  • เตรียมพลิกโฉม “Central Ladprao” ควบคู่กับการพัฒนา “The Central” พหลโยธิน เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็น Ecosystem เดียวกัน
  • เมื่อนับรวมทั้ง 2 โครงการรวมกันจะมีขนาดที่ดิน 96 ไร่ และพื้นที่รวม (GBA) 770,000 ตร.ม. เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์

ทั้งนี้ “The Central” จะเป็นรีเทลที่รวม Flagship Store และ New Retail Experience ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วน “Central Ladparo” จะต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่แข็งแกร่ง

The Central พหลโยธิน

อัปเดตโครงการเปิดใหม่ในไปป์ไลน์

หลัก ๆ โครงการที่มีความคืบหน้าจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ มีอยู่ 5 แห่ง ได้แก่

1.เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เดิม) เปิดเดือนกรกฎาคม 2569 นี้

  • ที่ดิน 59 ไร่ รวมพื้นที่ (GBA) 210,000 ตร.ม. ขึ้นแท่นมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี
  • ศูนย์การค้าใหม่เป็นแบบ Outdoor-in-Indoor เปิดเดือน ก.ค. 69 นี้
  • สำหรับคอนโดจะมาเปิด คือ แบรนด์ PHYLL

ไฮไลต์ภายในโครงการที่เด่น ๆ เช่น

  • D-Sports Stadium ศูนย์กีฬาและเกมในร่มจำลองแนวญี่ปุ่น ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
  • Fitness First ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี กับ Pilates Studio รูปแบบใหม่
  • ร้านอาหารรวมแบรนด์ อาทิ Solsot, Katsu Midori, Momo Paradise, Shabu Baru, Saemaeul, Eat Am Are, Chagee
เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์

2.เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (แห่งที่ 2 ในขอนแก่น) เปิด 20 พฤษภาคม 2569

  • บนที่ดิน 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 62,000 ตร.ม.
  • ประกอบด้วยศูนย์การค้า, คอนโด PHYLL สูง 33 ชั้น, และ GO! Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน

ไฮไลต์สาขาขอนแก่น ได้แก่

  • Xventure พื้นที่ Active Playground คอนเซ็ปต์ใหม่
  • Jetts Fitness เปิด 24 ชั่วโมง แห่งแรกของจังหวัด
  • ร้านอาหารแบรนด์ดังนำ อาทิ Shabu Baru สาขาแรกในขอนแก่น, Pasta Ama
เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส
เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส

3.เซ็นทรัล บางนา โฉมใหม่ เปิดตัวไตรมาส 4 ปี 2569 นี้

  • โครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 300,000 ตารางเมตร (GBA) ประกอบด้วย Retail, Office และ Residence
  • ต่อยอดจากคอนโด ESCENT Bangna สู่แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้าเพิ่มเติม
  • ศูนย์การค้าโฉมใหม่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 69 นี้ มีแบรนด์ใหม่ๆ เช่น SUSHIRO, SOLSOT, YONNY และครั้งแรกกับแบรนด์ ‘NO Brand’ แบบ Stand Alone แห่งแรกในไทยที่ Tops Central Bangna
เซ็นทรัล บางนา
เซ็นทรัล บางนา

4.เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

  • ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ในรอบกว่า 30 ปี สู่ Mixed-Use Lifestyle Destination รวม Retail, Tourism Hub, Convention Hall, Lifestyle Spaces และการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ ในอนาคต
  • เตรียมขยายอาคารสำนักงาน (ออฟฟิศ) ในหัวเมืองใหญ่ เริ่มจากเชียงใหม่ที่แรก
  • บนที่ดิน 130 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA)173,000 ตร.ม.
  • แบรนด์ชั้นนำเตรียมมา อาทิ MUJI Flagship Store ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ, HarborLand, ฉันทรส ร้านอาหารไทยในเครือแบรนด์เอกฉันท์ร้านดังระดับมิชลิน, ร้าน ‘เสน่ห์ไทยคูซีน’ ร้านอาหารฮาลาลมิชลินยอดฮิตของเมืองเชียงใหม่
เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

5.เซ็นทรัล ภูเก็ต เปิดไตรมาส 4 ปี 2569 นี้

  • บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม(GBA) 500,000 ตร.ม. เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ
  • ออกแบบเป็น Downtown District ใหม่ที่ผสาน Luxury Lifestyle, Hospitality, Residential และ Cultural Experiences เข้าด้วยกัน เตรียมยกระดับและพัฒนาเกาะภูเก็ต ทั้งผลักดันเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงาน และการเติบโตของเมืองในระยะยาว

“CPN มีผู้มาใช้บริการกว่า 510 ล้าน Visits ต่อปี หรือเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อวัน และนักท่องเที่ยวอีก 70 ล้าน Visits ต่อปี

]]>
1566165
เซ็นทรัล พลิกโฉม “Market Place ทองหล่อ” สู่ All-Day Lifestyle Destination เจาะกลุ่มลูกค้าเช้ายันดึก https://positioningmag.com/1565570 Fri, 20 Mar 2026 04:00:54 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565570 เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เดินหน้าทรานส์ฟอร์ม “Market Place ทองหล่อ” ครั้งใหญ่ ยกระดับแฟล็กชิปคอมมูนิตี้มอลล์ สู่ All-Day Lifestyle Destination ปักหมุดเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์ใหม่ของ กทม. ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 27 มีนาคม 2569 นี้

โครงการได้รีดีไซน์ใหม่ทั้ง façade, lighting และเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงโซนเวิร์กช็อป เพื่อให้พื้นที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่ morning coffee, lunch meeting ไปจนถึง late-night hangout และ social scene ของทองหล่อ

ไฮไลต์สำคัญคือ การ Curate ร้านกว่า 45 แบรนด์ รวมร้านดัง คาแรกเตอร์เด่น และคอนเซปต์ใหม่ไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ของหวาน และไลฟ์สไตล์ เช่น

1.กลุ่ม Morning & Café Culture ที่เปิดตั้งแต่เช้า อาทิ

  • ANTICO FORNAIO ฟอคคาเซียอิตาเลียนแฮนด์คราฟต์สูตรต้นตำรับ
  • BARTELS คราฟต์ซาวโดวชื่อดังระดับนานาชาติ
  • EGGDAY คาเฟ่แซนด์วิชไข่สไตล์ญี่ปุ่น

2.กลุ่ม Lunch & Casual Dining สำหรับมื้อประจำวัน อาทิ

  • ELDER BURGER เบอร์เกอร์พรีเมียมสไตล์ Korea-Crafted จากย่านซองซู โซล สาขาแรกและสาขาเดียวในไทย
  • KIMUKATSU: ต้นตำรับมิลเฟยทงคัตสึ 25ชั้น สไตล์ญี่ปุ่น-ฝรั่งเศส เจ้าแรกในไทย

Market Place ทองหล่อ

3.กลุ่ม Sweet Treats & Dessert เติมสีสันระหว่างวัน อาทิ

  • AH MA SHOU ZUO แบรนด์ชานมพรีเมียมจากจีน
  • GAPPLE สมูทตี้ และ Booster Juice น้องใหม่จาก iberry Group

