ลดพลาสติก – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 22 Apr 2024 09:46:26 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เริ่มแล้ว! “ฮ่องกง” แบนช้อนส้อม “พลาสติก” ในร้านอาหาร กระตุ้นให้ลูกค้าพกมาใช้เอง https://positioningmag.com/1470573 Mon, 22 Apr 2024 09:11:03 +0000 https://positioningmag.com/?p=1470573 ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2024 “ฮ่องกง” เริ่มแบนไม่ให้ร้านอาหารและโรงแรมใช้ช้อนส้อม กล่อง หลอด และอุปกรณ์การทานอาหารที่ทำจาก “พลาสติก” และบังคับให้ร้านเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ย่อยสลายได้ เช่น กล่องกระดาษ รวมถึงต้องคิดค่าอุปกรณ์เหล่านี้กับลูกค้าด้วย เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาพกอุปกรณ์ทานอาหารของตนเอง ลดปัญหาขยะ

ธุรกิจที่ยังฝ่าฝืนกฎหมายนี้มีบทลงโทษเป็นค่าปรับสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 472,000 บาท) แต่ขณะนี้รัฐบาลยังผ่อนผันให้เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้ธุรกิจได้มีโอกาสปรับตัวก่อน

กฎหมายนี้จะกระทบโดยตรงกับ “ร้านอาหาร” ที่มีตัวเลือกให้ลูกค้ารับกลับบ้านหรือส่งเดลิเวอรี เพราะธุรกิจลักษณะนี้ใช้หีบห่อและอุปกรณ์พลาสติกเป็นหลัก

Simon Wong Ka-Wo ประธานสมาพันธ์ร้านอาหารและธุรกิจเกี่ยวเนื่องแห่งฮ่องกง กล่าวว่า ประมาณ 70% ของร้านอาหาร 18,000 ร้านภายใต้เครือข่ายของเขายังไม่เริ่มเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์การทานที่ไม่ใช่พลาสติกกันเลย เพราะธุรกิจส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องเคลียร์สต๊อกอุปกรณ์พลาสติกที่ร้านมีอยู่ในคลังให้หมดก่อน ถึงจะเริ่มสั่งอุปกรณ์แบบใหม่ได้

แบน พลาสติก
(Photo: Mikhail Nilov / Pexels)

อย่างไรก็ตาม South China Morning Post (SCMP) ลงพื้นที่เขตช้อปปิ้งในฮ่องกงพบว่า ร้านอาหารหลายร้านเริ่มเปลี่ยนมาใช้กล่องกระดาษและช้อนส้อมทำจากไม้กันแล้ว และจะคิดเงินลูกค้าเพิ่มเซ็ตละ 1 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 4.72 บาท) หากลูกค้าต้องการอุปกรณ์การทาน โดยเฉพาะร้านเชนขนาดใหญ่ เช่น KFC และ McDonald’s เปลี่ยนมาใช้ช้อนส้อมไม้ทั้งการทานในร้านและซื้อกลับบ้าน

Joyce Chiu ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน Café de Coral Holdings บริษัทเจ้าของเชนร้านอาหารรายใหญ่ที่มีร้านอาหารในเครือรวมทุกแบรนด์กว่า 500 สาขา ระบุว่า บริษัทเริ่มเปลี่ยนมางดใช้อุปกรณ์พลาสติกตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้ลูกค้าเลือกซื้อกลับบ้านน้อยลงมากหากร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัย จากเดิมสัดส่วนลูกค้าซื้อกลับบ้าน 40% ลดลงมาเหลือ 20% เท่านั้น

รวมถึงกลุ่มที่ซื้อกลับบ้านนั้นมีเพียง 1 ใน 4 ที่ยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อรับอุปกรณ์การทานที่ทำจากไม้และกระดาษไป

(Photo: ROMAN ODINTSOV / Pexels)

ในขณะเดียวกัน SCMP สอบถามลูกค้าร้านอาหารกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ พบว่าพฤติกรรมลูกค้าที่เกิดขึ้นมีหลายกลุ่มหลังกฎหมายบังคับใช้ โดยบางคนเลือกไม่จ่ายเงินเพิ่ม และหันมาใช้อุปกรณ์ส่วนตัวของตัวเองที่ล้างใช้ซ้ำได้

