เรซูเม่ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 04 Oct 2023 09:34:44 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เช็กก่อนส่ง! 3 ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรมีบน “ประวัติสมัครงาน” คำแนะนำจากอดีตแผนกรับสมัครของ Google https://positioningmag.com/1446724 Wed, 04 Oct 2023 08:27:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1446724 Nolan Church อดีตฝ่ายรับสมัครพนักงานของ Google และปัจจุบันเป็นซีอีโอของ Continuum บริษัทด้านการรับสมัครงาน เขาแชร์ข้อมูลจากการทำงานว่า ความผิดพลาดแบบไหนใน “ประวัติสมัครงาน” ที่เขาเห็นแล้วมีโอกาสปฏิเสธ ไม่รับพิจารณา เพราะเล็งเห็น ‘ธงแดง’ ของพฤติกรรมการทำงานผ่านเรซูเม่ โดยมีทั้งหมด 3 ข้อผิดพลาดหลัก ดังนี้

 

1.สะกดผิด

Church มองว่าการสะกดคำผิด หรือเขียนแกรมมาร์ผิด สะท้อนว่าผู้สมัครงาน “ไม่ค่อยมีความใส่ใจในรายละเอียด” และเขามองว่าข้อผิดพลาดแบบนี้ทำให้เขา “เซ็งมากที่สุด” เมื่ออ่านประวัติสมัครงาน

ในกรณีภาษาอังกฤษ ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยเช็กแกรมมาร์ เช่น Grammarly หรือ ChatGPT ให้ใช้งานได้ฟรี เครื่องมือพวกนี้ทำให้ผู้สมัครงานกลั่นกรองความถูกต้องได้แม่นยำขึ้น

 

2.ไม่อธิบายว่าทำไมจึงลาออกจากงานไว

ธงแดงข้อต่อไปของ Church คือ หากในประวัติพบว่า มีการลาออกจากงานเก่าเร็วกว่า 1 ปี เกิดขึ้นมาหลายครั้ง และไม่มีคำอธิบายในประวัติว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ในความเป็นจริงมีเหตุผลจำเป็นมากมายที่ทำให้คนลาออกจากงานแม้ยังทำงานไม่ครบปี เช่น บริษัทเลิกจ้าง, พบว่าตนเองไม่เหมาะกับงาน แต่ถ้าไม่มีการอธิบายใดๆ Church จะมองว่า “คุณเป็นพวกทำงานเป็นหลักแหล่งนานๆ ไม่ได้”

Church แนะนำว่า ในกรณีที่งานนั้นเป็นการทำงานที่ระยะสั้นกว่า 1 ปี ควรจะเพิ่มรายละเอียดสั้นๆ ด้านล่างว่าทำไมจึงออกจากงานเพื่ออธิบายตนเอง เช่น “ออกจากงานเนื่องจากการปรับลดจำนวนพนักงานของบริษัท”

 

3.ไม่อธิบายว่าทำไมจึงมีช่วงว่างงาน

“จริงๆ แล้วผมคิดว่าการมีช่วงว่างงานเพื่อพักผ่อนบ้างเป็นสิ่งที่ดีนะ” Church กล่าว “แต่ผมก็อยากจะรู้ว่าช่วงนั้นคุณใช้เวลาทำอะไรบ้าง”

สมมติว่าใน 1 ปีที่เป็นช่วงพักจากการทำงาน คุณใช้เวลาไปท่องเที่ยวรอบโลกหรือไปเรียน คุณสามารถเขียนลงไปในประวัติได้เหมือนกับเป็นการทำงานแบบหนึ่ง เพิ่มเข้าไปในไทม์ไลน์การทำงานได้เลยโดยอธิบายว่าช่วงนั้นไปทำอะไรอยู่

