กาแฟ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 01 Oct 2018 09:00:37 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เมื่อวัฒนธรรมกาแฟบุกตลาดจีน ทำไมสตาร์บัคส์จับมือ Ele.me อาลีบาบา โค้กต้องซื้อ คอสต้า คอฟฟี่ https://positioningmag.com/1190268 Sat, 29 Sep 2018 03:00:37 +0000 https://positioningmag.com/?p=1190268 แต่เดิมคนจีนจิบชาร้อนแบบดั้งเดิมเป็นหลัก แต่จีนยุคใหม่มีการบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้จีนกำลังกลายเป็นตลาดร้านกาแฟที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะสำหรับเครือข่ายร้านกาแฟนานาชาติ แน่นอนย่อมเป็นผลดีที่ส่งต่อไปถึงกลุ่มผู้ปลูกกาแฟทั่วโลกด้วย 

ทำไมต้องตลาดจีน

คำตอบนี้ง่ายมาก ยุคนี้อะไรๆ ก็จีน แม้จะเป็นประเทศที่โดนอเมริกาจ้องตาเขม็ง ถูกกีดกันการค้ามากที่สุดมานาน แต่จีนก็ยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้กับเกมการแข่งขัน แถมเป็นเมืองที่พัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันโลก ทำให้คนจีนยุคใหม่มีรายได้ดี ส่งผลต่อวัฒนธรรมการบริโภคและไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มใหญ่ที่เปลี่ยนไป

คนจีนยุคใหม่เลือกที่จะแฮงเอาท์ในร้านกาแฟพร้อมเครื่องดื่มใหม่ล่าสุดในมือ เพราะมีกำลังซื้อและเริ่มรับประสบการณ์ใหม่ด้านผลิตภัณฑ์และบริการจากแบรนด์จากตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า การแต่งหน้า กระเป๋า รองเท้า จนมาถึงเรื่องของรสนิยมในการบริโภคแบบตะวันตก

ดังนั้น จากปริมาณการบริโภคกาแฟต่อคนที่ยังอยู่ในปริมาณค่อนข้างต่ำ เพียง 3 ถ้วยต่อคนต่อปี จึงกลายเป็นโอกาสทองของร้านกาแฟดังหลายแบรนด์ที่พร้อมใจกันตบเท้าเข้าจีน ทั้งสตาร์บัคส์ (Starbucks) ที่ประกาศปูพรมขยายสาขาให้ได้ครบ 5,000 สาขาภายในปี 2561 รวมถึงคอสต้า คอฟฟี่ (Costa Coffee) ที่โคคา โคลา (Coca cola) ซื้อเข้ามาไว้ในพอร์ตโฟลิโอเพื่อที่จะใช้บุกตลาดจีนโดยเฉพาะ เป็นต้น

การบริโภคกาแฟโดยรวมของจีนมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 16% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ และเติบโตแซงหน้าค่าเฉลี่ยของโลกที่มีอัตราเติบโตเพียงแค่ 2% (ตัวเลขจากองค์การกาแฟระหว่างประเทศ)

จึงไม่แปลกอะไรที่สตาร์บัคส์จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็วในจีน พร้อมกับแผนงานการขยายเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวตามที่ประกาศไว้ โดย ณ ปัจจุบัน สตาร์บัคส์มีจำนวนสาขาในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 3,300 สาขา เพิ่มจาก 1,017 สาขาในปี 2556

นอกจากร้านกาแฟที่ขยายตัว มูลค่าการซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟในจีนก็เติบโตอย่างมาก โดยถ้าดูจากสถิติของอาลีบาบาเจ้าตลาดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ พบว่า มีผู้บริโภคชาวจีนที่ซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟในเถาเป่า (Taobao) และทีมอลล์ (Tmall) รวมมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านหยวน ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยกลุ่มผู้ซื้อกาแฟ 40% มาจากกลุ่มผู้บริโภคที่เกิดหลังปี 2523 ซึ่งมีอยู่กว่า 450 ล้านคนในจีน และเป็นกลุ่มคนจีนที่รู้กันดีว่ามีการศึกษาดีและเคยมีประสบการณ์เดินทาง

