บริทาเนีย – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 04 Feb 2026 04:38:55 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 บริทาเนีย ลุยโมเดลธุรกิจใหม่ ดึงที่ดินเก่า ปั้น “บ้าน+คลังสินค้า” เจาะแม่ค้าออนไลน์-ทุนจีนตีตลาดไทย https://positioningmag.com/1558072 Tue, 03 Feb 2026 12:54:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1558072 ปี 2569 ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ง่าย! ด้วยซัพพลายในตลาดอยู่ในระดับสูง ทว่ากำลังซื้อกลับชะลอตัว ทำให้ “ดีเวลลอปเปอร์” ต้องปรับแผน ลุยโมเดลธุรกิจใหม่เฟ้นรายได้เพิ่ม

ขายออนไลน์บูม หนุนโมเดลธุรกิจใหม่ ‘บ้าน + ออฟฟิศ + คลังสินค้า’ ในที่เดียว

ภคิน ศิริสมพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ในเครือออริจิ้น กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัย ปี 2569 เผชิญความท้าทายด้านซัพพลายคงค้างมากกว่ากำลังซื้อ

สวนทางกับ ธุรกิจคลังสินค้า/โรงงานให้เช่าที่ขยายตัวต่อเนื่อง และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากอัตราการเช่าแตะระดับ 95%

ทำให้บริษัทฯ ร่วมกับ กลุ่มแอลฟา อินดัสเทรียล (ALPHA) แตกไลน์โมเดลธุรกิจใหม่ คือ โครงการ Brilliant Business Park” เป็นการพัฒนาที่ดินรูปแบบผสมผสาน ระหว่าง ‘ที่อยู่อาศัย + คลังสินค้า/โรงงาน/สตูดิโอ/ออฟฟิศ’ ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการมีบ้านและที่ทำงานในที่เดียวกัน รวมถึงมีที่จอดรถรองรับการทำธุรกิจ

“เรานำแลนด์แบงก์บางส่วนจากบริทาเนีย อาทิ ที่ดินย่านพระรามสอง และ EEC ที่จากเดิมจะใช้พัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มาลุยโมเดลใหม่ที่มีอัตราเติบโตสูง”

ภคิน ศิริสมพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI

ทั้งนี้ โมเดล Brilliant Business Park ลูกค้าสามารถปรับพื้นที่และฟังก์ชั่นได้ตามใจ เช่น อยากทำพื้นที่เป็นดับเบิลวอลลุ่ม, ทำห้องเพนต์เฮ้าส์, อยากเพิ่มขนาดคลังสินค้ามากกว่าที่อยู่อาศัย เป็นต้น ในราคาเริ่มต้น 37-83 ล้านบาท ขนาดที่ดิน 200 ตารางวา ไปจนถึง 2 ไร่

“เราเห็นอินไซต์ลูกค้าที่ซื้อบ้านเดี่ยวจากเราไป ปรับหรือต่อเติมบ้านบางส่วนเป็นออฟฟิศ กระทั่งแวร์เฮ้าส์ อาทิ กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่ผันตัวเป็นแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ ซึ่งโครงการบ้านจัดสรรทั่วไปไม่ตอบโจทย์ ทั้งด้านที่จอดรถ และบางครั้งอาจสร้างผลกระทบต่อลูกบ้านท่านอื่น ๆ จึงเป็นที่มาที่เราเห็นดีมานด์ธุรกิจโมเดลนี้”

สำหรับ ทาร์เก็ตหลักของ Brilliant Business Park ได้แก่
  • กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ ที่หันมาทำธุรกิจออนไลน์
  • กลุ่มนักธุรกิจ SME
  • กลุ่มนักธุรกิจต่างชาติ อาทิ จีน ที่เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
  • กลุ่มนักลงทุน ที่ต้องการทำธุรกิจปล่อยเช่าคลังสินค้า/ออฟฟิศ/โรงงาน
บริทาเนีย แอลฟา อินดัสเทรียล
ตัวอย่างโมเดลธุรกิจ “Brilliant Business Park” เป็นการพัฒนาที่ดินรูปแบบผสมผสาน ระหว่าง ‘ที่อยู่อาศัย + คลังสินค้า/โรงงาน/สตูดิโอ/ออฟฟิศ’