การระบุข้อมูลพวกนี้ทำให้ผู้รับสมัครงานรู้สึกว่าคุณใช้เวลาว่างไปเพิ่มพูนบางอย่างให้กับชีวิต “ผมต้องการทำงานกับคนที่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ” Church กล่าว ดังนั้น ข้อมูลพวกนี้จะบอกว่าคุณใช้เวลาพักไปสร้างการเรียนรู้หรือเสริมทักษะมาอย่างไร

ถ้าหากมีช่วงว่างงานที่ชัดมากในเรซูเม่ แต่ไม่มีคำอธิบายใดๆ Church กล่าวว่า “ผมก็จะทึกทักเอาว่าคุณคงใช้เวลาว่าง 3 ปีนี้ไปนั่งเล่นเกมอยู่บ้านเฉยๆ”

นอกจากข้อผิดพลาดใหญ่ๆ เหล่านี้ Church ยังแนะนำด้วยว่าการเขียนประวัติสมัครงานไม่ควรจะเขียนยืดยาวมากในแต่ละหัวข้อ ให้เขียนเนื้อล้วนๆ ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะถ้าเขียนยาวเกินไปก็สะท้อนให้เห็นอีกว่าคุณสรุปความไม่เป็น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงานยุคนี้ที่ต้องติดต่อกันผ่านข้อความและต้องทำงานเร็ว

Source

 

อ่านเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

]]>
1446724
Bill Gates โชว์เรซูเม่สมัยอายุ 18 เพิ่มกำลังใจมนุษย์งาน (ได้จริงไหม?) https://positioningmag.com/1392025 Sun, 10 Jul 2022 13:06:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1392025 คนทำงานหลายคนพบว่านอกจากการไปสัมภาษณ์งาน อีกส่วนที่ยากที่สุดในการหางานคือการสร้างประวัติย่อหรือเรซูเม่ในอุดมคติที่จะเปิดโอกาสในการเรียกความสนใจได้ในครั้งแรก ความสำคัญของเรซูเม่นี้ทำให้โลกตื่นเต้นมากเมื่อ Bill Gates หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ได้ตัดสินใจเปิดเผยประวัติย่อที่ตัวเองเขียนขึ้นเมื่ออายุ 18 ปีให้ชาวเน็ตได้ชม เพื่อหวังจะสร้างแรงผลักดันให้คนทำงานทุกคนไม่ท้อแท้และมีความหวังกับอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า

ด้วยการแชร์ประวัติย่อที่เขียนขึ้นเมื่อ 48 ปีที่แล้ว Bill Gates ต้องการบอกโลกว่าการพยายามหางานทำนั้นเป็นอย่างไรในยุคที่ Gates เพิ่งเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงก่อนที่ Gates จะลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อก่อตั้งบริษัท Microsoft อย่างเต็มตัว ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการเริ่มต้นอาชีพของหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน

ไม่ว่าประวัติย่อในช่วงเริ่มต้นชีวิตของมหาเศรษฐีรายอื่นที่ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อนั้นเป็นอย่างไร แต่ในเอกสารที่ Bill Gates เปิดเผยออกมานั้นระบุว่าเงินเดือนของหนุ่มน้อย Gates นั้นอยู่ที่ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ  (434,640 บาทตามค่าเงินในปัจจุบัน หรือประมาณ 300,000 บาทตามค่าเงินในเวลานั้น) ตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับน้องใหม่ระดับมหาวิทยาลัยทุกคนนี้ทำให้เกิดคำถามว่า การให้กำลังใจผู้คนด้วยเรซูเม่นี้ จะได้ผลดีจริงๆ ใช่ไหม?