4.กลุ่ม Lifestyle & Everyday Essentials ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบทุกมิติ เช่น iStudio by copperwired, KX PILATES: สตูดิโอพิลาทิสสัญชาติออสเตรเลีย เป็นต้น

ส่วนช่วงค่ำ จะมีโซน Evening & Social Scene อย่าง MIL SOCIAL CLUB ไนต์ไลฟ์สไตล์ลักซูรี รับกับทำเลทองหล่อในฐานะย่านแห่งความมีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน

]]>
1565570
Good Goods แบรนด์ที่จุดประกายสินค้าชุมชนให้มีชีวิต เพื่อ ‘ลดความเหลื่อมล้ำ’ แบบยั่งยืน https://positioningmag.com/1560868 Mon, 23 Feb 2026 11:10:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1560868 เพราะต้องการลดความเหลื่อมล้ำ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์) แบรนด์ที่สร้างขึ้นมาสำหรับจุดประกายสินค้าท้องถิ่นให้มีชีวิตผ่านการเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบ และเน้นทำงานร่วมกับชุมชน ภายใต้หลักคิด สอน ‘จับปลา’ ไม่ใช่ ‘หาปลา’ มาให้กิน เพื่อให้ปัญหาถูกแก้อย่างยั่งยืน

 

ตอนนี้แบรนด์ดังกล่าวกำลังก้าวสู่ปีที่ 9 และยังเดินหน้าภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้มีการทำงานร่วมกับ 63 ชุมชน ใน 32 จังหวัด และมีเป้าหมายขยายขอบเขตการทำงานให้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าเดิม เพื่อสร้างอิมแพคเชิงบวกให้มากขึ้น

เพิ่มมูลค่าสู่เวทีสากล

 

Good Goods เป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ ‘เซ็นทรัล ทำ’ (Central Tham) วิสาหกิจเพื่อสังคมที่เป็นโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล จุดประสงค์หลักเพื่อนำสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดให้มีความร่วมสมัย เพิ่มมูลค่าสู่เวทีสากล และนำกำไร 100% จากการดำเนินการกลับไปพัฒนาชุมชน เปิดตัวสาขาแรกเมื่อปี 2562 ณ เซ็นทรัลเวิลด์

 

“หลายคนอาจเข้าใจว่า Good Goods เป็นการนำสินค้าชุมชนที่มีอยู่แล้วนำมาจัดจำหน่าย แต่ความจริงเราทำงานในหลายมิติ เพราะเราให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก สำคัญไปกว่านั้น คือ เราอยากสร้างสิ่งที่หาที่ไหนไม่ได้ เพื่อสร้าง identity ที่ชัดและแตกต่าง สำหรับสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีพลัง” รชดล ยิ่งพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโสแบรนด์ Good Goods บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม เล่าให้ Positioning ฟัง

 

ด้วยโจทย์ที่วางไว้ ขั้นตอนการทำงานของ Good Goods จึงประกอบไปด้วย

1.การคัดเลือก : ค้นหาอัตลักษณ์หรือจุดเด่นของแต่ละท้องถิ่น

  1. การพัฒนา : ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น ดีไซเนอร์เข้าไปศึกษาและให้คำแนะนำกับชุมนในการปรับจูนสินค้าให้มีดีไซน์ที่ ‘โดน’ และ ‘ตรงใจ’ ทั้งตลาดและผู้บริโภค

3.การสนับสนุน : ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการ, มาตรฐานการผลิต และแหล่งเงินทุน

4.ช่องทางขาย : นำสินค้ามาวางจำหน่ายในศูนย์การค้าหรือร้านค้าในเครือเซ็นทรัล และภายในร้าน Good Goods ซึ่งจะคัดทำเลที่มีความเป็นพรีเมียม เพื่อให้สอดคล้องกับสินค้าที่ถูกวางไว้ว่า จะยกระดับสินค้าชุมชน

5.หมุนเวียน : นำกำไร 100% ที่ได้จากการดำเนินการนำกลับไปทำโครงการสาธารณประโยชน์ในชุมชนนั้นๆ ต่อไป

ปัจจุบันสินค้าของ Good Goods จะแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่

-สินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋าสานพลาสติก, เสื้อผ้าลายไทยดีไซน์โมเดิร์น, เครื่องประดับทำมือ ฯลฯ

-ของใช้ในบ้าน เช่น งานเซรามิก, งานจักสาน, ผ้าทอมือ ฯลฯ

-สุขภาพและความงาม เช่น น้ำหอมและสบู่ข้าวหอมมะลิ, สบู่ข้าวก่ำ ฯลฯ

-อาหารและเครื่องดื่ม เช่น กาแฟดริปจากเมล็ดกาแฟรักษาป่า, ขนมไทยประยุกต์ ฯลฯ

 

ยึดวิธีคิดสอน ‘จับปลา’ ไม่ใช่ ‘เอาปลา’ ไปให้เลย

 

รชดล ย้ำว่า การทำงานทั้งหมดจะเป็นการจับมือทำงานร่วมกัน เริ่มที่ ‘ชุมชน’ และสุดท้ายผลประโยชน์กลับไปที่ ‘ชุมชน’

 

“เราสอนให้เขาจับปลา ไม่ใช่เอาปลาไปให้เลย เพื่อให้มีความรู้ติดตัว และต่อให้ไม่มีเรา พวกเขาก็จะอยู่ได้ และเมื่อเห็นผลสำเร็จ เราเองพยายามสร้างให้เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้ให้ชุมชนอื่นไปขยายผลต่อ”

กรณีศึกษาที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนจากวิธีคิดดังกล่าว ก็คือ ‘กระเป๋าสานพลาสติก’ ที่ทาง Good Goods ทำงานร่วมกับผู้พิการจากสมาคมรวมใจคนพิการ จ.อุดรธานี ภายใต้แนวคิดที่ใส่ใจทั้งการใช้งานและความครีเอตในการดีไซน์ ทำให้กระเป๋านี้กลายเป็น Hot Item ที่ขายดี และเป็นของที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อ

 

โดยปี 2567 มียอดขายอยู่ที่ 30 ล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนชุมชนให้เป็น ‘ศูนย์เศรษฐกิจ’ สร้างผู้พิการจากกลุ่มเปราะบางให้กลายเป็น ‘หัวหน้าครอบครัว’ เพราะเพิ่มรายได้ครอบครัวของผู้พิการที่เข้าร่วมจากเดิมอยู่แค่หลักพันต้นๆ มาเป็น 30,000 บาทต่อเดือน

 

“ผลลัพธ์ที่ได้จากเริ่มต้นมีคนเข้าร่วม 13-14 คน ผ่านมา 5 ปีมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 300 คน เพราะเห็นผลจริง และเราก็เปลี่ยนที่นี้ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ให้ผู้พิการทั่วประเทศมาเรียนรู้ด้วยกัน เอากำไร 100% มาสร้าง Wellbeing สร้างสิ่งแวดล้อม อาทิ ห้องน้ำ ห้องเรียน ให้เหมาะกับคนพิการ เพิ่มคุณภาพชีวิตและคุณภาพการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เริ่มต้นจากตัวพวกเขาโดยตรง และสุดท้ายวนกลับมาที่ตัวเขาโดยตรง”

 

โจทย์ที่ไม่เคยเปลี่ยน

 