ทุนจีนมาแรง สนใจตั้งโรงงาน/คลังสินค้า EEC

ปธาน สมบูรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA      ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม ในเครือออริจิ้น กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ เน้นทำโมเดลปล่อยเช่าโรงงานและคลังสินค้า เน้นบริษัทขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่มักเช่าพื้นที่มากกว่า 3,000 ตร.ม./ ราย ปัจจุบันมีอัตราเช่า (Occupancy Rate) ทะลุ 98%

อย่างไรก็ดี ALPHA พบว่า มีอินไซต์จากลูกค้าจีนจำนวนมาก ตัดสินใจย้ายธุรกิจมาอยู่ในไทย โดยเฉพาะโซน EEC อาทิ กลุ่มส่งออก กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่มซัพพลายเชน และบางครั้งนำทั้งครอบครัวมาอยู่และมาเรียนที่ไทย

คนจีนส่วนมากไม่ชอบเช่า ต้องการเป็นเจ้าของโรงงาน/คลังสินค้าเอง แต่ต้องการพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 300-2,000 ตร.ม.

ปธาน สมบูรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA
ทั้งนี้ โมเดล Brilliant Business Park ต่างชาติสามารถซื้อได้ 2 แบบ ได้แก่
  • ถือครองกรรมสิทธิ์แบบขายขาด (Freehold) ในกรณีตั้งบริษัทนิติบุคคลในไทย ต้องมีคนไทยถือหุ้นใหญ่ หรือถือหุ้นมากกว่า 51% ส่วนต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49%
  • สิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) ในรูปแบบ 30 ปี + 30 ปี + 30 ปี กรณีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติถือครองหุ้นมากกว่า 51%

ลุยโมเดลใหม่ 5 โครงการ 1,800 ล้านบาท คาดปิดการขายได้หมดในปีนี้

เบื้องต้น บริษัทฯ และบริทาเนีย นำร่องพัฒนา 5 ทำเลยุทธศาสตร์ จำนวน 50 ไร่ พื้นที่รวม 42,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 1,800 ล้านบาท ดังนี้

1. โครงการ Brilliant Business Park RAMA2 มูลค่าโครงการ 510 ล้านบาท

  • เนื้อที่ทั้งหมด 18 ไร่ จำนวน 8 ยูนิต
  • ขนาดที่ดิน 800 – 1,287 ตร.ว.
  • ขนาดพื้นที่ใช้สอย 2,000 ตร.ม.
  • ราคา 60-80 ล้านบาท/ยูนิต

ตั้งอยู่บนทำเล พระราม 2 จุดเชื่อมยุทธศาสตร์ธุรกิจฝั่งพระราม 2  – เอกชัย – มหาชัย เจาะกลุ่มส่งออกสินค้าย่าน  ฝั่งธนใกล้ทะเล เป็น Hub ของอาหารทะเลในกรุงเทพฯ

2. โครงการ Brilliant Business Park BANGNA-THEPARAK มูลค่าโครงการ 280 ล้านบาท

  • เนื้อที่รวม 11 ไร่ จำนวน 7 ยูนิต
  • ขนาดที่ดิน 398-1,110 ตร.ว.
  • ขนาดพื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม.
  • ราคา 29-60 ล้านบาท/ยูนิต

ตั้งอยู่บนทำเลย่าน บางบ่อ ซึ่งเป็น “Core Industrial Zone of Thailand” แหล่งอุตสาหกรรมกรุงเทพฯ  ฝั่งตะวันออก ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

ตัวอย่างโมเดล “Brilliant Business Park” เป็นการพัฒนาที่ดินรูปแบบผสมผสาน ระหว่าง ‘ที่อยู่อาศัย + คลังสินค้า/โรงงาน/สตูดิโอ/ออฟฟิศ’

3.โครงการ Brilliant Business Park BANGNA AMATA มูลค่าโครงการ 380 ล้านบาท

  • เนื้อที่ทั้งหมด 7 ไร่ จำนวน 6 ยูนิต
  • ขนาดที่ดิน 398-554 ตร.ว.
  • พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม.
  • ราคา 52-82 ล้านบาท/ยูนิต

จุดเด่นโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ “Eastern Seaboard Business Node” ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมธุรกิจฝั่งตะวันออกของประเทศไทย อมตะ – แหลมฉบัง – มอเตอร์เวย์