5 ฟุต 10 นิ้ว หนัก 130 ปอนด์

นอกจากตัวเลขเงินเดือน ส่วนสูงและน้ำหนักของ Bill Gates เป็นอีกข้อมูลที่ดึงดูดใจชาวโลก เนื่องจากทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะแบ่งปันรายละเอียดส่วนตัวเช่นนี้ โดยประวัติย่อของ Bill Gates ในอายุ 18 ย่าง 19 ประกาศว่าตัวเองสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และหนัก 130 ปอนด์ ต่อจากนั้นจึงบอกเล่าข้อมูลประวัติการทำงานโดยย่อตามธรรมเนียมปฏิบัติ

หากอ่านโดยไม่ทราบว่า Gates จะเติบโตขึ้นเป็นนักเรียนเกียรตินิยมที่ทำคะแนนได้ A ทุกวิชาในปีแรกที่วิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก่อนจะลาออกจากวิทยาลัยในภายหลังเพื่อเริ่มต้น Microsoft เราต้องยอมรับว่าประวัติย่อนี้ให้ภาพรวมของโครงการก่อนหน้าที่ Gates ทำกับ Paul Allen ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทระดับโลกในอนาคต นั่นคือระบบที่ศึกษาการเคลื่อนที่ของทราฟฟิกคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือ traffic engineer หรือวิศวกรผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

Gates ในวัย 66 ปีให้ความเห็นเกี่ยวกับเรซูเม่ของตัวเองไว้สั้นๆ ว่าไม่ว่าใครจะเพิ่งจบหรือเพิ่งออกจากวิทยาลัย ตัวเขาก็แน่ใจว่าประวัติย่อของหลายคนจะดูดีกว่าที่ตัวเขาเคยทำเมื่อ 48 ปีก่อนมาก ข้อความนี้สะท้อนความพยายามสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งไม่เพียงแต่ Bill Gates ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในเส้นทางอาชีพใด ทุกคนก็สามารถมองดูอดีตของตัวเองด้วยความหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางดีกว่าเดิม

กำลังใจ มาหรือไป?

คำพูดของ Gates ที่ว่าประวัติการทำงานของคนยุคนี้อาจดูดีกว่าที่ตัวเขาเคยทำนั้น แม้จะแสดงออกถึงความตั้งใจเพิ่มความมั่นใจให้ “คนหนุ่มสาวหลายล้านคนทั่วโลกที่กำลังมองหางาน” แต่ความสำเร็จไม่ธรรมดาที่ William Henry Gates III ทำได้ในขณะเป็นน้องใหม่ที่ Harvard College นั้นไม่สามารถมองข้ามไปได้ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนจึงยกย่องประวัติย่อของ Bill Gates ว่าไม่มีที่ติ และขอบคุณ Gates ที่พยายามสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ท่ามกลางกระแสขอบคุณ Gates สำหรับการแบ่งปันความทรงจำล้ำค่า ชาวเน็ตบางคนแสดงความทึ่งที่ Gates สามารถทำทุกสิ่งที่ระบุในเรซูเม่ได้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กปี 1 ขณะที่บางคนพูดทำนองว่า อย่าเทียบกันเลยว่าประวัติย่อของคนธรรมดาจะเป็นอย่างไรเมื่อวางคู่กับประวัติย่อของ Gates รวมถึงบางเสียงที่หันมาแซวว่า การใส่ส่วนสูงและน้ำหนักลงในเรซูเม่ของผู้คนยุคก่อน นั้นเหมือนกับการใส่ข้อมูลในแอปพลิเคชันนัดเดทของผู้คนในยุคนี้ไม่มีผิด

ที่สุดแล้ว ชาวเน็ตส่วนใหญ่แสดงความชื่นชม Bill Gates เจ้าของสัดส่วน 5 ฟุต 10 นิ้ว หนัก 130 ปอนด์ ผู้ทำเงินเดือน 3 แสนบาทในวัย 18 ปี ที่เต็มใจเผยประวัติย่อเพื่อเพิ่มกำลังใจให้มนุษย์งานแบบจริงใจเช่นนี้

ที่มา : Scoopwhoop, The Print, Economic Times, Cnet

]]>
1392025
อยากทำงานบริษัทต่างชาติ ? เรซูเม่แบบไหนจะเตะตา HR มาดู 4 เคล็ดลับ ทำให้ได้งาน https://positioningmag.com/1179800 Sun, 22 Jul 2018 02:30:12 +0000 https://positioningmag.com/?p=1179800 เรื่อง : ขนิษฐา สาสะกุล iPrice