แม้แบรนด์จะมีอายุก้าวสู่ปีที่ 9 แต่ทาง ผู้อำนวยการอาวุโส Good Goods บอกว่า โจทย์การทำงานตั้งแต่วันแรกมาถึงวันนี้ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ ทำเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุนให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการให้คุณค่าของคน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือเซ็นทรัลในการทำงานด้านความยั่งยืน

 

โดยปัจจุบัน Good Goods ได้มีการทำงานร่วมกับ 63 ชุมชน ใน 32 จังหวัด และมีเป้าหมายขยายขอบเขตการทำงานให้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าเดิม

 

ขณะที่สาขา ก็มีแผนจะขยายเพิ่มเติม ซึ่งหลักๆ ยังโฟกัสไปกับเครือเซ็นทรัล จากตอนนี้มีอยู่ราว 10 สาขา อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์, จริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่, เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า, เซ็นทรัล สมุย, เซ็นทรัล  พาร์ค ฯลฯ

 

สำหรับความท้าทายของ Good Goods บนเส้นทางที่จะเดินหน้าต่อนั้น มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยปัจจัยภายใน เป็นเรื่องการออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับการสเกลอัพธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น

 

ส่วนปัจจัยภายนอก หนีไม่พ้นเรื่อง ‘การเปลี่ยนของพฤติกรรมของผู้บริโภค’ ที่แบรนด์ต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทัน รวมถึงการจูนให้เข้ากับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ต้องรักษาลูกค้ากลุ่มเดิมไว้ให้ได้

 

ทั้งหมดเพื่อให้ Good Goods สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีพลังและไปได้ไกลสำหรับขับเคลื่อนการจุดประกายสินค้าท้องถิ่นให้มีชีวิต และมีมูลค่าเพิ่มไปสู่เวทีระดับสากล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน

]]>
1560868
‘เซ็นทรัล ทำ’ ต่อยอดคุณค่าข้าวไทยพื้นเมือง ร่วมสร้าง New Rice Economy https://positioningmag.com/1550881 Tue, 09 Dec 2025 07:02:28 +0000 https://positioningmag.com/?p=1550881 ตอนนี้ New Rice Economy การปรับโครงสร้างของข้าวไทยจากเดิมที่เน้น Volume หรือ ‘ปริมาณการผลิต’ มาสู่ Value การให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่า’ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ การสร้างอัตลักษณ์ และเรื่องราว กำลังถูกหยิบยกมาพูดถึงเพื่อให้ข้าวไทยพ้นกับดักการใช้ ‘ราคา’ เป็นตัวแข่งขัน และโดดเด่นกว่าคู่แข่งบนเวทีโลก   

 

สำหรับ ‘เซ็นทรัล ทำ’ โครงการด้านความยั่งยืนดำเนินการโดยกลุ่มเซ็นทรัล ก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน เพราะมองว่า ข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวพื้นเมือง ซึ่งถือเป็นมรดกของชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคมายาวนาน 

 

โดยที่ผ่านมา เซ็นทรัล ทำ ได้ลงไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสายพันธุ์ข้าวพื้นบ้านและสอนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้คุณภาพของข้าวที่ดี รวมไปถึงการต่อยอดคุณค่าข้าวไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายความเสี่ยงหากราคาข้าวตก

 

เพราะเป้าหมายไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน แต่เป็นการกระตุ้นให้คนตระหนักรู้ถึงความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวไทย ทั้งพันธุ์คุณค่าสูงและพันธุ์หายากที่ใกล้สูญหาย

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล ทำ เชื่อมั่นในพลังของการลงมือทำร่วมกัน ระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าการพัฒนาที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจากต้นน้ำ และเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

 

อย่างในงาน Thailand Rice Fest 2025 ทางเซ็นทรัล ทำได้รวบรวมข้าวพื้นเมือง 10 สายพันธุ์ จาก 7 จังหวัด 8 ชุมชนทั่วประเทศ และมูลนิธิชัยพัฒนา นำมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ภายใน ‘เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน’ เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้สัมผัสคุณค่าของข้าวไทยทั้งในเชิงรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ตลอดจนเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คนกับผืนดินและวัฒนธรรมไทย

สำหรับข้าวไทยพื้นเมืองที่ถูกนำมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงานดังกล่าว เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองเด่นจากทั่วประเทศ อาทิ

  • ข้าวหอมมะลิ จ.สุรินทร์ : เมล็ดเรียวยาว มีกลิ่นหอมใบเตยเด่น เป็นข้าว GI ที่ขึ้นชื่อด้านรสชาติและสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ข้าวผกาอำปึล จ.สุรินทร์ : ข้าวพื้นถิ่นสุรินทร์ที่มีกลิ่นคล้ายข้าวโพดข้าวเหนียว เหนียวนุ่ม ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • ข้าวหอมมะลิแดง จ.สุรินทร์ : กลิ่นหอมชัด โดดเด่นเรื่องวิตามินบีและการบำรุงเลือด
  • ข้าวฮางหอมมะลิ และข้าวฮางข้าวเหนียว จ.สกลนคร : ข้าวฮางที่ช่วยดึงสารอาหารสูง โดยเฉพาะ GABA ที่ดีต่อสมอง
  • ข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง : ข้าวไทยพันธุ์แรกที่ได้ GI หุงนุ่มมากและอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ข้าวเบายอดม่วง จ.ตรัง :ข้าวเพื่อสุขภาพที่รักษาพันธุ์มากว่า 100 ปี โปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ
  • ข้าวไร่ดอกข่า จ.พังงา : ข้าวพื้นเมืองกว่า 100 ปี กลิ่นหอมคล้ายใบเตย อุดมด้วยโอเมก้า 9 และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ข้าวกล้องดอยพื้นเมือง (บือซอมี) จ.เชียงใหม่ : ข้าวของชนเผ่าปกาเกอะญอ มีกลิ่นหอม ใยอาหารสูง
  • ข้าวหอมปทุมธานี 1 จ.ปทุมธานี : ข้าวหอมคุณภาพสูงที่มุ่งสู่มาตรฐานคาร์บอนต่ำ

การต่อยอดในเรื่อง Value เซ็นทรัล ทำ ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องคุณภาพและความหลากหลายของพันธุ์ข้าวเท่านั้น ยังโฟกัสการเพิ่มมูลค่าในด้านอื่น ๆ อาทิ การดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ให้มีความสวยงาม ทันสมัย และมีเอกลักษณ์ด้วยสินค้าชุมชน เช่น กระเป๋าสาน ตะกร้าถัก ฯลฯ เพื่อให้เกิดความสวยงาม มีความทันสมัย สำหรับให้คนสามารถเลือกซื้อไปเป็นของฝากหรือของขวัญได้ 

 

ขณะเดียวกัน ก็พยายามสนับสนุนในเรื่องการหาตลาดและช่องทางขาย เช่น จับมือกับไปรษณีย์ไทย เพื่อให้ซื้อข้าวไปแจกเป็นของขวัญช่วงปีใหม่รวมมูลค่าที่ขายได้กว่า 2 ล้านบาท เป็นต้น และในอนาคตอาจมองไปถึงการส่งออก