4. โครงการ Brilliant Business Park LAEM CHABANG มูลค่าโครงการ 440 ล้านบาท

  • เนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ จำนวน 8 ยูนิต
  • ขนาดที่ดิน 402-512 ตร.ว.
  • พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม.
  • ราคา 51-62 ล้านบาท

ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ Gateway to Laem Chabang Port ท่าเรือ – นิคม – สุขุมวิท ใกล้ท่าเรืออุตสาหกรรมพรีเมียม การขนส่งทางเรือ การลงทุนระยะยาว

อย่างโมเดล “Brilliant Business Park” เป็นการพัฒนาที่ดินรูปแบบผสมผสาน ระหว่าง ‘ที่อยู่อาศัย + คลังสินค้า/โรงงาน/สตูดิโอ/ออฟฟิศ

5. โครงการ Brilliant Business Park Rayong มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท บนทำเลที่เป็น Industrial Estate Market Zone

  • เนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ จำนวน 5 ยูนิต
  • ขนาดที่ดิน 280-520 ตร.ว.
  • พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม.
  • ราคา 36-53 ล้านบาท/ยูนิต

“บริทาเนีย และแอลฟาฯ วางแผนเปิดจองในเดือน ก.พ. 69 นี้ และตั้งเป้าปิดการขายทุกยูนิตภายในปีนี้ ก่อนจะใช้เวลาสร้าง 12-18 เดือน”

]]>
1558072
“บริทาเนีย” ปี 2567 เปิดใหม่เท่าเดิมจากสภาพตลาด “ทรงตัว” เน้นกลุ่มกลางบน-ลุยภูมิภาค 6 จังหวัด https://positioningmag.com/1463407 Tue, 20 Feb 2024 08:33:12 +0000 https://positioningmag.com/?p=1463407 “บริทาเนีย” เปิดแผนปี 2567 วางเป้า “ทรงตัว” เกือบใกล้เคียงปีที่แล้วจากสภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นมากนัก เน้นกลุ่มตลาดระดับกลางถึงลักชัวรีเป็นหลัก กระจายออกภูมิภาค 6 จังหวัดภาคอีสานและอีอีซี

“ธีรเดช เกิดสำอางค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือออริจิ้นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทโครงการแนวราบ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 8 นับจากการก่อตั้งบริษัท เตรียมลุยตลาดภายใต้แผน “รังสรรค์เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง”

บริทาเนีย 2567
“ธีรเดช เกิดสำอางค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)

เทน้ำหนักตลาดระดับ “กลาง” ถึง “ลักชัวรี”

แผนธุรกิจปี 2567 ของบริทาเนีย วางเป้าเปิดตัวโครงการ 20 โครงการ มูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท มีเป้ายอดขาย 13,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 8,000 ล้านบาท

บริทาเนีย 2567

โครงการใหม่ที่จะเปิดในปีนี้แบ่งเป็น 5 กลุ่มตามแบรนด์ของบริษัท คือ

  • เบลกราเวีย (บ้านเดี่ยวลักชัวรี ราคา 20-30 ล้านบาท) จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท
  • แกรนด์ บริทาเนีย (บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ราคา 10-20 ล้านบาท) จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 3,950 ล้านบาท
  • บริทาเนีย (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคา 4-10 ล้านบาท) จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 7,250 ล้านบาท
  • ไบรตัน (บ้านแฝดและทาวน์โฮม ราคา 5-4 ล้านบาท) จำนวน 1 โครงการ มูลค่า 750 ล้านบาท
  • Branded Residence Villa จำนวน 1 โครงการ มูลค่า 350 ล้านบาท (*ส่วนหนึ่งในโครงการออริจิ้น รีสอร์ต เวิลด์ เขาใหญ่)
เบลกราเวีย เอ๊กซ์คลูซีฟ ปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี หนึ่งในโครงการที่จะเปิดตัวปี 2567

ภาพรวมปีนี้สังเกตได้ว่าบริทาเนียเน้นตลาดระดับกลางถึงระดับลักชัวรีเกือบทั้งหมด กลุ่มตลาดกลางล่างมีเพียงโครงการเดียวคือ ไบรตัน ศรีราชา เป็นโครงการทาวน์โฮมราคาเริ่ม 2.8 ล้านบาท