ตั้งแต่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สมาคมอาเซียน คนไทยก็เริ่มสอดส่องหางานบริษัทต่างชาติมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการเขียนเรซูเม่ดีๆ เตะตา HR ดูจะเป็นกำแพงขั้นแรกที่บุคคลเหล่านี้ต้องพยายามฟันฝ่าไปให้ได้ซะก่อน

แต่เพราะคนไทยยังติดการเขียนเรซูเม่ที่มีเนื้อหาเหมือนโปรไฟล์ หรือ Portfolio ซะส่วนใหญ่ ทำให้แม้บางครั้งประสบการณ์ทำงานของคุณจะดี ประวัติการศึกษาเป็นเลิศ แต่มันกลับไม่สร้างความแปลกใหม่จน HR ไม่สนใจจะเปิดอ่าน เป็นเหตุให้ iPrice บริษัทต่างชาติที่ทำการตลาดมากถึง 7 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หยิบหยกเทคนิคการเขียนเรซูเม่ยังไงให้เข้าตา HR มานำเสนอถึง 4 ข้อเน้นๆ ด้วยกัน มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

อย่าส่งอีเมลโล้น ต้องมีไฮไลต์เด็ดในเรซูเม่ประกอบด้วย

แม้ปัจจุบันคนไทยจะหางานผ่านเว็บไซต์พร้อมส่งใบสมัครด้วยระบบอัตโนมัติซะส่วนใหญ่เพราะมันสะดวกดี แต่ขอบอกเลยว่าบริษัทใหญ่ๆ หรือบริษัทต่างชาติมัก Ignore ใบสมัครเหล่านี้ เหตุเพราะมันเป็นวิธีเดียวกับที่คนนับร้อยนับพันเขาก็ส่งไปกัน แถมยังเพิ่มงานให้ HR ต้องมานั่งคัดแยกเพิ่มอีกต่างหาก ทางที่ดีคุณควรดูข้อมูลบริษัทและส่งอีเมลส่วนตัวไปหาพร้อมแนบเรซูเม่ และ CV ไปด้วยจะช่วยเพิ่มความสนใจให้ HR มากกว่า

มากไปกว่านั้น อย่าลืมเขียนอีเมลแนะนำตัวคร่าวๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความแบบโรบอตเช่น สมัครงานค่ะ ฝากพิจารณาด้วยนะคะหรือผมสนใจในตำแหน่งการตลาดครับ ฝากพิจารณาใบสมัครด้วยนะครับถ้าจะถามว่าทำไม? ง่ายๆ ให้คุณลองคิดภาพคุณเปิดกล่องขาเข้าในอีเมลที่เต็มไปด้วยข้อความเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นคุณก็คงไม่อยากกดเข้าไปอ่านเหมือนกัน ทางที่ดีควรระบุตำแหน่งงานให้ชัดเจน แนะนำตัว และแจ้งจุดประสงค์ที่ส่งอีเมลมาควบคู่ไปด้วย เช่น

หัวข้ออีเมล : สมัครงานตำแหน่งการตลาดออนไลน์

สวัสดีครับ (ชื่อผู้รับสมัครหรือบริษัทที่เปิดรับสมัคร)

สวัสดีครับผมชื่อ นาย ก. เรียนอยู่ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผมทราบว่าบริษัทของคุณได้เปิดรับสมัครตำแหน่งการตลาดออนไลน์จำนวนหนึ่งตำแหน่ง เนื่องจากผมศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 เมเจอร์การตลาด ผมจึงมีความสนใจอย่างมากที่จะเข้าร่วมทำงานและเป็นส่วนหนึ่งของทีมครับ (ในส่วนนี้ให้บ่งบอกถึงความสนใจในตัวงาน)

ผมแนบใบสมัคร, เรซูเม่ และ CV ของผมมาพร้อมอีเมลฉบับนี้

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะได้รับการพิจารณาและได้รับโอกาสได้เข้าพูดคุยกับคุณในโอกาสต่อไป

ขอบพระคุณอย่างสูง

นายก.