]]>
1550881
ถอดแนวคิด ‘จิราธิวัฒน์’ ทำอย่างไรถึงลบคำสาป ‘รุ่น 3’ https://positioningmag.com/1542083 Wed, 08 Oct 2025 12:38:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1542083 จากธุรกิจห้องแถว วันนี้ ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ได้เดินทางมาครบรอบ 78 ปี มีธุรกิจหลากหลายอยู่ใน 15 ประเทศ มียอดขายปีที่ผ่านมาแตะ 4 แสนล้านบาท ทำให้ใครๆ ต่างสนใจว่า ‘ตระกูลจิราธิวัฒน์’ ซึ่ง ณ ปัจจุบันมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 5 ทำอย่างไรถึงพาธุรกิจเติบโตได้ขนาดนี้ภายใต้การเปลี่ยนผ่านจาก ‘รุ่นสู่รุ่น’ ขณะที่ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่มักจะจบที่ ‘รุ่น 3’

 

ประเด็นนี้ ‘ปริญญ์ จิราธิวัฒน์’ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ได้มาแชร์แนวคิดการบริหารธุรกิจครอบครัวของตระกูลจิราธิวัฒน์ ในงานสัมมนาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย The 3rd SET Annual Conference on Family Business : Transforming Family Business ภายใต้หัวข้อ ‘ถอดรหัสความสำเร็จทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้ชนะอนาคต’

ปริญญ์เริ่มต้นเล่าว่า จิราธิวัฒน์ไม่เหมือนครอบครัวอื่น เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากคุณปู่ (เตียง จิราธิวัฒน์) เดินทางจากเมืองจีนมาเพียงลำพัง จึงอยากมีครอบครัวใหญ่เอาไว้ช่วยเหลือพึ่งพากัน ทำให้คุณปู่มีภรรยา 3 คน มีลูก 26 คน และตอนนี้จิราธิวัฒน์ได้เดินมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 5 รวมคนในตระกูลแล้ว 250 คน

 

สำหรับกลุ่มเซ็นทรัลปีนี้ครบรอบ 78 ปี เริ่มต้นจากธุรกิจห้องแถว และปัจจุบันมี 4 บริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่วนยอดขายของกลุ่มปีที่ผ่านมาแตะ 400,000 ล้านบาท และมีธุรกิจใน 15 ประเทศ เป็นรายได้จากต่างประเทศ 35-40% แต่ทำกำไรให้ยังไม่ถึง 10%

 

กติกาต้องชัดเจน-โปร่งใส-เป็นธรรม

 

ส่วนวิธีบริหารธุรกิจครอบครัวของจิราธิวัฒน์ที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตมาถึงจุดนี้ ประเด็นแรก ‘ต้องมีกฎกติกาชัดเจน โปร่งใสและเป็นธรรม’ โดยพยายามแยก ‘ครอบครัว’ และ ‘ธุรกิจ’ ออกจากกัน เพราะการมีโครงสร้างชัดเจน จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งและทำให้การบริหารงานเป็นมืออาชีพมากขึ้น

 

รวมถึงได้มีการตั้ง ‘สภาครอบครัว’ และคณะกรรมการภายใน เพื่อบริหารเรื่องต่างๆ ภายในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการวางกฎกติกา, บริหารจัดการสวัสดิการ ไปจนถึงการหารือประชุมเรื่องต่างๆ ทั้งลงทุน คัดคน แต่งตั้งผู้บริหาร และกำหนดนโยบาย ซึ่งจะมีการประชุมภายในก่อนจะนำไปสู่ภายนอก หรือ Public company

 

“สภาครอบครัวและคณะกรรมการภายใน จะเน้นให้ครอบครัวแต่ละสายเข้ามาให้ครบเพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม เรื่องนี้สำคัญมากจะช่วยลดความขัดแย้ง”

 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ ‘ธรรมนูญครอบครัว’ ขึ้นมา เป็นกฎกติกาและแนวทางปฏิบัติที่ถือเป็น ‘กฎเหล็ก’ ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

 

“ก่อนหน้านี้ตระกูลจิราธิวัฒน์เคยมียุคที่ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ 1- 2 คน แต่พอเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ปรับครั้งใหญ่ และเราโชคดีได้ ‘วิโรจน์ ภู่ตระกูล’ มาให้ข้อคิดและเป็นกรรมการ รวมถึงทำธรรมนูญครอบครัวขึ้นมา ซึ่งมีกฎกติกามากมายเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับทุกคนในครอบครัว”

‘ความสามารถ’ สำคัญกว่า ‘อาวุโส’

 

การบริหารธุรกิจครอบครัวเรื่องสำคัญที่สุด คือ ต้องให้ทุกคนกินดี อยู่ดี มีเงินใช้ไม่ขัดสน เพื่อให้ทุกคนมีความสุข และการจะเป็นเช่นนั้นได้ ต้องมี ‘ผู้บริหารที่ดี ทำงานเก่ง’ เพื่อพาบริษัทและธุรกิจเติบโตไปข้างหน้า

 

เพราะเมื่อบริษัทหรือธุรกิจมีปัญหา ทุกคนจะเดือดร้อน และปัญหาครอบครัวจะตามมา ดังนั้น การคัดเลือก ‘คน’    เข้ามาทำงานหรือบริหารธุรกิจในเครือเซ็นทรัลจึงสำคัญมาก

 

ปริญญ์เล่าว่า ด้วยมีจำนวนสมาชิกในครอบครัวถึง 250 คน แต่ใช่ว่า ‘ทุกคน’ จะเข้ามานั่งบริหาร โดยหลักการคัดเลือก จะมีกติกาและแนวทางปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว นั่นคือ ‘ธรรมนูญครอบครัว’ ไม่ใช่ว่าเป็นเบอร์ 1 หรือผู้บริหารแล้วจะสั่งหรือทำตามใจได้

 

หนึ่งในหลักที่พูดถึง คือ เน้น ‘ความสามารถ’ มากกว่า ‘ความอาวุโส’ ยกตัวอย่าง การขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัลของ ‘ทศ จิราธิวัฒน์’ ที่ ณ ตอนนั้นมีอายุ 50 ปี ขณะที่มีผู้อาวุโสอายุมากกว่าถึง 20 คน นั่นก็มาจากการให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถ ไม่ใช่ยึดหลักอาวุโส 

 

“การลำเอียงและการทะเลาะเป็นเรื่องปกติ ถึงต้องสร้างกฎกติกาที่ยุติธรรม โปร่งใส ให้ทุกคนมีความสุข ไม่เช่นนั้นเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยๆ และต้องบาลานซ์แต่ละครอบครัวเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการ

 

“ที่สำคัญต้องพยายามสร้างความปรองดองในครอบครัวให้เกิดขึ้นมาก ๆ และต้องสั่งสอนให้คนในครอบครัวรู้ด้วยว่า ความเป็นพี่เป็นน้อง คนอายุมากกว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นมาเสมอไป ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ”

 

บ่มเพาะความพร้อมทายาท

 

การเตรียมความพร้อมให้ทายาทรุ่นต่อไปที่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจ เป็นอีกเรื่องที่ทางจิราธิวัฒน์ให้ความสำคัญ โดยจะมี Mentor อยู่ 7-8 คนที่นอกจากจะเป็นคนในตระกูลแล้ว บางครั้งจะมีคนนอกด้วย

 