แผนธุรกิจปี 2567 เทียบกับปี 2566 นับว่า “ทรงตัว” ไม่บุกหนัก โดยปีก่อนนี้บริทาเนียมีการเปิดตัวไป 12 โครงการ มูลค่ารวม 16,500 ล้านบาท และสร้างยอดขายได้ 12,500 ล้านบาท

ธีรเดชกล่าวว่า ปีก่อนบริทาเนียเปิดตัวต่ำกว่าเป้าเดิมที่วางไว้ 20 โครงการ 20,000 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา ทำให้บริษัทชะลอการเปิดตัวเพื่อความยั่งยืนของบริษัท และย้ายโครงการที่ยังไม่ได้เปิดตัวปีก่อนมาเปิดในปี 2567 แทน

 

บุก 6 จังหวัดภูมิภาค – ชูโมเดล ‘JV’ กับแลนด์ลอร์ด

การเปิดตัวโครงการใหม่ของบริทาเนียปีนี้เน้นลุยในตลาดต่างจังหวัดด้วย โดยมี 12 โครงการที่จะเปิดใน 6 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา ระยอง และชลบุรี มูลค่ารวมโครงการที่เปิดในต่างจังหวัด 9,000-10,000 ล้านบาท หรือเกิน “ครึ่งหนึ่ง” ของโครงการเปิดใหม่ปีนี้

แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในต่างจังหวัดของ “บริทาเนีย”

ธีรเดชกล่าวด้วยว่า โมเดลธุรกิจของบริทาเนียเปิดกว้างในการ ‘JV’ (Joint Venture) ร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินหรือดีเวลอปเปอร์ท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดเกือบทั้งหมดเป็นโครงการที่ผ่านการ JV ส่วนในกรุงเทพฯ ปีนี้มีทั้งหมด 4 โครงการที่ลงทุนแบบ JV รวมทั้งหมดมีถึง 16 โครงการปีนี้ที่ร่วมทุนกับเจ้าของที่ดิน

“ข้อดีคือเราไม่ต้องลงทุนหนักในการเก็บที่ดินซึ่งเป็นสินทรัพย์ เป็นผลดีในแง่โมเดลทางการเงิน” ธีรเดชกล่าว “ส่วนความท้าทายคือแน่นอนว่าการมีสองฝ่ายลงทุนร่วมกันก็จะต้องใช้เวลามากขึ้นในการทำงาน”

ขณะที่ฝั่งดีเวลอปเปอร์ท้องถิ่นก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของเงินทุน แบรนด์ การตลาด และ knowhow ต่างๆ ในด้านการออกแบบก่อสร้างด้วย

โมเดลการทำงานลักษณะนี้ บริทาเนียเริ่มต้นอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2566 จนทำให้ปัจจุบันมีที่ดินเก็บไว้ทั้งหมด 23 แปลง เพียงพอในการพัฒนาโครงการได้อีก 2-3 ปี ในจำนวนนี้มีถึง 14 แปลงที่เป็นที่ดินเซ็นสัญญาร่วมทุน

“คาดการณ์ภาคอสังหาฯ ปีนี้ตลาดน่าจะยังทรงตัว เพราะจีดีพีปีก่อนเติบโต 1.9% ส่วนปีนี้มีคาดการณ์ว่าจะโตไม่เกิน 3% ทำให้เราเปิดตัวใกล้เคียงเดิมให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศ” ธีรเดชกล่าว “แต่ในครึ่งปีหลังก็หวังว่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจจะลดลง และคาดว่าจะมีมาตรการรัฐมากระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น”

]]>
1463407
อสังหาฯ แนวราบ “บริทาเนีย” (BRI) เตรียมเปิด IPO แข็งแกร่งด้วยนวัตกรรม-การออกแบบตอบโจทย์ “ชีวิตยุคใหม่” https://positioningmag.com/1364350 Tue, 30 Nov 2021 10:00:57 +0000 https://positioningmag.com/?p=1364350

“บริทาเนีย” (BRI) บริษัทเรือธงของ “ออริจิ้น” เตรียมเปิด IPO โดยเป็นบริษัทเน้นพัฒนาโครงการแนวราบ ชูความแข็งแกร่ง การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ ฟังก์ชันตอบโจทย์ “ชีวิตยุคใหม่” มีแบรนด์ครบทุกเซ็กเมนต์สนองตลาด เลือกทำเลเกาะแหล่งงาน “นิคม” ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและ EEC