เพียงการเขียนอีเมลแนะนำตัวเองง่ายๆ เท่านี้ ก็จะทำให้บริษัทเห็นว่าคุณสามารถแนะนำตัวเองให้บริษัทจดจำได้ และที่สำคัญบริษัทก็พร้อมที่จะเปิดเรซูเม่ของคุณขึ้นมาพิจารณาไปด้วยเช่นกัน อย่างน้อยก็อยากเห็นหน้าไว้ก่อนแหละ

เนื้อหาเป๊ะ กระชับ และแตกต่าง

ส่วนใหญ่เรซูเม่ของคนไทยจะมีเนื้อหาคล้ายๆ กัน คือใส่ข้อมูลเข้าไปให้เยอะๆ แต่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ทุกคนมีอยู่แล้ว HR เลยมองผ่านเพราะไม่ดึงดูดความสนใจมากพอ เช่น ทักษะทางคอมพิวเตอร์ Excel, Word และ Powerpoint หรือ ทักษะทางภาษาอย่างอังกฤษ และภาษาไทย เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถช่วยในการตัดสินใจใดๆ ได้เลย

ถ้าคุณจะใส่ต้องแนบรายละเอียดเข้าไปเพิ่มอย่าง Excel สามารถทำ Vlookup หรือ Pivotable ได้ ส่วนภาษาก็ควรใส่ระดับภาษาของคุณลงไปเช่น ภาษาอังกฤษเคยไปสอบโทอิคมาได้คะแนนเท่าไหร่ เป็นต้น

แต่อย่าลืมว่าคนอื่นก็ใส่ได้เหมือนกัน เผลอ ๆ อาจมีรายละเอียดหรูเลิศกว่าคุณก็เป็นได้ ทางที่ดีควรใส่ความสามารถทางด้านโปรแกรมที่หลากหลาย อย่าโฟกัสเพียง Microsoft เท่านั้น ยิ่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังมาแรง หากคุณลองศึกษาเครื่องมือจำพวก Google Analytics หรือ Google Adwords ดูสักระยะจะทำให้คุณมีภาษีดีกว่าคนอื่นๆ ได้ แม้บริษัทนั้นๆ จะไม่ได้ทำธุรกิจแนวนี้ แต่มันก็สื่อให้คุณดูแปลกใหม่ไม่จำเจจน HR อยากเรียกมาดูตัวก็เป็นได้

ใช้ภาษาให้สวยหรูเข้าไว้ แม้จะเคยได้เกรด 0 วิชาภาษาอังกฤษมาแล้ว

แน่นอนว่าปัจจุบันทักษะภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทในการคัดคนเข้าทำงานมากขึ้น จนบางคนที่พูด อ่าน เขียนได้แค่ภาษาไทยอย่างเดียวดูจะหมดกำลังใจไปเลย

แต่คุณสามารถลดจุดด้อยนี้ออกไปได้เพียงเขียนเรซูเม่ภาษาเป๊ะๆ เข้าไว้ก่อนเพราะเป็นเรื่องปกติที่ถ้าคุณไม่มีความสามารถด้านภาษา ก็ย่อมไม่หางานที่ต้องข้องเกี่ยวกับมันอยู่แล้ว เพียงเขียนเรซูเม่ให้สวยหรูประดับบารมีก็พอ ซึ่งบางครั้งมันอาจให้คุณดูน่าสนใจแซงบรรดานักเรียนนอกที่คิดง่ายๆ โดยใช้ภาษาพื้นๆ เขียนเรซูเม่ส่งก็เป็นได้

แนะนำว่า ควรค้นหาตัวอย่างเรซูเม่ภาษาอังกฤษที่เขียนโดยต่างชาติแล้วมาปรับเปลี่ยนข้อมูลเล็กน้อยภายในเอาดีกว่า ไม่มีใครรู้หรอก