Mentor แต่ละคนจะดูแลทายาท 5-6 คน และต้องเจอกันทุก 3 เดือน เพื่อเล่าให้ฟังว่า ทำงานอะไร อยากทำอะไร จากนั้น Mentor จะให้คำแนะนำ และทุกๆ 2-3 ปี ทายาทจะมีการหมุนเปลี่ยน Mentor ไปเรื่อยๆ เพื่อให้เรียนรู้และได้รับการพัฒนาที่หลากหลาย

 

ขณะเดียวกันก็จะมีคอร์สอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงให้เรียนรู้จากการทำงานจริงตั้งแต่ระดับล่างค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมา เพื่อให้หมุนเวียนทำความรู้จักโปรดักต์และเรียนรู้ธุรกิจทั้งหมดของกลุ่ม เพื่อบ่มเพาะให้ทายาท ‘เก่ง’ และมี ‘ความพร้อม’ มากที่สุด

 

นอกจากนี้ ยังพยายามสร้างให้มีการแข่งขัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีความอยากเติบโต มีความกระตือรือร้น และอยากสร้างผลงาน แต่หลักสำคัญ ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการแข่งขันแบบ ‘ไม่รักกัน’

 

ห้ามขายหุ้นให้คนนอก

 

แม้ธรรมนูญครอบครัว จะเป็นกฎเหล็กที่ทุกคนในจิราธิวัฒน์ต้องปฏิบัติตาม แต่ก็มีการปรับปรุงเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเหมาะสมกับช่วงเวลาในแต่ละยุค โดยที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงไปแล้ว 3-4 ครั้ง

 

ทว่ามีอยู่ข้อหนึ่งที่จะไม่มีการเปลี่ยนหรือปรับเด็ดขาด นั่นคือ ‘ห้ามขายหุ้นให้คนนอก’ เพราะสำคัญมากในการคงอยู่ของธุรกิจครอบครัวเพื่อไม่ให้เสียคอนโทรล รวมไปถึงทำให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจที่ถูกสร้างมาตั้งแต่รุ่นที่ 1 จะยังคงอยู่ในมือของครอบครัวต่อไป  

 

สุดท้าย ปริญญ์ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัวในอนาคตว่า ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ต้อง ‘ยุติธรรม’ และ ‘โปร่งใส’ เพราะจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นๆ ในครอบครัวได้เห็นและปฏิบัติตาม

 

ส่วนตอนนี้ที่ ‘ทายาทรุ่น 4 จิราธิวัฒน์’ ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล เขา ยังไม่ได้ให้โจทย์อะไรเป็นพิเศษ เพียงต้องการให้แต่ละคนพัฒนาตัวเองให้เก่ง ให้มีความรู้มากที่สุด ซึ่งทุกๆ 2 ปี ทายาทแต่ละคนจะต้องโยกย้ายไปทำงานในยูนิตต่างๆ ของกลุ่ม เพื่อในอนาคตจะสามารถพากลุ่มเซ็นทรัลเติบโตไปข้างหน้าได้

]]>
1542083
‘ดองกิ’ ร้านที่ฉีกกฎวงการรีเทล กับเส้นทางธุรกิจใน ‘ไทย’ หลังปิดไป 2 สาขา https://positioningmag.com/1537326 Tue, 09 Sep 2025 08:41:29 +0000 https://positioningmag.com/?p=1537326 ‘ดองกิ’ ร้านที่แจ้งเกิดจากการฉีกกฎวงการรีเทล กับเส้นทางการดำเนินธุรกิจใน ‘ไทย’ และการปักหมุดเปิดตลาดกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกครั้งแรกที่สาขาล่าสุด ‘เซ็นทรัล เวสต์เกต’ หลังจากปิดไป 2 สาขา

 

‘ดองกิโฮเต้’ (Don Quijote) หรือหลายคนเรียกติดปากว่า ‘ดองกิ’ (Donki) เป็นร้านดิสเคาน์สโตร์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่แจ้งเกิดและประสบความสำเร็จได้จากการกล้าฉีกกฎวงการค้าปลีก ซึ่งนอกจากจะมีเสน่ห์ในเรื่องสินค้าราคาถูก มีความหลากหลายทั้งประเภทและจำนวนแล้ว กลยุทธ์สำคัญ ก็คือ เปิดให้บริการดึกกว่าห้างปกติทั่วไป และบางสาขาให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว

 

โดยร้านแห่งนี้ได้เข้ามาปักหมุดธุรกิจในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2562 ด้วยการเปิดสาขาแรกในชื่อ Donki Mall Thonglor และวันนี้ได้ใช้วันฤกษ์ดี ‘วันที่ 9 เดือน 9’ เปิดสาขาล่าสุด ณ ‘เซ็นทรัล เวสต์เกต’ ซึ่งเป็นครั้งแรกของการปักหมุดเพื่อเปิดตลาดกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก และเป็นสาขาแรกที่ดองกิมีความร่วมมือกับ ‘บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน)’

สำหรับ ดองกิ สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต มีพื้นที่ประมาณ 1,100 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนอาหารสด โซนอาหารแห้ง และ โซนของใช้ในชีวิตประจำวัน

 

หากดูขนาดพื้นที่แล้ว สาขาแห่งนี้ถือเป็นสาขา ‘ขนาดเล็ก’ เมื่อเทียบกับสาขาใจกลางเมือง แต่ได้มีการจัดสรรพื้นที่และคัดเลือกรายการสินค้ามาอย่างครบถ้วนตรงความต้องการของคนนนทบุรี ตามกลยุทธ์หลักของดองกิที่พยายามคัดสรรสินค้าให้ตอบโจทย์คนในพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น

 

และอย่าลืมว่า เซ็นทรัล เวสต์เกต ถูกวางเป็น ‘ซุปเปอร์รีจินอล มอลล์ แห่งเอเชีย’ และเป็นสาขาเรือธงของเซ็นทรัลในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันตก ดังนั้น ความร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่ในวงการรีเทลต้องมีอะไรน่าสนใจ

 

ยกตัวอย่างเช่น ดองกิสาขานี้ จะเป็นครั้งแรกที่นำเสนอคอนเซ็ปต์ ‘อร่อย น่ารัก สนุกสนาน’ เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ร่วม เช่น การจัดโซนจำหน่ายซูชิหลากหลายหน้าและเค้กสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Self-pick ในช่วงเสาร์อาทิตย์

รวมถึงนำเสนอสินค้าที่ผสมผสานกับวิถีชาวไทยเข้ากับความเป็นญี่ปุ่น อาทิเช่น เมนูข้าวกระเพราะเนื้อปลาไหลญี่ปุ่น เป็นต้น

ร้านที่ฉีกกฎวงการค้าปลีก

 

สำหรับจุดเริ่มต้นของดองกิ เกิดขึ้นในปี 2523 จากผู้ก่อตั้งอย่าง ‘ทาคาโอะ ยาสุดะ’ (Takao Yasuda) เปิดร้านขายของเล็ก ๆ ในย่านโตเกียวขายสินค้าหลากหลายตั้งแต่ของกิน ของใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงของชำในชื่อ Dorobou Ichiba และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Thieves Market หรือ ‘ร้านหัวขโมย’ สื่อให้เห็นว่า ‘ร้านนี้ขายของถูกเหมือนไปขโมยมา’

 