ธุรกิจร้านกาแฟในจีน โตตามรอยญี่ปุ่น

จีนกำลังดำเนินการตามเส้นทางของญี่ปุ่นในการเป็นหนึ่งในประเทศที่บริโภคกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความนิยมในการดื่มกาแฟของจีนในปัจจุบัน มีลักษณะคล้ายกับญี่ปุ่นในช่วงปี พ.ศ. 2506 ถึง พ.ศ. 2516 ซึ่งมีการเริ่มต้นทำนองเดียวกัน จนตอนนี้จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเคนตั๊กกี้ญี่ปุ่นได้ชื่อว่า เป็นผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000

เหตุผลที่จะทำให้จีนเป็นแบบญี่ปุ่นในด้านกาแฟ เพราะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีการเติบโตอย่างน่าสนใจจากฐานการบริโภคที่ขยายอย่างรวดเร็วและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าชนชั้นกลางของจีนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 600 ล้านคนในปี 2565

ชนชั้นกลางเหล่านี้ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชั้นสามและสี่มากกว่าเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่ง และเป็นเมืองที่มีประชากรมากกว่า 4 ล้านคน นั่นหมายความว่าพวกเขามีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้อีกมาก

ร้านกาแฟที่บุกจีนมีข้อมูลเหล่านี้ในมือ เช่นเดียวกับที่สตาร์บัคส์วางแผนจะขยายเข้าสู่ 100 เมืองในจีนภายในปี 2565

ขณะที่ คอสต้า คอฟฟี่ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,200 สาขาในช่วงเวลาเดียวกัน เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ 449 สาขาในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เชนร้านกาแฟนานาชาติหลายแห่งรวมกันมีแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวถึง 6,000 เครื่องภายในปี 2565 โดยมีอัตราการเติบโต 18% ต่อปี หรือร้านใหม่ทุกๆ 15 ชั่วโมง เช่น Tim Horton ซึ่งเป็นคู่ค้าชาวแคนาดาเปิดเผยแผนการที่จะเปิดร้านค้ากว่า 1,500แห่ง ในประเทศจีนใน 10 ปีข้างหน้า

ร้านกาแฟยุคนใหม่ต้องขายประสบการณ์

การชงกาแฟที่ดีขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ กลายเป็นจุดขายของร้านกาแฟที่คนทั่วโลก รวมทั้งผู้บริโภคชาวจีนก็ต้องการ ซึ่งพวกเขายังซื้อกาแฟสำเร็จรูปมากขึ้นจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกาแฟสด เพื่อให้ได้รสชาติและคุณภาพที่ดีขึ้น จนทำให้การเติบโตของผลิตภัณฑ์กาแฟสดเติบโตเป็น 2 เท่าในจีนในปี 2560

Euromonitor ยังสำรวจพบว่า ข้อมูลจากแพลตฟอร์มของอาลีบาบา มียอดขายของเมล็ดกาแฟเพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับกาแฟสำเร็จรูปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งยอดขายกาแฟแคปซูลบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบาก็เพิ่มขึ้น 10 เท่าในช่วงเดียวกัน

เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ ถ้าจะพบคอฟฟี่บาร์แบบพรีเมียมได้ในประเทศจีนที่เติบโตมาจากวัฒนธรรมชาได้ไม่ยากในยุคนี้ แม้แต่ในออนไลน์ก็มีการสอนเกี่ยวกับการดื่มกาแฟ ตัวอย่างเช่นแบรนด์ ดาวิดอฟฟ์ (Davidoff) เลือกใช้ออนไลน์บอกเล่าเรื่องราวของกาแฟตั้งแต่ภาพสวนกาแฟ กระบวนการผลิต ไปจนถึงคำแนะนำต่างๆ จนกลายเป็นกาแฟพร้อมดื่มในถ้วย