CV และเรซูเม่ ต่างกันนะ ต้องส่งให้ครบ

เชื่อว่ายังมีหลายคนสับสนระหว่าง CV และเรซูเม่ว่ามันคืออันเดียวกัน บอกเลยว่า ‘ผิด’ ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ว่ามันต่างกันยังไงก็คือ เรซูเม่จะเป็นประวัติส่วนตัวของคุณในรูปแบบ Bullet Point ส่วน CV จะเป็นข้อมูลการทำงาน ซึ่งคุณควรใส่ให้มันมีความสอดคล้องกับงานที่จะสมัครด้วย

ในกรณีที่ไม่มีประสบการณ์ แนะนำให้กล่าวอ้างกิจกรรมที่ทำในสมัยเรียน งานพาร์ต์ไทม์ หรือผลงานที่โดดเด่นในวิชาที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

จากการศึกษาข้อมูลของแผนก HR บริษัท iPrice ที่ทำการตลาดใน 7 ประเทศแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า คนไทยส่วนใหญ่มักส่งเรซูเม่ที่มีประวัติส่วนตัว และการทำงานรวมอยู่ด้วยกันเท่านั้น ทำให้ในส่วนของ CV
มีเนื้อหาน้อยไม่กระชับ ไม่ดึงดูดเท่าที่ควร เมื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครท่านอื่นที่ส่งมาครบทั้ง CV และเรซูเม่ ทำให้ HR เลือกที่จะเปิดอ่านอีเมลของคนที่ส่งมาครบมากกว่า แม้บางครั้งประสบการณ์ของคุณจะเริ่ด แต่ถ้าไม่ทำการบ้านให้ดีก่อนส่งเมลก็อาจแพ้เด็กจบใหม่ได้นะ

แนะนำ ถ้าใครเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มหางานละก็ควรเริ่มจากใส่ข้อมูลเหล่านี้ซะก่อน

ย่อหน้าแรกควรบอกเล่าถึงตัวของคุณ เช่น ชื่อ, สถานศึกษา, ตำแหน่งที่สนใจ

ย่อหน้าที่สองต้องเปลี่ยนเนื้อหาให้มีความเหมาะสมกับบริษัทหรือตำแหน่งที่สมัคร ถ้าหากคุณสมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่ง Content Marketing

คุณจะต้องบอกเล่าประสบการณ์การทำงานในด้านการตลาดที่ผ่านมา พร้อมแจกแจงรายละเอียดว่าประสบการณ์เหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่คุณสมัครงานได้อย่างไร

ย่อหน้าสุดท้ายคือการขอบคุณสำหรับเวลาที่บริษัทได้พิจารณาประวัติของคุณ และคุณสามารถลงท้ายด้วยการขอให้พวกเขาพิจารณาอย่างเต็มที่

ข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ใช้ได้กับบริษัทต่างชาติเท่านั้น แต่ปัจจุบันบริษัทสัญชาติไทยก็เริ่มนำมาปรับใช้ในการคัดคนเข้าทำงานเหมือนกัน เพราะมันช่วยให้พวกเขาคัดบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมาร่วมงานด้วยง่ายมากขึ้น หากคุณสามารถส่งเรซูเม่ตามเทคนิคที่เรานำมาเสนอได้ละก็นอกจากสร้างความประทับใจ ดึงดูดความสนใจ และเตะตาพวกเขาแล้ว เปอร์เซ็นต์ที่คุณอาจได้งานก็ยังสูงขึ้นตามไปด้วย.