ช่วงแรกร้านแห่งนี้เปิดปิดตามเวลาปกติของร้านค้าทั่วไป แต่ในช่วงดึกของค่ำคืนหนึ่งระหว่างทาคาโอะ ยาสุดะกำลังเติมสต๊อกสินค้าช่วงร้านปิด มีลูกค้าเดินมาถามว่า “ร้านยังเปิดให้บริการอยู่หรือไม่?” และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้เขาเห็นโอกาสทางธุรกิจว่า ‘ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนคนก็ยังต้องการซื้อของอยู่’ จึงขยายเวลาเปิดร้านจนถึงหลังเที่ยงคืน

 

จากนั้นเขาได้เปลี่ยนชื่อร้านมาเป็นดองกิ ซึ่งนอกจาก ‘ราคาถูก’ แล้ว เสน่ห์ของที่นี้ คือ การมีสินค้าให้เลือกมากมายและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค , เครื่องเขียน , สินค้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า แบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกีฬา ของเล่น ของกินที่มีทั้งขนม อาหารสด และอาหารแช่แข็ง ฯลฯ รวมถึงพยายามเปิดให้บริการดึกกว่าห้างอื่นๆ และบางสาขาเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

ด้วยการวางจุดยืนชัดเจนและมีกลยุทธ์ที่ฉีกกฎวงการรีเทล ทำให้ดองกิเติบโตและกลายเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านรีเทลของญี่ปุ่น ปัจจุบันมีสาขารวมมากกว่า 667 สาขาในญี่ปุ่น และในอีก 6 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย ฯลฯ

 

สำหรับในบ้านเรา การเข้าทำธุรกิจของดองกิ เริ่มต้นในปี 2562 จากการลงทุนร่วมกันระหว่าง ‘แพน แปซิฟิค รีเทล แมเนจเมนท์ (สิงคโปร์) จำกัด’ บริษัทลูกของ ‘แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิ้งคอร์ป’ เจ้าของดองกิ กับผู้ร่วมลงทุนไทยอย่าง ‘บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด’

 

ต่อมาในปี 2563 ได้ ‘บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)’ เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ใหม่ และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทในไทยจาก ‘บริษัท ดองกิ ทองหล่อ จำกัด’ เป็น ‘บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด’

 

เดิมทีการขยายธุรกิจในไทย ดองกิวางเป้าหมายระยะ 5 ปี หรือภายในสิ้นปี 2568 จะมีสาขาครบ  20 สาขา แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 บวกกับภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ไม่สามารถขยายสาขาได้ตามเป้าหมาย และต้องปรับกลยุทธ์หันมาเปิดสาขาในขนาดเล็กลง

 

รวมถึง ‘ปิดสาขา’ ที่มียอดขายไม่เป็นไปตามคาดหวัง เช่น ‘ดองกิ สาขา The Market Bangkok ราชประสงค์’ ที่ปิดตัวลงเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2565 หลังจากเปิดให้บริการตั้งแต่ 31 มี.ค. 2563 และ ‘ดองกิ สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ’ ซึ่งเป็นการเปิดตลาดในโซนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2566 และปิดตัวไปเมื่อ 12 พ.ค. 2568

 

ปัจจุบันดองกิมีสาขาในไทย 8 สาขา โดยเซ็นทรัล เวสต์เกต คือ สาขาล่าสุด เปิดบริการ 10.00 – 22.00 น. ส่วนสาขาอื่น ประกอบด้วย

 

สาขาทองหล่อ เปิดบริการ 24 ชั่วโมง

สาขาธนิยะ สีลม เปิดบริการ 24 ชั่วโมง

สาขา MBK Center เปิดบริการ 24 ชั่วโมง

สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เปิด 9.00 – 21.30 น.

สาขา เจพาร์ค ศรีราชา เปิด 8:00 – 23:00 น.

สาขาแฟชั่น ไอส์แลนด์ เปิด 10.00 – 21.00 น.

สาขาซีคอน บางแค เปิด 09.00-00.00 น.

 

ขณะที่ผลประกอบการของบริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า

 

ปี 2564 ทำรายได้ 1,067 ล้านบาท ขาดทุน 113 ล้านบาท

ปี 2565 ทำรายได้ 1,614.8 ล้านบาท กำไร 2.6 ล้านบาท

ปี 2566 ทำรายได้ 2,119 ล้านบาท ขาดทุน 53.17 ล้านบาท

ปี 2567 ทำรายได้ 2,171.7 ล้านบาท กำไร 21.7 ล้านบาท

 

สำหรับดองกิแล้ว ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและยังต้องการลงทุนในระยะยาว หนึ่งในนั้นคือ การเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต และจากนี้เราจะได้เห็นการขยายสาขาของดองกิอย่างต่อเนื่องในอนาคต

]]>
1537326
เซ็นทรัล ทุ่ม 500 ล้าน ปั้นงานสงกรานต์ ตั้งเป้าอนาคตแลนด์มาร์กเฟสติวัล ใหญ่เทียบเท่างานเคานต์ดาวน์ https://positioningmag.com/1517233 Thu, 03 Apr 2025 10:52:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1517233 แม้ สงกรานต์ปี 2568 มู้ดการท่องเที่ยวจะสะดุดเล็กน้อย จากข่าวแผนดินไหว แต่ “ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) กล่าวว่า จากการเทคแอคชั่นเร็วในการตรวจตราตึกของภาครัฐและเอกชน ทำให้ทราฟฟิกฟื้นกลับมาเกือบเทียบเท่าช่วงปกติแล้ว

โดยคาดว่า ช่วงสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-16 เม.ย. 68 (อ้างอิงตัวเลข ททท.) ไทยจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 26,500 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แบ่งเป็น

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ 476,000 คน เพิ่มขึ้น 3% (YoY) สร้างรายได้ 7,324 ล้านบาท
  • นักท่องเที่ยวไทย 4,418,500 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 6% (YoY) สร้างรายได้ 19,240 ล้านบาท
“ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)

สำหรับปี 2568 เซ็นทรัล ใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท เนรมิตงานสงกรานต์ ปี 2568 ที่ศูนย์การค้า 28 แห่งทั่วประเทศ

โดยงานสงกรานต์ปีนี้จะผสมผสาน ประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม และเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อจับลูกค้าทุก เจเนอเรชั่น เช่น

  • ภายในศูนย์การค้า จัดเสริมสิริมงคลสรงน้ำพระ และการแสดงหาชมได้ยาก อาทิ โขน หุ่นละคนเล็ก รำมโนราห์
  • ภายนอกศูนย์การค้า เป็นโซนบันเทิง ตั้งแต่ลานเล่นน้ำ สวนสนุกเป่าลม บ่อบอล ตลอดจน Music Festival จากศิลปิน 300 ชีวิต โดยเซ็นทรัลเวิลด์ จะจัดงาน centralwOrld Songkran Fest 2025 ดึงศิลปินแรปเปอร์ x ศิลปินลูกทุ่ง เช่น โจอี้บอย, ลำไยไหทองคำ, จ๊ะ นงผณี, D Gerrard-Zbing Z. เป็นต้น

ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์รอบนี้เราจับทุกเจเนอเรชั่น โดยดีไซน์กิจกรรมตามอินไซด์แต่ละกลุ่มอายุ