อนาคตออนไลน์แบบออฟไลน์ในโลกของกาแฟจีน

การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ดิจิทัลกำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมกาแฟของจีนไม่ต่างธุรกิจอื่น ๆ กลุ่มกาแฟกำลังมองหาหุ้นส่วนในการจัดส่งเพื่อขยายยอดขายนอกเหนือจากร้านค้าที่มีอยู่จริง บิ๊กดีลระหว่างอาลีบาบากับสตาร์บัคส์คือตัวอย่างที่ดี เมื่อแบรนด์ร้านกาแฟจากอเมริกันอย่างสตาร์บัคส์ เลือกใช้เครือข่ายจัดส่งอาหารของอาลีบาบา Ele.me เพื่อตอบสนองการสั่งซื้อออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นช่องทางที่ตอบพฤติกรรมผู้บริโภคและช่วยสร้างยอดขายให้กับสตาร์บัคส์ได้อย่างดีและได้เปรียบร้านกาแฟคู่แข่งอื่นๆ

ฉะนั้นเตรียมใจกันได้เลยว่า เมื่อไรที่อยากจิบกาแฟที่จีน คุณเลือกสั่ง เลือกดื่มได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในร้านนอกร้าน หรือที่ไหนๆ จากร้านกาแฟที่คุณต้องการด้วยบริการส่งถึงที่ที่คงจะมีให้เลือกเพิ่มขึ้นจากร้านกาแฟอีกหลายร้านที่จะต้องให้บริการตามๆ กันมาในอนาคต.

Source


อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง

]]>
1190268
Starbucks กำไรพุ่งเป็นประวัติการณ์ จากตลาดจีน-ปรับไลน์สินค้าหลัก-เครื่องดื่มพิเศษ https://positioningmag.com/1154644 Sun, 28 Jan 2018 01:59:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1154644 ภาพจาก : facebook.com/StarbucksThailand

Starbucks ประกาศชัยทำยอดขายทะลุมูลค่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐได้เป็นไตรมาสแรก (ตุลาคมธันวาคม 2017) อย่างไรก็ตาม มูลค่าหุ้น Starbucks ยังทรงตัว ไม่ตื่นเต้นกับกำไรสุทธิที่บริษัทยืนยันว่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 199% 

เชนร้านกาแฟอเมริกันรายงานรายได้สถิติใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเป็นผลประกอบการไตรมาสแรกปีการเงิน 2018 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา

CEO หัวเรือใหญ่ Starbucks อย่าง Kevin Johnson ระบุว่า วันนี้ Starbucks มีตัวขับเคลื่อนทีทรงประสิทธิภาพ 2 ส่วน นั่นคือตลาดจีนและสหรัฐฯ โดยบอกว่าทั้ง 2 ตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนที่เป็นอิสระ แต่ส่งผลใหญ่หลวงต่อการเติบโตทั่วโลกของ Starbucks ถือเป็นการหยอดคำหวานที่ประกาศสถานการณ์ของ Starbucks ได้พร้อมกันในตัว

วันนี้ กำไรสุทธิของ Starbucks เพิ่มขึ้น 199.4% เป็น 2,250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 58 เซนต์ต่อหุ้น (ราว 7 หมื่นล้านบาท) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนยอดรายได้รวม 6,070 ล้านเหรียญที่บริษัททำได้ตลอด 3 เดือนปลายปี (ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท

ผลคือรายได้รวม Starbucks ไตรมาสแรกของปีงบการเงินล่าสุด นั้นมีมูลค่ามากกว่าตัวเลขที่ทำได้ในปีที่แล้วราว 5,730 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า 5.9% เมื่อเทียบกับตัวเลขในปีนี้

อย่างไรก็ตาม Starbucks พลาดเป้าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดย Thomson Reuters I/B/E/S คาดการณ์ว่าเจ้าพ่อกาแฟเงินล้านจะทำรายได้ที่ 6,180 พันล้านเหรียญ และมีกำไรต่อหุ้น 57 เซนต์