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์หลัง COVID-19 สะท้อนให้เห็นทิศทางอนาคตที่จะมา ‘เข้ามือ’ ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น โดยข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) พบว่า เมื่อปี 2563 มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของที่อยู่อาศัยแนวราบทั่วประเทศอยู่ที่ 6.17 แสนล้านบาท เติบโต 2.15% เทียบกับทั้งตลาดที่ติดลบไป -0.3% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการแนวราบมีความแข็งแกร่ง

สาเหตุเนื่องจาก COVID-19 ทำให้วิถีชีวิตมีความเปลี่ยนแปลง ผู้อยู่อาศัยต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นเพื่อทำงานจากที่บ้าน หรือเรียนจากที่บ้าน โครงการประเภททาวน์เฮาส์ บ้านแฝด หรือบ้านเดี่ยวจึงตอบโจทย์กว่า

ปัจจัยบวกนี้เป็นแรงหนุนให้กับ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ

ผ่านมา 5 ปีนับจากปีก่อตั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 “บริทาเนีย” เปิดขายโครงการสะสม 15 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่ปิดการขายแล้ว 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,028 ล้านบาท และโครงการอยู่ระหว่างขาย 13 โครงการ มูลค่ารวม 17,550 ล้านบาท

อนาคตมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนาเตรียมเปิดขาย 6 โครงการ มูลค่ารวม 4,300 ล้านบาท และโครงการรอพัฒนาอีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 10,800 ล้านบาท

เมื่อปี 2563 บริษัทบริทาเนียทำรายได้รวมไป 2,342 ล้านบาท และงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 ทำรายได้รวมไป 2,809 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ ปี 2563 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิถึง 14.89% ขณะที่งวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 16.10% สะท้อนความแข็งแกร่งในธุรกิจที่สามารถทำอัตรากำไรสุทธิได้แบบ ‘ดับเบิล ดิจิต’


มีครบทุกเซ็กเมนต์ ตอบรับทุกตลาด

แม้จะเป็นน้องใหม่ในตลาด แต่บริทาเนียขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีแบรนด์ครบทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่น สามารถตอบสนองลูกค้าได้ทุกตลาด โดยมีแบรนด์และกลุ่มราคา ดังนี้

1.ไบรตัน (Brighton)

โครงการทาวน์โฮม-บ้านแฝด ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ และจังหวัดโดยรอบ เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่วัย 25-35 ปีที่มีความทันสมัย เข้าใจเทคโนโลยี รายได้ต่อเดือนประมาณ 30,000-50,000 บาท กลุ่มราคาเฉลี่ย 2.5-4 ล้านบาทต่อหลัง

ตัวอย่างโครงการ: ไบรตัน คูคต สเตชั่น

2.บริทาเนีย (Britania)

โครงการทาวน์โฮม บ้านแฝด หรือบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วน เน้นกลุ่มคนวัยเริ่มต้นครอบครัวหรือครอบครัวขนาดเล็ก อายุ 25-40 ปี เป็นพนักงานบริษัท เจ้าของกิจการ SMEs รายได้ต่อเดือน 50,000-130,000 บาท กลุ่มราคาเฉลี่ย 4-8 ล้านบาทต่อหลัง

ตัวอย่างโครงการ: บริทาเนีย บางนา สุวรรณภูมิ

3.แกรนด์ บริทาเนีย (Grand Britania)

โครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ติดกับถนนสายหลัก เน้นกลุ่มครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ อายุ 35-50 ปี เป็นพนักงานบริษัทระดับบริหาร หรือเจ้าของกิจการขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีรายได้ต่อเดือน 130,000-500,000 บาท กลุ่มราคาเฉลี่ย 8-20 ล้านบาทต่อหลัง

ตัวอย่างโครงการ: แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์ พระราม 5

4.เบลกราเวีย (Belgravia)

โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ ที่ตั้งในกรุงเทพฯ ติดถนนสายหลัก กลุ่มเป้าหมายคนวัย 35-50 ปีที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้บริหารระดับสูง หรือเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ใช้ชีวิตทันสมัย ฐานะมั่นคง รายได้ต่อเดือน 500,000 บาทขึ้นไป กลุ่มราคาเฉลี่ย 20-50 ล้านบาทต่อหลัง