  • Gen Z มองสงกรานต์เป็นความสนุก ความบันเทิง การแสดงตัวตนผ่านคอนเสิร์ตและการแต่งตัว
  • Gen Y มองหาช่วงเวลาพักผ่อน และการรีเฟรชชีวิต
  • Gen X และ Baby Boomers ยึดโยงคุณค่าทางจิตใจผ่านการกลับบ้าน ประเพณีดั้งเดิม เช่น รดน้ำดำหัว การสรงน้ำพระ
  • Gen Alpha ต้องการพื้นที่สนุกและปลอดภัย เหมาะกับการทำกิจกรรมทั้งครอบครัว

“อนาคตเราตั้งเป้าดันงานสงกรานต์ เป็นแลนด์มาร์กงานเทศกาลสเกลใหญ่เทียบเท่างานเคานต์ดาวน์ ซึ่งถ้าไปสเกลนั้นอาจต้องมีการปิดถนนบางส่วน ตอนนี้อยู่ระหว่างการเข้าไปพูดคุยกับภาครัฐ คงค่อย ๆ ขยับขยายไป เพราะงานสงกรานต์มีการเล่นน้ำ ต้องสกรีนด้านความปลอดภัยสูงกว่างานเคานต์ดาวน์”

ประเมินว่า งานสงกรานต์ ปี 2568 จะมีทราฟฟิกสูงกว่าปีก่อน 5-10% โดยปีนี้คาดว่าคนไทยจะท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

ส่วนกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ที่บริษัทฯ มองในปีนี้ คือ กลุ่ม Short-haul จากจีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย รวมถึงตลาดใหม่อย่างฮ่องกงและไต้หวัน

ส่วน 5 อันดับศูนย์การค้าที่มียอดทราฟฟิกช่วงสงกรานต์ ประเมินว่า

อันดับ 1 เซ็นทรัล เวิลด์
อันดับ 2 เซ็นทรัล ภูเก็ต
อันดับ 3 เซ็นทรัล พัทยา
อันดับ 4 เซ็นทรัล เชียงใหม่
อันดับ 5 เซ็นทรัล สมุย

ขณะเดียวกัน ปี 2568 เซ็นทรัลได้ Miss Universe และตัวแทนนางงามจากแต่ละทวีป มาช่วยเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์งานสงกรานต์ปี 2568 คาดเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์เทศกาลไปสู่ระดับโลกได้กว้างขึ้น

“ด้านภาพรวมการใช้จ่ายผู้บริโภค ช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. ค่อนข้างดี ถัดมาเดือน มี.ค. ลดลงเล็กน้อย จากหลายเหตุการณ์ อาทิ แผ่นดินไหว ส่วน เม.ย. มีเทศกาลสงกรานต์ และ Pride Month เข้ามาช่วย น่าจะดีขึ้น”

]]>
1517233
”The Central” พหลโยธิน เมกะโปรเจกต์ เสริมแกร่ง CPN เฟสแรกทุ่มเงินกว่า 2 หมื่นล้าน https://positioningmag.com/1515650 Thu, 20 Mar 2025 14:43:03 +0000 https://positioningmag.com/?p=1515650 ที่ผ่านมาย่าน “พหลโยธิน” เป็น Strategy Location ของ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่ได้ริเริ่มสร้างและเปิดตัว “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกในไทยขึ้นมา เมื่อ 42 ปีก่อน

ซึ่งได้รับผลตอบรับดี สะท้อนยอดขายของเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่ติดท็อป 5 ในกลุ่มศูนย์การค้าเซ็นทรัล ใกล้เคียงกับ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลชิดลม ที่อยู่ย่านกำลังซื้อสูงใจกลาง CBD ขณะที่ทราฟฟิกก็สูงถึง 150,000 คน/วัน

ด้วยโลเคชั่นเชื่อมถนนสามสายหลัก ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว และถนนวิภาวดีรังสิต ขณะเดียวกันยังเป็นจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า Interchange ระหว่าง BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ MRT พหลโยธิน

เซ็นทรัล ลาดพร้าว

นั่นจึงทำให้กลุ่มเซ็นทรัล ปั้นเมกะโปรเจกต์อีก 1 โครงการขึ้นมา คือ “The Central” พหลโยธิน ตรงข้ามกับแดนเนรมิต เสริมความแข็งแกร่งของย่าน ด้วยศูนย์การค้า 2 แห่งในเครือ บนทำเลใกล้เคียงกัน

เบื้องต้น เซ็นทรัล พหลโยธิน พัฒนาเป็นรูปแบบมิกซ์ยูส บนที่ดิน 49 ไร่ (ใหญ่ติดอันดับ 3 ของศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล) เตรียมเปิดตัวไตรมาส 4 ปี 2569

โดย เฟสแรกวางงบลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อทำศูนย์การค้าระดับ Flagship ในอนาคต ซึ่งมีขนาดพื้นที่ศูนย์การค้ารวม (GBA) 460,000 ตร.ม. ใหญ่กว่ารีเทลของเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่มีพื้นที่ค้าปลีกรวม 78,700 ตร.ม.

“เซ็นทรัล พหลโยธิน จะดึงดูดกำลังซื้อผู้บริโภคกรุงเทพฯ ตอนบน ที่ปัจจุบันดีมานด์ขยายตัวจากความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น โซนนี้จึงมีศักยภาพพร้อมสำหรับการมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล 2 แห่ง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มและส่งเสริมความเจริญของย่านนี้”

นั่นแปลว่า การตั้งศูนย์การค้าใกล้กัน ไม่เท่ากับแย่งลูกค้ากันเอง ในหลายกรณี การตั้งศูนย์การค้าใกล้กันช่วยเสริมให้แต่ละแห่งมีความหลากหลายมากขึ้น

โดยเฉพาะหากแต่ละแห่งมีสินค้าและบริการที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้นและทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีความดึงดูดสูงขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ “Co-location strategy” หรือ การตั้งอยู่ร่วมกัน

ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัด คือ เซ็นทรัล แอมบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม ตลอดจนศูนย์การค้าโซนสยามที่กระจุกตัวกัน 3-4 โครงการ ก็ยังทำยอดขายได้ดี

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการ “The Central” พหลโยธิน อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรองรับกรณีการต่อสัญญาของ “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” ที่จะหมดสัญญากันในปี 2571 และปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลและ รฟท. อยู่ระหว่างการหารือ และยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนนัก

]]>
1515650
เซ็นทรัล ลงทุน 5 ปี 1.2 แสนล้านบาท ลุยเปิดตัวเมกะโปรเจกต์ศูนย์การค้าใหม่ https://positioningmag.com/1515546 Thu, 20 Mar 2025 09:28:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1515546 เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) วางงบลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2568 – 2572) มูลค่า 120,000 ล้านบาท ทั้งโครงการ Mega Projects และโครงการใหม่ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่จะทยอยเปิดตัวต่อเนื่อง

โครงการไฮไลต์ที่เตรียมเปิดตัว หลัก ๆ มี 5 โครงการ มีไทม์ไลน์เปิดตัว ดังนี้

  • The Central พหลโยธิน (เดอะ เซ็นทรัล) เปิด Q4/2569 ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 49 ไร่ มีพื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 460,000 ตร.ม. เติบโตคู่กับเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งส่วนของศูนย์การค้าเป็นเพียง การลงทุนเฟส 1 ที่มีมูลค่าราว ๆ 17,000-20,000 ล้านบาท เท่านั้น

  • Central Park (เซ็นทรัล พาร์ค) เปิดเดือน ส.ค. 2568 เป็นศูนย์การค้าระดับ Masterpiece ใจกลางกรุงเทพฯ บนที่ดิน 23 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 130,000 ตร.ม. ขณะนี้แบรนด์ระดับโลกเตรียมเปิดแล้วเกือบเต็มพื้นที่ รวมกว่า 230 แบรนด์ ขณะเดียวกัน ยังได้เปิดตัว Central Park Offices ตั้งเป้าอัตราการเช่า (Occupancy Rate) 80%

  • Central Northville (เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์) เปิดไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ในนนทบุรี บนพื้นที่เดิมของเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ด้วยที่ดินถึง 59 ไร่ และมีพื้นที่ศูนย์การค้า(GBA) 210,000 ตร.ม.