การพลาดเป้านี้ทำให้หุ้น Starbucks ลดลง 3.19% โดยลดลง 1.93 เหรียญ เป็น 58.62 เหรียญสหรัฐที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

การประกาศผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนว่า Starbucks มีการเติบโตชัดเจนในประเทศจีน ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยบวกจากการปรับไลน์สินค้าหลัก และกลยุทธ์ให้บริการเครื่องดื่มพิเศษที่จำกัดเวลาจำหน่าย ซึ่ง Starbucks ให้บริการมากขึ้นชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ Starbucks ระบุว่าได้ขายแบรนด์ชา Tazo ให้กับ Unilever ด้วยมูลค่า 384 ล้านเหรียญ โดยบริษัทจะหันมาเน้นการให้ความสำคัญกับธุรกิจชาผ่านแบรนด์ Teavana แทน แม้ว่าจะไม่มีร้าน Teavana ให้บริการในห้างสรรพสินค้าก็ตาม

อีกส่วนหนึ่ง Starbucks ระบุว่าจะมุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจจำหน่ายอาหารกลางวัน ล่าสุด Starbucks มีจำหน่ายเมนูอาหารเช่น สลัดอะโวคาโด และไก่สมุนไพร และแซนวิชที่ทาด้วยผลิตภัณฑ์จากผลฟิกหรือมะเดื่อ เมนูนี้เพิ่งเปิดตัวในเดือนเมษายน ที่สาขาใหญ่ในซีแอตเติล และมีกำหนดขยายสู่ชิคาโก ในเดือนกันยายน

เบื้องต้น Starbucks หวังเพิ่มธุรกิจอาหารให้โตเป็น 2 เท่าในปี 2021

นอกจากนี้ Starbucks ยังถือหุ้นในแบรนด์คาเฟ่เบเกอรี่หรูสัญชาติอิตาเลียนอย่าง Princi โดยจะจัดซื้ออาหารจากแบรนด์นี้เพื่อให้บริการครั้งแรกที่ร้านใหญ่ Starbucks Reserve Roastery ในซีแอต โดยมีแผนเพิ่มบริการเข้าไปในสาขาอื่นทั่วสหรัฐอเมริกา และเอเชียอีกด้วย

Starbucks ยังยืนแผนให้บริการเครื่องดื่มจำกัดเวลาจำหน่าย หลังจากประสบความสำเร็จงดงามในปีที่ผ่านมา เช่น Unicorn Frappuccino กาแฟสีลูกกวาดที่เป็นกระแสแรงมากเมื่อกลางปีที่แล้ว ยังมี Zombie Frappuccino ต้อนรับเทศกาลผีดิบฮาโลวีน รวมถึง Christmas Tree Frappuccino ในเดือนธันวาคม และ Christmas Tree ที่ใช้ชุดทักซิโดสีดำและขาวสร้างแรงบันดาลใจ ในช่วงก่อนวันส่งท้ายปีเก่าที่ผ่านมา

ปัจจุบัน Starbucks มีร้านค้าใหม่เกิดขึ้นกว่า 3,000 แห่งใน 136 เมืองในประเทศจีน รวมถึงกว่า 600 แห่งในเซี่ยงไฮ้ ในเดือนธันวาคม Starbucks เปิดร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีในโลกด้วย Starbucks Reserve Roastery อันหรูหราที่เซี่ยงไฮ้ บนเนื้อที่ 30,000 ตารางฟุต เรียกผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างไม่ธรรมดา

ธุรกิจ Starbucks ในจีนจะยังร้อนแรงอีกนาน เห็นได้จากการที่ Starbucks ซื้อหุ้นของบริษัทร่วมทุนจีนชื่อ East China ในเดือนกรกฎาคม ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญ

ที่มาusatoday.com/story/money/2018/01/25/starbuckss-record-breaking-quarter-still-disappoints-wall-street/1067064001/

]]>
1154644
‘องค์บาก’ ในกระแสความนิยมโลก https://positioningmag.com/7288 Mon, 11 Apr 2005 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=7288

‘องค์บาก’ ถือว่าเป็นหนังไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาดโลก แม้ว่าความสำเร็จนี้ยังไม่มากเท่าหนังต่างประเทศอีกหลายเรื่องของหลายชาติ แต่เป็นความสำเร็จสูงสุดของหนังไทยในรอบประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของประเทศไทย โดยช่วงสัปดาห์แรกเข้าฉายกลางเดือนกุมภา หนังทำรายได้ในอันดับที่ 17 ของอเมริกา ทั้งที่เข้าฉายเพียง 361 โรงทั่วประเทศ หรือเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของโรงฉายหนังที่ได้อันดับหนึ่ง

แม้ว่าหนังไทยเรื่องใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดโลก จะต้องสร้างสรรค์แนวทางของตัวเองเท่านั้น แต่การรับรู้ทัศนะของนักวิจารณ์ต่างประเทศที่มีต่อ ‘องค์บาก’ น่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีเพื่อการก่อตัวความคิดใหม่ของนักสร้างภาพยนตร์ไทย ที่หวังให้หนังเป็นที่ยอมรับของคนดูต่างชาติต่างภาษาด้วย

การศึกษาบทวิจารณ์ต่างๆ จากนักวิจารณ์อเมริกัน เกี่ยวกับ ‘องค์บาก’ จะบอกได้ว่า สิ่งที่นำเสนอในหนังไทยเรื่องนี้ จากสายตาของผู้เชี่ยวชาญการชมภาพยนตร์นั้น มีอะไรที่กำลังพอดี หรือส่วนที่ยังต้องแก้ไขเพราะมากไป น้อยไป ที่ยังมีอยู่ในตัวหนังจำนวนพอสมควร
สำหรับตอนนี้ จากการสรุปบทวิจารณ์โดยรวมแล้ว โอกาสได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมการผลิตในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดจากเครดิตของหนังเรื่องนี้ “น่าเสียดาย” ว่ายังเป็นของโทนี่ จา คนเดียวเท่านั้น หากเขาได้เอเย่นต์นักแสดงฮอลลีวู้ดที่มือดี เป็นไปได้มากที่เขาจะมีหนังชุกไม่แพ้เฉินหลง ในปีข้างหน้านี้

สรุปบทวิจารณ์ “องค์บาก” จากสื่อมวลชนรายใหญ่ของอเมริกา

หนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต์
สรุปบทวิจารณ์ :
– ชม
“(แต่) สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องบันทึกไว้คือ การแนะนำ จา ศิลปินนักต่อสู้ สู่โลก คนหนุ่ม หล่อ และนักมวย นักแสดงฉากบู๊ ที่น่าเร้าใจที่สุดนับแต่ บรู๊ซ ลี และเฉินหลง ก่อนเข้าฮอลลีวู้ด”
“องค์บากจะไม่ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ใดๆ แต่ โทนี่ จา เป็นข้อเสนอของแท้”
– ติง
“ดูการนำเสนอเรื่องตรงๆ แล้ว “องค์บาก” มีแต่ส่วนผสมน่าเบื่อของบทหนังซ้ำซากในหนังบู๊อย่างเลว โดยมีการโยนเนื้อหานิยายปรัมปราเติมไป”