ตัวอย่างโครงการ: เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ พูลวิลล่า บางนา พระราม 9


เจาะแหล่งงาน “นิคม” กำลังซื้อสูง

ไฮไลต์ของบริษัทบริทาเนียคือมุมมองการหาทำเลเจาะตลาด โดยบริษัทจะเลือกทำเลที่คมนาคมสะดวกเป็นหลัก และพื้นที่ที่เมืองกำลังขยายตัว มีอุปสงค์สูง เช่น บางนา ราชพฤกษ์ คูคต รวมถึงรอบนอกกรุงเทพฯ ที่เป็นจังหวัดศักยภาพ เช่น ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ระยอง อยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม เป็นต้น

รวมถึงบริทาเนียยังให้ความสำคัญกับ “นิคม” อุตสาหกรรมทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่น เขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพราะพื้นที่เหล่านี้เป็นแหล่งงานด้านการส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศ และจะมีดีมานด์ที่อยู่อาศัยสูงตามมา

ปัจจุบันโครงการของบริทาเนียที่มีการเปิดขายไปแล้ว 15 โครงการ มีถึง 10 โครงการที่ตั้งอยู่ใกล้นิคม เช่น ไบรตัน บางนา กม.26 อยู่ใกล้กับนิคมฯ บางพลีและเวลโกร์ว, บริทาเนีย แพรกษา สเตชั่น อยู่ใกล้กับนิคมฯ บางปูและแพรกษา, แกรนด์ บริทาเนีย สุวรรณภูมิ อยู่ใกล้กับนิคมฯ อัญธานี เจมโมโปลิส เป็นต้น

บริทาเนียยังเล็งเห็นพื้นที่ “บลูโอเชียน” ตามการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐซึ่งบริษัทจะมองหาโอกาสเข้าไปพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตด้วย เช่น โครงการสนามบินอู่ตะเภา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เป็นต้น


ใส่ใจการออกแบบ “ฟังก์ชันบ้าน” ยึด Human Centric

แบบสถาปัตยกรรมของบ้านในเครือบริทาเนียจะมีความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ และฟังก์ชันที่ให้ในตัวบ้านและโครงการยังออกแบบจากแนวคิด Human Centric ทำให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคสมัยใหม่ แก้ปัญหาการใช้ชีวิต เช่น ก่อสร้าง “ครัวไทย” ภายนอกบ้านให้เรียบร้อย ลูกค้าไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ และไม่ต้องดูแลงานก่อสร้างเพิ่มเติมในภายหลัง หรือ ชั้น 1 จะมี “ห้องนอนผู้สูงอายุ” ซึ่งดัดแปลงเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ และมี “ที่นั่งอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ” ช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น

รวมถึงในโครงการเบลกราเวียซึ่งมี “สระว่ายน้ำ” ส่วนตัว จะเป็นสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานที่ออกกำลังกายได้จริง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพมากขึ้นในยุคนี้

บริทาเนียยังนำ “นวัตกรรม” มาใช้ในโครงการภายใต้แนวคิด Living Solution ด้วย โดยเป็นการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อแก้โจทย์ให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น เช่น ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในบ้านเมื่อไม่มีคนอยู่บ้านและส่งสัญญาณแจ้งเตือน ระบบเครื่องฟอกอากาศแบบฝังฝ้าบริเวณห้องนั่งเล่น ชั้น 1 เป็นต้น

นอกจากนี้ การเป็นหนึ่งในบริษัทในกลุ่มออริจิ้นยังเสริมความได้เปรียบด้านต้นทุนก่อสร้าง เพราะสามารถประหยัดต้นทุนได้จากการสั่งซื้อวัสดุร่วมกับบริษัทแม่ และยังดึงดูดทาเลนต์ให้เข้ามาร่วมงานได้ง่ายขึ้นจากการอยู่ภายใต้เครือออริจิ้น

จากปัจจัยทั้งหมด “บริทาเนีย” (BRI) จึงเติบโตได้รวดเร็ว และพร้อมที่จะเปิดระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดขายหุ้น IPO จำนวน 252.65 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 29.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยจะนำเงินระดมทุนใช้เพื่อเป็นทุนพัฒนาโครงการและขยายธุรกิจ เพื่อชำระเงินกู้ยืม และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลของ BRI ได้จากสำนักงาน ก.ล.ต.

]]>
1364350