การศึกษาจากผู้ลงทะเบียนมากกว่า 44,000 คนทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ พบว่าประสิทธิผลของวัคซีนแข็งแกร่งที่สุดที่ 96.2% โดยประสิทธิภาพดังกล่าวจะอยู่ระหว่างช่วง 1 สัปดาห์ถึงสองเดือนหลังจากได้รับเข็มที่สอง และจากผลการศึกษาดังกล่าวพบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงโดยเฉลี่ย 6% ทุกสองเดือน โดยหลังจากฉีดเข็มที่สองไปแล้ว 4-6 เดือน ประสิทธิภาพจะอยู่ที่ประมาณ 84%
“เราได้เห็นข้อมูลจากอิสราเอลด้วยว่าภูมิคุ้มกันเสื่อมลง ตอนนี้หลังจากช่วงหกเดือนประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง 80-90%” Albert Bourla CEO Pfizer กล่าว
อย่างไรก็ตาม การฉีดเข็มที่ 3 จะเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันในระดับที่จะเพียงพอที่จะป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกล่าวเสริมโดยอ้างถึงไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่เกิดจาการกลายพันธุ์ ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่วัคซีนจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) และ องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่แนะนำให้ใช้ยากระตุ้นโควิดในขณะนี้ โดย ดร.เคท โอไบรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายการสร้างภูมิคุ้มกัน วัคซีน และชีววิทยาของ WHO กล่าวว่า องค์กรยังคงทำการวิจัยว่าจำเป็นต้องฉีดบูสเตอร์เพื่อเพิ่มการป้องกันหรือไม่
“เราชัดเจนมากในเรื่องนี้ เรายังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะให้คำแนะนำ ณ จุดนี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวกำลังมีการพูดถึงอย่างมาก และมีงานวิจัยจำนวนมากที่กำลังดำเนินการอยู่เพื่อให้สามารถให้คำแนะนำได้”
แม้ WHO จะยังไม่แนะนำ แต่ก็มีข้อมูลสนับสนุนจาก CDC ที่เริ่มให้คำแนะนำให้ชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนในพื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อโควิดสูงเริ่มสวมหน้ากากอนามัยในบ้านอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสายพันธุ์เดลตา
จำนวนผู้ติดเชื้อในอเมริกาเพิ่มขึ้นทั่วประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากตัวแปรเดลตา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโควิดส่วนใหญ่อยู่ในคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน
]]>เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา (Delta) หรือ B.1.617.2 ซึ่งตรวจพบครั้งแรกในอินเดีย ตอนนี้กำลังแพร่ระบาดหนักในกว่า 98 ประเทศ รวมถึงไทย
ก่อนหน้านี้ ‘ไฟเซอร์’ ได้ร่วมมือกับ ‘ไบโอเอ็นเทค’ ของเยอรมนี พัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วยหนักได้ประมาณ 95% เเต่ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอล เปิดเผยเมื่อ 5 ก.ค. ว่า “ประสิทธิภาพการป้องกันของวัคซีนไฟเซอร์นั้นลดลงมาเหลือเพียง 64% เมื่อเจอเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา”
Mikael Dolsten หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของไฟเซอร์ อ้างอิงข้อมูลหลักฐานจากทางการอิสราเอล ระบุว่า ผู้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็มเเล้วนานเกิน 6 เดือน ยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ
โดยยืนยันว่า เเม้การฉีด ‘Booster Shot’ ด้วยวัคซีนสูตรเดิมนั้น จะยังสามารถต้านทานโควิดทุกสายพันธุ์ที่รู้จักในตอนนี้ เเละมีการป้องกันสูงกว่าการฉีด 2 เข็ม ราว 5-10 เท่า เเต่ทางบริษัทกำลังพัฒนาวัคซีน Booster Shot สูตรใหม่เพื่อจัดการสายพันธุ์เดลตา
“จากค้นพบเหล่านี้ สอดคล้องกับการวิเคราะห์การทดลองเฟส 3 ของบริษัท นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราถึงพูดและเชื่อมาตลอดว่ามีความเป็นไปได้ที่จำเป็นต้องฉีดเข็ม 3 ภายใน 6-12 เดือนหลังจากฉีดครบ 2 เข็มแล้ว”
โดยหากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแล ทางไฟเซอร์–ไบโอเอ็น เทคจะเริ่มทดลองทางคลินิกให้เร็วที่สุดภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเตรียมขออนุมัติใช้งานต่อทางคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางคน ยังตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการฉีด Booster Shot
Eric Topol ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ระดับโมเลกุลและผู้อำนวยการสถาบัน Scripps Research Translational ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มองว่าการลดลงของภูมิคุ้มกัน จะส่งผลให้เกิดการเพิกเฉยต่อส่วนประกอบอื่นๆ ที่สำคัญในการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงเซลล์หน่วยความจำ B ที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ เมื่อต้องเผชิญกับไวรัส โดยเขาเน้นว่า “เรื่องนี้จะต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันให้ได้”
ทั้งนี้ ไฟเซอร์คาดการณ์ยอดขายวัคซีนของบริษัทในปีนี้ทะลุ 2.6 หมื่นล้านเหรียญ เเละกำลังมองหาวิธีที่จะเพิ่มการผลิต โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้ 3 พันล้านโดสภายในปีนี้ และ 4 พันล้านโดสในปีหน้า
จากข้อมูลของ IQVIA Holdings ระบุว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก และวัคซีนเข็มต่อไปเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน อาจมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.57 เเสนล้านเหรียญในปี 2025
]]>