  • Central KhonkaenCampus (เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส) เปิดไตรมาส 2 ปี 2569 ถือเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัลแห่งที่ 2 ของขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง ทำเลศักยภาพสูงบนย่านการศึกษาและโรงพยาบาลสำคัญของเมืองบนพื้นที่ 30 ไร่ มีพื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 67,000 ตร.ม. และมีแผนพัฒนาคอนโดรูปแบบใหม่ และ GO! Hotel แห่งแรกของอีสาน

  • Central Krabi (เซ็นทรัล กระบี่) เปิดเดือน ต.ค. 2568 เป็นศูนย์การค้าต้นแบบด้าน Sustainable & Mindful Travel ควบคู่ไปกับเมือง และคาดมีส่วนผลักดันด้านการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ เปิดศูนย์การค้าใหม่แล้ว เซ็นทรัล วางงบประมาณราว 10,000 ล้านบาท จะใช้ในการปรับปรุงศูนย์การค้าเดิมในโลเคชั่นสำคัญ เพื่อดึงกลุ่มกำลังซื้อสูง ผ่านการเพิ่มแม็กเนต ทั้ง Fashion, Food Hub, Family & Edutainment อาทิ

  • Central Pinklao (เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า) เปิด Q3 ปี 2568 เน้นการดึงอินเตอร์แบรนด์เพิ่มขึ้น ตอบรับผู้บริโภคย่านธนบุรี ที่ประชากรเติบโต และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

  • Chaengwattana (เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ) เปิด Q4 ปี 2568 ย่านนี้เติบโตมีกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงขยายตัว จากการเข้ามาของ รร.นานาชาติ และกลุ่ม Expat จึงเน้นเพิ่มในส่วนของ Family & Edutainment

  • Central Bangna (เซ็นทรัล บางนา) เปิด Q3 ปี 2569 โดยบางนา เป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับลักซูรีกำลังซื้อสูง จึงได้ตัดสินใจปรับ Master Planning ขยายพื้นที่โครงการมิกซ์ยูสบนพื้นที่ 50 ไร่ เป็น Total Transformation ในรอบ 30 ปี

ส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2568 เซ็นทรัลจะมีโครงการทั้งสิ้น 135 โครงการจากทุกธุรกิจ และจากจำนวนนี้เป็นโครงการมิกซ์ยูสรวมทั้งสิ้น 30 โครงการจากทั้งหมด 44 ทำเล และประเมินว่า ภายใน 5 ปี จะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มเป็น 37 โครงการ

ทั้งนี้ เซ็นทรัลทำทราฟฟิกคนเข้าศูนย์การค้าสูงถึง 500 ล้าน Visits ต่อปี และมีนักท่องเที่ยวมาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลถึง 67 ล้าน Visits ต่อปี

ส่งผลให้ผลประกอบเซ็นทรัล ปี 2567 ทำ All Time High รายได้รวม 51,843 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 16,729 ล้านบาท จากนี้ไปอีก 5 ปี ตั้งเป้ารายได้โต 10% ต่อปี

]]>
1515546
เซ็นทรัล สวนกระแสเศรษฐกิจ ทุบสถิติ All-Time High รายได้กำไรปี 67 https://positioningmag.com/1513096 Mon, 03 Mar 2025 03:54:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1513096 ปี 2567 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคจับจ่ายน้อยลง แต่นั่นไม่ส่งผลกระทบต่อยักษ์ค้าปลีกไทยอย่าง “เซ็นทรัล” ภายใต้การบริหารของ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)

ที่สวนกระแส ทำตัวเลขงบปี 2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ All-Time High

  • รายได้รวม 51,843 ล้านบาท เติบโต 11% (YoY)
  • กำไรสุทธิ 16,729 ล้านบาท เติบโต 11% (YoY)

เบื้องต้น เตรียมสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงถึง 15% รวมทั้งประกาศจ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2.1 บาทต่อหุ้น (จ่อนำเสนอและรออนุมัติจากผู้ถือหุ้น)

ปัจจัยการเติบโตมาจาก 4 ธุรกิจในมือ ดังนี้

1. ธุรกิจรีเทล บริหารศูนย์การค้ารวม 42 แห่ง และคอมมูนิตี้มอลล์ 15 แห่ง พื้นที่เช่ารวม 2.3 ล้านตร.ม. ปัจจุบันมีอัตราการเช่า (OCC Rate) 91%

  • มีผู้คนมาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศกว่า 500 ล้านครั้งต่อปี
  • กลุ่มนักท่องเที่ยว มาเยือนกว่า 67 ล้านครั้งต่อปี อาทิ ชาวจีน รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย

2. ธุรกิจที่อยู่อาศัย มีโครงการอยู่ระหว่างขาย และโอนกรรมสิทธิ์ จำนวน 30 โครงการ (คอนโด 16 แห่ง และแนวราบ 14 แห่ง)

  • คอนโดมิเนียมติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ทั้งเอสเซ็นท์ นครสวรรค์ และเอสเซ็นท์ นครปฐม ขายหมดอย่างรวดเร็วนับเป็นการเติบโตท่ามกลางความท้าทายสวนทางภาพรวมตลาดวงการอสังหาฯ

3. ธุรกิจโรงแรม บริหารรวม 10 โรงแรม จำนวน 1,681 ห้อง มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี (OCC Rate) 70%

  • Hilton Pattaya ทำอัตราค่าห้องพัก รายได้เฉลี่ยต่อห้อง และรายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
  • โรงแรมเซ็นทารา โคราช, อยุธยา, อุดร, อุบล ล้วนมี Performance ดีเยี่ยม
  • การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด Hilton Garden Inn Rayong บนทำเลศักยภาพติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ไลฟ์สไตล์ เดสติเนชั่นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด

4. ธุรกิจอาคารสำนักงาน (ออฟฟิศ) มีทั้งหมด 10 อาคาร คิดเป็นพื้นที่เช่า 314,654 ตร.ม. ทำ Occupancy Rate 90% (ณ สิ้นปี 2567) สวนทางตลาดที่กำลังซบเซา

  • ออฟฟิศติดศูนย์การค้า ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบวงจรที่ดีที่สุด ทั้ง 10 แห่งรอบกรุงเทพฯ
  • centralwOrld Offices ใจกลางเมืองได้รับความนิยมสูง
]]>
1513096