เหตุผลที่เลือกใช้อุปกรณ์ส่วนตัวไม่ใช่แค่เพราะต้องชำระเงินเพิ่ม แต่เพราะบางคนพบแรงกดดันจากเพื่อนร่วมงานรักษ์โลกหากใช้อุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้งให้เห็น และบางคนรู้สึกว่าอุปกรณ์บางอย่าง เช่น ช้อนส้อมไม้ ไม่สะดวกในการใช้งานจริง

แน่นอนว่ามีลูกค้าบางกลุ่มที่ ‘ลักไก่’ ลูกค้าบางคนยอมรับว่าพวกเขาใช้วิธีไปซื้อช้อนส้อมพลาสติกเหมาโหลมาเก็บไว้ในที่ทำงานเพื่อใช้ทานอาหาร ไม่ต้องการใช้ช้อนส้อมแบบล้างใช้ซ้ำเพราะไม่สะดวกต่อวิถีชีวิต แถมคิดราคาต่อชิ้นแล้วช้อนส้อมพลาสติกยังถูกกว่าช้อนส้อมไม้ที่ร้านชาร์จราคาเพิ่มด้วย

 

ลูกค้าเตรียมรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

Simon ประธานสมาพันธ์ฯ บอกด้วยว่า การเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์การทานอาหารจากไม้หรือกระดาษอาจจะกลายเป็นต้นทุนที่ถูกส่งผ่านไปยังลูกค้า เพราะราคาอุปกรณ์รักษ์โลกพวกนี้จะสูงกว่าพลาสติกถึง 30%

SCMP สัมภาษณ์ Yeung เจ้าของร้านอาหารเล็กๆ ในย่าน Wan Chai เขามองว่าการบังคับใช้กฎหมายในช่วงนี้ไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอ และในอนาคตร้านคงจะต้องชาร์จราคาเพิ่มกับลูกค้าที่สั่งกลับบ้านถึง 2 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อออร์เดอร์ เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนที่แพงขึ้น

ไม่ใช่แค่ร้านอาหารที่ต้องปรับตัว ธุรกิจโรงแรมก็ถูกแบนการใช้พลาสติกด้วยเช่นกัน เช่น น้ำดื่มฟรีในห้องต้องไม่ใช้ขวดพลาสติก หรือเครื่องใช้ในห้องน้ำที่ให้ฟรีต้องไม่ใส่ในถุงที่ทำจากพลาสติกหรือวัสดุย่อยสลายยาก

นี่เป็นแค่เฟสแรกของกฎหมายแบนพลาสติกของฮ่องกง เฟสที่สองจะตามมาภายในปี 2025 ซึ่งจะแบน    อุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มอีก เช่น ถุงมือพลาสติก ผ้าปูโต๊ะพลาสติก

Source

]]>
1470573
TreeCard บัตรเดบิต “รักษ์โลก” ที่ทำจากไม้ ใช้จ่ายพร้อมช่วย “ปลูกป่า” https://positioningmag.com/1311062 Fri, 18 Dec 2020 03:00:18 +0000 https://positioningmag.com/?p=1311062 ผู้บริโภครุ่นใหม่ใส่ใจเทคโนโลยีเเละรักษ์โลกล่าสุดกับ “TreeCard” บัตรเดบิตที่ทำมาจากต้นไม้ สามารถใช้ชำระเงินเเบบไร้เงินสดเเละถอนเงินจากตู้ ATM ได้เหมือนบัตรพลาสติกทั่วไป เริ่มทำตลาดกับผู้ใช้ในสหรัฐฯ เเละยุโรป

สำหรับ TreeCard เป็นบัตรเดบิตที่ทำมาจากไม้เชอรี่ (Cherry) มีเเหล่งที่มาผ่านการปลูกแบบยั่งยืน โดย 80% ของกำไรที่ได้จากค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายของลูกค้า จะถูกนำไปใช้เพื่อการสนับสนุนการปลูกป่าเเละเเผนการขยายพื้นที่สีเขียวในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

บัตร TreeCard ได้รับการรับรองจาก Mastercard เพื่อใช้สำหรับการชำระเงินออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมกับ Apple Pay, Google Pay และ Samsung Pay ได้อีกด้วย

เราทำบัตรที่ทำจากไม้เพื่อลดการใช้พลาสติก โดยต้นไม้เเค่ 1 ต้นสามารถผลิตการ์ดได้มากกว่า 3 เเสนใบ ซึ่งครอบคลุมจำนวน TreeCard ทั้งหมดของเราเเล้ว เเละจะนำไปสู่การตอบเเทนด้วยการปลูกป่าต่อไปอีกนับล้านต้น