ผู้เขียน : ขนิษฐา สาสะกุล iPrice

]]>
1179800
6 เทคนิค ส่องสปอตไลท์ให้ “เรซูเม่” เข้าตากรรมการ https://positioningmag.com/1129433 Sat, 17 Jun 2017 00:55:03 +0000 http://positioningmag.com/?p=1129433 บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอเกี่ยวกับ ทักษะที่สามารถปรับให้เข้ากับการทำงานในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการนำเสนองาน ทักษะการพูดในที่สาธารณะได้ดี ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ หรือทักษะการทำงานเป็นทีม เป็นต้น เป็นทักษะที่มีอยู่แล้วในตัวทุกคน และต้องใช้กันอยู่ทุกวัน อยู่ที่ว่าจะสามารถหยิบทักษะที่มีอยู่ไปใช้ให้ได้ประสิทธิภาพอย่างไร หรือจะพยายามพัฒนาทักษะที่มีอยู่ได้มากแค่ไหน อย่ามองข้ามทักษะเหล่านี้ค่ะ เพราะทักษะเหล่านี้จะทำให้เรซูเม่ของคุณโดดเด้งขึ้นมาทันที ลองค้นหาทักษะที่มีในตัวคุณ แล้วส่องสปอตไลท์ให้คุณเฉิดฉายเหนือคู่แข่ง กับ 6 วิธีเขียนเรซูเม่ ด้วยการนำเสนอทักษะที่สามารถปรับให้เข้ากับการทำงานด้านต่างๆ ในตัวคุณ

1. เลือกทักษะให้เหมาะสมกับที่ผู้ประกอบการต้องการ

ถ้าคุณคิดว่าจะส่งใบสมัครงานไปหลายที่ สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ เขียนเรซูเม่แต่ละฉบับให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งงานและแต่ละบริษัทที่จะสมัคร บางคนเขียนเรซูเม่แค่ฉบับเดียว แล้วใช้สมัครงานกับทุกบริษัท ทำแบบนี้อาจจะไม่ได้งานซักที อย่าขี้เกียจค่ะ ผู้ประกอบการดูออกว่า คุณมีความตั้งใจ และพยายามเขียนเรซูเม่เพื่อนำเสนอตัวเองแค่ไหน ถ้าอยากให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่น เข้าตาผู้ประกอบการ ให้ลิสต์ทักษะที่คุณมี (ทักษะที่สามารถปรับให้เข้ากับการทำงานด้านต่างๆ ได้) ออกมาให้หมด แล้วลองดูว่าทักษะไหนตรงกับที่ผู้ประกอบการต้องการ ที่ลงไว้ในประกาศงาน ทักษะที่คุณลิสต์ไว้อาจจะไม่ได้ตรงกับที่ผู้ประกอบการต้องการทั้งหมด 100% คุณต้องเลือกเขียนเน้นทักษะที่คุณมี และตรงกับที่ผู้ประกอบการต้องการ การเขียน keyword ทักษะเหล่านี้ก็ทำให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่นขึ้นมาแล้วค่ะ

2. เขียนทักษะที่มีให้สอดคล้องกับทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการ

พยายามเขียนทักษะที่มีให้สอดคล้องกับทักษะที่ผู้ประกอบการลงไว้ในประกาศงาน อย่าอธิบายเกินจริง แต่ให้เขียนอธิบายว่า คุณปรับใช้ทักษะที่มีกับการทำงานที่คุณรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เช่น ในประกาศงานต้องการผู้สมัครงานที่มีทักษะในการคิดสร้างสรรค์งานได้ (creative thinking skills) คุณสามารถหยิบยกประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณมาเขียนได้ เช่น เคยเป็นครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ในกัมพูชา งานที่คุณรับผิดชอบคือ ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหาวิธีใหม่ๆ เพื่อทำให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วม และสนุกสนานในชั้นเรียน โดยการให้เด็กๆ ได้เล่นเกมที่สอดแทรกภาษาอังกฤษ และการออกกำลังกาย