หนังสือพิมพ์ ซานฟรานซิสโก โครนิเคิล
สรุปบทวิจารณ์ :
– ชม
“โทนี่ จา ผู้น่าเร้าใจ ดึงกลับไปที่บรู๊ซ ลี และเฉินหลง ยุคต้น คือเหตุผลที่ต้องชมหนัง…บทต่อสู้ของเขา ของแท้ทั้งหมด ไม่มีการช่วยเหลือโดยใช้สายสลิง หรือทำเอฟเฟกต์ดิจิตอล”
– ติง
“การรีเพลย์ (ย้อนภาพซ้ำในแบบสโลว์โมชั่น) เป็นของดีในการชมกีฬา แต่ในหนังบู๊มันเป็นความคิดที่แย่มาก”
“ปัญหากับ “องค์บาก” คือ…แทบทุกฉากการต่อสู้ที่น่าประทับใจถูกฉายซ้ำในแบบสโลว์โมชั่น จากมุมกล้องต่างกัน และเราได้เห็นฉากที่ชวนให้ตาลุกที่สุดถึงสามครั้ง ด้วยเหตุนี้เมื่อตัดต่อให้รัดกุม หนังบู๊ 90 นาทีกลายเป็น 105 นาทีที่เต็มไปด้วยน้ำ แสดงตัวอย่างของวิธีการห้ามกำกับหนังบู๊”

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก วาไรตี้
สรุปบทวิจารณ์ :
ชม- ติง
“ในรูปแบบดั้งเดิมของลีลาเท้ากระหน่ำ บทหนังที่ไม่น่าระทึกใจกลายมาเป็นงานโชว์ความสามารถจริงของจา ซึ่งเกิดจากการนำเสนอบทพูดน้อยกว่าการนำเสนอเท้าถึงคอหอย (หรือกึ่น หรือกระดูก)
“ทุกฉากบู๊มีลีลาการต่อสู้แต่ละชุดเป็นพิเศษเฉพาะ เมื่อถึงจุดหนึ่ง จาต่อสู้แบบที่เรียกได้ว่าเท้าไฟ น่าเสียดายที่ว่า เมื่อไรก็ตามที่เขากลับมาลงดิน หนังก็ลงดินเหมือนกัน”

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์
สรุปบทวิจารณ์ :
– ชม
“คุณ จา ผู้มีโชคที่ได้กล้ามเนื้อน่าตื่นใจ และใบหน้าแฝงอารมณ์ แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นดาราหนังบู๊ระดับนานาชาติ และ “องค์บาก” เป็นเหมือนการเริ่มต้นปะติดปะต่อสายงานหนังบู๊ ทรงพลัง”
“ผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้เป็นนักออกแบบท่าการต่อสู้โกลาหลที่กระตือรือร้น และเป็นผู้เชี่ยวชาญในธรรมเนียมดั้งเดิมของการทำหนังศิลปะการต่อสู้ เขาเป็นนักนิยมความบริสุทธิ์ ถ่ายทำฉากต่อสู้โดยไม่มีสายช่วย ภาพที่ใช้คอมพิวเตอร์สร้าง หรือเติมความหวือหวาด้วยระบบดิจิตอล(และในบางครั้ง น่าเสียดายที่ที่ไม่มีแสงมากนัก) บ่อยครั้ง คุณปิ่นแก้วดูเหมือนภูมิใจฉากกระโดดหรือปล่อยหมัดมากเสียจน เขาจะแสดงมันสามหรือสี่ครั้งในแบบภาพรีเพลย์ทันใด เหมือนผู้ควบคุมรายการซูเปอร์โบว์ล ที่ติดใจรสชาติการทัชดาวน์”