โดยผู้ถือบัตรสามารถติดตามและจัดหมวดหมู่การใช้จ่ายในบัญชี TreeCard พร้อมตรวจสอบว่าจำนวนต้นไม้ที่ปลูกจากกำไรค่าธรรมเนียมที่หักไปนั้น มีความคืบหน้าเเค่ไหนอย่างไร ผ่านเเอปพลิเคชันมือถือของผู้ใช้บริการบัตรดังกล่าว

ตอนนี้ TreeCard ได้เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจจะใช้บริการเเล้ว เเละคาดว่าจะสามารถจะเริ่มจัดส่งบัตรได้ภายในช่วงต้นปี 2021 นี้

 

ที่มา : NFCW , Telegraph

 

 

]]>
1311062
สุดปลื้ม! “เทสโก้ โลตัส” บรรลุเป้าความยั่งยืนปี 2020 นำค้าปลีกไทยสู่การบริโภคที่ยั่งยืน https://positioningmag.com/1308388 Fri, 04 Dec 2020 04:00:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1308388

แม้ในปีนี้อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเจอศึกใหญ่จากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้การดำเนินธุรกิจท้าทายขึ้นไปอีก แต่ “เทสโก้ โลตัส” ก็ยังสามารถเดินหน้าตามแผนงานด้านความยั่งยืนที่วางไว้ เพื่อสร้างการเติบโตและสนับสนุนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า เพื่อนพนักงาน คู่ค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

เทสโก้ โลตัส ได้กำหนดแผนความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก ได้แก่ People (เพื่อนพนักงาน) Products (สินค้า) Places (ชุมชน) และ Planet (สิ่งแวดล้อม) ซึ่งจะมีเป้าหมายทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

เป็นที่น่ายินดีสำหรับวงการค้าปลีกในไทย เทสโก้ โลตัส ได้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานยั่งยืนสำหรับปี 2020 ที่สร้างประโยชน์ให้ทุกภาคส่วน พร้อมยังมุ่งมั่นนำภาคค้าปลีกไทยสู่การผลิต และบริโภคที่ยั่งยืน ด้วยโครงการที่โดดเด่น เช่น สินค้าอาหารที่มาจากแหล่งที่ยั่งยืน การลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และลดขยะอาหาร ตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UNSDG)

สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า

“เทสโก้ โลตัส ในฐานะห้างค้าปลีกชั้นนำ ตระหนักถึงบทบาทของเราในการส่งเสริมความยังยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม จึงได้ตั้งเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UNSDG) โดยมีความคืบหน้าที่ดีในการบรรลุเป้าหมายตั้งแต่ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว สำหรับในปี 2020 แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID -19 ได้สร้างความท้าทายในหลายมิติ แต่เทสโก้ โลตัส ยังคงบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้สำหรับปีนี้”

ผลการดำเนินงานทั้ง 4 ด้านในปี 2020 มีดังนี้

เพื่อนพนักงาน (People)

  • เทสโก้ โลตัส ยังคงเดินหน้าจ้างงานในโครงการ “60 ยังแจ๋ว” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้และมอบสังคมที่ดีให้คนวัยเกษียณ เรียกว่าเป็นห้างค้าปลีกห้างแรกที่จ้างงานผู้เกษียณอายุเป็นจำนวนมาก

 

  • ส่งเสริมการยอมรับความหลากหลายและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมของเพื่อนพนักงาน (Diversity & Inclusion) โดยมอบโอกาสในการจ้างงาน และความก้าวหน้าที่เท่าเทียมกันให้พนักงานทุกคน พร้อมเดินหน้าอบรมพนักงานให้เปิดรับความคิดและลักษณะที่แตกต่าง
  • เทสโก้ โลตัส ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย (Best Employer Thailand 2020) 4 ปีติดต่อกัน

สินค้า (Products)

  • การจัดหาสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) บรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืน ด้วยการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรครบ 1,000 ราย จากในทุกภูมิภาค พร้อมให้ความรู้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ปลอดภัยไร้สารเคมีที่เป็นอันตรายตกค้าง