3. อธิบายทักษะที่คุณมีให้ชัดเจนและกระชับที่สุด

เขียนอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะที่คุณมีให้ชัดเจนและกระชับที่สุด ไม่ควรเขียนแบบกว้างๆ เช่นคำเหล่านี้ มีทักษะการเป็นผู้นำที่ดี (good leadership skills) หรือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีเยี่ยม (excels at critical thinking) คำเหล่านี้จะเป็นคำที่ผู้ประกอบการลงไว้ในประกาศงาน ถ้าใช้คำเดียวกันนี้เขียนลงไปในเรซูเม่ ผู้ประกอบการอาจยังมองไม่เห็นภาพว่าคุณจะใช้ทักษะที่มีกับการทำงานได้อย่างไร ควรใช้คำง่ายๆ และเขียนให้ชัดเจนว่า คุณประสบความสำเร็จอย่างไรในการใช้ทักษะที่มีนี้ เมื่อผู้ประกอบการเห็นภาพว่า สามารถปรับใช้ทักษะที่คุณมีให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร แค่นี้ทั้งเรซูเม่ ทั้งตัวคุณก็จะเข้าตาผู้ประกอบการแน่นอน

4. เขียนสรุปความสำเร็จทั้งหลายด้วยตัวเลข

ผู้ประกอบการจะสะดุดตากับเรซูเม่ของคุณได้ ต้องเขียนสรุปสรรพคุณด้วยจำนวนตัวเลข จะทำให้เห็นภาพได้ง่ายและชัดเจนขึ้น เช่น ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญงานจัดการโครงการ สิ่งที่ควรเขียนคือ สามารถบริหารจัดการโครงการ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนหลายๆ ฝ่าย ทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้ และสามารถจัดการกับโครงการต่างๆ ที่รับผิดชอบภายใต้งบประมาณและภายในเวลาที่กำหนด เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรซูเม่ของคุณ ให้คุณเขียนความสำเร็จทั้งหลายด้วยตัวเลข เช่น “คุณประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนความสามารถในการทำงาน ทำให้ทุกๆ วันมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 30%และยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20%”

5. เพิ่มคะแนนพิเศษด้วยทักษะความรู้เรื่องสื่อออนไลน์

ตอนนี้ บริษัทส่วนใหญ่กำลังต้องการคนทำงานที่มีความรู้เรื่องสื่อออนไลน์ อาจจะดูไม่เกี่ยวกับทักษะการทำงานโดยตรงซักเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณมีความรู้เรื่องนี้ ให้เขียนระบุลงไปในเรซูเม่ด้วย เช่น มียอดคนดูวิดีโอใน YouTube มากกว่า 50,000 วิว, มีผู้ติดตาม Instagramมากกว่า 10,000 คน หรือมีบล็อกที่มีคนเข้าชมและมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือแชร์บทความในบล็อกของคุณอยู่อย่างต่อเนื่อง รับรองได้คะแนนพิเศษเพิ่มเติมจากความรู้เรื่องสื่อออนไลน์นี้แน่นอน

6. ตรวจทานและแก้ไขรอบสุดท้าย

ถ้าเขียนเรซูเม่เรียบร้อยแล้ว ให้อ่านตรวจทานอย่างน้อย 1-2 รอบ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเรซูเม่ที่คุณเขียนดีหรือยัง ให้เพื่อน รุ่นพี่ หรือใครก็ได้ที่สามารถช่วยให้คำแนะนำคุณได้ ลองอ่านและตรวจทาน บางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่การตรวจทานและแก้ไข เป็นอีกส่วนที่สำคัญในการเขียนเรซูเม่เลยก็ว่าได้ เป็นการสำรวจความเรียบร้อยรอบสุดท้ายก่อนส่งเรซูเม่ไปสมัครงาน

สำหรับใครที่กำลังมองหางานใหม่หรือกำลังเตรียมยื่นใบสมัครไปที่บริษัทไหน ลองนำทั้ง 6 วิธีนี้ไปทำตามดูนะคะ ไม่ยากเลย สมัครงานครั้งต่อไปรับรองเรซูเม่ของคุณจะต้องเฉิดฉาย เข้าตาผู้ประกอบการแน่นอนค่ะ

]]>
1129433