ท่อนเด่นของบทวิจารณ์รายย่อย สรุปโดย rottentomatos.com

– โทนี่ จา

“(จา) ออกท่าทางชุดท่าขาพิฆาตพิสดารไม่หยุดหย่อน”
แอนดรูว์ ไรท์, THE STRANGER (SEATTLE, WA)
“จามีชีวิตอยู่กับความตื่นเต้นขีดสุด”
วิลลี่ แวฟเฟิล , WAFFLEMOVIES.COM
“สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่นี่ คือ การแสดงโชว์ ของ โทนี่ จา อายุ 28 ปี ที่สนใจในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ผู้หวังดึงความสนใจสู่มวยไทย”
ลุ๊ค วาย. ธอมป์สัน, LYTRULES.COM
“จุดแข็งของหนังคือ ฉากไล่ล่าที่คมคายของมัน ซึ่งจาวิ่งล้ำหน้าหรือลอยตัวเหนือแก๊งฆาตกรรมผ่านอุปสรรคกีดขวางของการค้าและการจราจรประจำวันของกรุงเทพฯ”
บ๊อบ สเตร้าส์, LOS ANGELES DAILY NEWS
“กรามของคุณจะกระแทกพื้นและอยู่อย่างนั้น เมื่อ(โทนี่) จาไม่หยุดยั้งท้าทายทั้งแรงโน้มถ่วง และกฎฟิสิกส์”
ฌ็อน โอ’คอนเนอร์, CHARLOTTE WEEKLY
“ผมมีความรู้สึกว่า เราจะได้ยินจากโทนี่ จาอีกครั้ง”
ยูจีน โนวิคอฟ, FILM BLATHER
“จาเป็นผู้แสดงที่เร้าใจ และภาพยนตร์นี้โดยพื้นฐานแล้วออกแบบเพื่อเน้นแสดงสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด”
เนล์ ไมนาว, MOVIE MOM AT YAHOO! MOVIES
“การชม โทนี่ จา…นำเสนอความระทึกใจเป็นแบบเดียวกับการชมหนังเฉินหลงยุคต้น นายคนนี้เป็นข้อเสนอของแท้”
ฌ็อน มีน, SALT LAKE TRIBUNE

– ภาพยนตร์
“เหตุผลเดียวเท่านั้นที่ต้องดูเรื่องนี้คือบทบู๊ ในกรอบนี้ จากคะแนน 1 ถึง 10 หนังได้ 20”
จอร์จ วู, CULTUREVULTURE.NET
“บทภาพยนตร์ส่วนมากเป็นประเด็นเรื่องแบบมาตรฐานทั่วไป แต่บทบู๊โดดเด่นเป็นพิเศษเพียงพอที่จะทำให้ผู้ชมมองข้ามปัญหานั้น”
เจฟ ไวซ์, DESERET NEWS, SALT LAKE CITY
“รู้สึกดีที่ได้ดูหนังในโลกสมัยใหม่ ที่ปล่อยให้นักสู้ใช้หมัดชก”
โจชัว ทัยเลอร์, CINEMABLEND.COM
“เสี้ยวความบันเทิงถึงแก่นของการสร้างภาพยนตร์ไทยที่จะทิ้งให้คุณยิงฟันสุดใบหูสองด้าน”
มาร์ค แซฟลอฟ, AUSTIN CHRONICLE
“มากกว่าสิ่งอื่นใด “องค์บาก” เป็นสุดยอดในด้านการตีคนด้วยเข่าของคุณ”
มาร์ค พาเลอร์โม, COAST (HALIFAX, NOVA SCOTIA)

ตารางการทำเงินในอเมริกาของ “องค์บาก” นับแต่เปิดฉาย

สุดสัปดาห์ที่ฉาย : มีนาคม 11, 2005 – มีนาคม 13, 2005
อันดับทำเงิน #33
รายได้รวม $4.159

สุดสัปดาห์ที่ฉาย : 4, 2005 – มีนาคม 6, 2005
อันดับทำเงิน #24
รายได้รวม $3.876

สุดสัปดาห์ที่ฉาย : กุมภาพันธ์ 25, 2005 – กุมภาพันธ์ 27, 2005
อันดับทำเงิน #25
รายได้รวม $3.401

สุดสัปดาห์ที่ฉาย : กุมภาพันธ์ 18, 2005 – กุมภาพันธ์ 21, 2005*
อันดับทำเงิน #19
รายได้รวม $2.814

สุดสัปดาห์ที่ฉาย : กุมภาพันธ์ 11, 2005 – กุมภาพันธ์ 13, 2005
อันดับทำเงิน #17
รายได้รวม $1.335

]]>
7288