  • การจัดหาสินค้าจากแหล่งที่ยั่งยืน (Sustainable Sourcing) เป็นห้างค้าปลีกรายแรกในประเทศไทย ที่พัฒนาสินค้าน้ำมันปาล์มบรรจุขวดที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) รับประกันปาล์มมาจากแหล่งที่ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
  • สวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) เพิ่มปริมาณไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ไม่ขังกรง (cage-freeeggs โดยในปี 2020 ได้เปลี่ยนไข่ไก่แบรนด์เทสโก้ แพ็ค 10 ฟองทั้งหมด เป็นไข่ไก่ cage-free และจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปีจนบรรลุเป้าหมายที่จะจำหน่ายไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ไม่ขังกรงทั้งหมดภายในปี 2028

  • ขยะอาหาร (Food waste) เป็นห้างค้าปลีกรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่วัด และเปิดเผยข้อมูลขยะอาหารในธุรกิจอย่างโปร่งใสเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยในปี 2020 สามารถลดปริมาณขยะอาหารลงจากปีก่อน และมีความคืบหน้าที่จะบรรลุเป้าหมายการลดขยะอาหารลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ได้ขยายการบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดภายใต้โครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” ไปสู่จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

  • บรรจุภัณฑ์ (Packaging)

ยกเลิกการแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตั้งแต่ 1 มกราคม 2020

ยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกทั้งหมดในทุกสาขา

บรรจุภัณฑ์สินค้าแบรนด์เทสโก้ที่ผลิตขึ้นในปี 2020 ยกเลิกการใช้วัสดุที่ยากต่อการรีไซเคิล ก้าวสู่เป้าหมายให้บรรจุภัณฑ์สินค้าแบรนด์ของห้างทั้งหมดต้องสามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2025

สร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ (closed loop packaging system) เพื่อลดขยะ และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า แบบ Circular Economy ผ่านโครงการต่างๆ

  • ถุงคืนชีพ ถุงพลาสติกสำหรับใช้ซ้ำ รับเปลี่ยนคืนเมื่อชำรุดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถุงที่ชำรุดแล้วนำกลับมารีไซเคิลเป็นถุงใบใหม่
  • ตู้รับคืนขวดพลาสติก ติดตั้งใน 15 สาขา โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2020 สามารถเก็บขวดพลาสติกจำนวนเกือบ 800,000 ใบกลับเข้าระบบ

  • โครงการถังวนถุง รับถุงและฟิล์มพลาสติกสะอาด นำกลับมารีไซเคิล มีจุดรับ 40 จุด
  • จุดรับกล่องและลังกระดาษใช้แล้ว ติดตั้งที่สาขาขนาดใหญ่ทุกแห่ง เพื่อนำกระดาษ กลับเข้าระบบเพื่อนำมารีไซเคิล
  • สุขภาพและโภชนาการ (Health and diets)

พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานที่ดีต่อสุขภาพ ที่ได้รับตราเครื่องหมาย Healthier Choice มีฉลากผลิตภัณฑ์ให้ข้อมูลโภชนาการอาหารชัดเจน ไขมันต่ำ โปรตีนสูง พร้อมพัฒนากลุ่มอาหารเจพร้อมทานปลอดผงชูรส

จัดกิจกรรมตรวจเบาหวานด้วยตนเองฟรีให้กับลูกค้าและประชาชนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน รวมประชาชนที่ได้รับบริการเพื่อป้องกันตนเองจากโรคร้ายแล้วกว่า 30,000 คน

ชุมชน (Places)

  • บริจาคอาหารครบ 1 ล้านมื้อ เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และช่วยให้เยาวชนไทยได้รับโภชนาการที่ดี

สิ่งแวดล้อม (Planet)

  • เป็นห้างค้าปลีกที่ใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์มากที่สุด ด้วยการติดตั้งโซลาเซลล์ (Solar PV Rooftop) บนหลังคาไฮเปอร์มาร์เก็ต 47 สาขา และศูนย์กระจายสินค้า 6 แห่ง มีขนาดติดตั้งรวม 40 เมกะวัตต์
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 18% เมื่อเทียบกับปีฐาน ปี 2015/16 มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 60% ในปี 2025

 

จะเห็นได้ว่าแผนความยั่งยืนของเทสโก้ โลตัส มีความใส่ใจดูแลครอบคลุมครบทุกภาคส่วน ตั้งแต่พนักงาน ลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม นโยบายต่างๆ ล้วนก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ดีต่อโลก และดีต่อทุกๆ คน เรียกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก ที่เทสโก้ โลตัสสามารถบรรลุเป้าหมายแผนความยั่งยืนทั้งหมดได้ในปี 2020 ยิ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าจริงๆ

]]>
1308388