สยามสแควร์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 26 Dec 2025 00:51:36 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เดือดส่งท้ายปี! ‘AIS’ – ‘TRUE’ เปิดศึกใช้ ‘สยามสแควร์’ เป็นจุดยุทธศาสตร์มัดใจ Gen Z และ Alpha! https://positioningmag.com/1553565 Thu, 25 Dec 2025 11:57:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553565 ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหน สยามสแควร์ ถือเป็นศูนย์กลางของเหล่า วัยรุ่น ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจหากสยามจะกลายเป็นสนามรบของแบรนด์ต่าง ๆ รวมถึงสองยักษ์ในวงการโทรคมนาคม อย่าง เอไอเอส (AIS) และ ทรู (True) ที่มีสาขาที่เรียกว่าเป็น แฟลกชิปตั้งอยู่ข้างกัน โดยถูกคั่นเพียงสยามสแคร์ซอย 3 เท่านั้น และในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ทั้ง 2 ค่ายต่างไม่มีใครยอมใคร พร้อมจะงัดทุกอย่างมามัดใจเหล่า Gen Z และ Alpha เพื่อที่จะเป็นฐานลูกค้าในอนาคต

AIS ขอเปิดก่อน!

หากจำกันได้ AIS ได้เปิดตัว AIS SIAM ที่ประกาศว่าเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์ไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Community Play Space สำหรับกลุ่มคน Gen C หรือ (Creative Generation) โดยมีพื้นที่ 4 ชั้นที่ออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ ทั้งโซนคาเฟ่และแกดเจ็ต (ชั้น 1), โซนเล่นเกม (ชั้น 2), พื้นที่จัดกิจกรรม (ชั้น 3) และสตูดิโอสำหรับครีเอเตอร์ (ชั้น 4)

แต่ภายในระยะเวลาเพียง 1 ไตรมาสเท่านั้น AIS SIAM ก็มีการ ปรับโฉมใหม่ ชั้น 1 สู่การเป็นพื้นที่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ครบวงจรแบบ Retail Mixed Use ที่ผสมผสานทั้งศูนย์บริการ โซนสินค้าเทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์คาเฟ่ ภายใต้แนวคิด 5S Happiness Senses for Gen-C Digital Lifestyle หรือ 5 สัมผัสแห่งความสุขสำหรับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

โดยจับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ คัลแลน Hateberry Scent สำหรับเครื่องหอม, Universal Music Thailand สำหรับดนตรี, และ PLUG Café สำหรับกาแฟคุณภาพ การร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกและโลคัลที่มีเอกลักษณ์เหล่านี้ช่วยสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย และน่าประทับใจ

ประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก เอไอเอส

ประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก เอไอเอส อธิบายว่า ลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงผู้ให้บริการเครือข่ายอีกต่อไป แต่ต้องการพื้นที่ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตดิจิทัลได้ครบถ้วน ทั้งการใช้บริการ การเลือกซื้ออุปกรณ์ดิจิทัล และการใช้เวลาพักผ่อนในแบบของตัวเอง เอไอเอสจึงเดินหน้าทรานส์ฟอร์มจากการเป็น Telco Service Provider ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน Retail Tech & Lifestyle ที่ผสานศูนย์บริการ ร้านจำหน่ายมือถือและแกดเจ็ตดิจิทัล ไปจนถึงพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานไว้ในที่เดียว

นอกจากนี้ AIS SIAM ยังร่วมกับสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) เนรมิตสยามสแควร์เป็นแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์กับงาน SIAM SQUARE STREET OF DREAMZ 2026 presented by AIS SIAM ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 – 4  มกราคม 2569

จาก True Coffee สู่ True Alpha Hub

ฟากของ ทรู เองก็ขอปล่อยของในวันคริสต์มาส โดยการเปิดตัว True Alpha Hub ซึ่งถือเป็นการ รีโนเวตใหญ่สุดในรอบ 20 ปี ของ True Coffee สยามสแควร์ ซอย 3 เพื่อออกแบบ Brand Experience และ Flagship Space ให้เชื่อมต่อกับ Generation Alpha

โดย True Alpha Hub มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้น 2 – 4 ได้ทีม Such A Small World มาเป็นผู้ดูแลและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงมีผลงานการออกแบบโดย Pomme Chan หรือ ปอม–ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ดีไซเนอร์ชาวไทยผู้ที่มีผลงานคุณภาพระดับโลก โดยแต่ละชั้น จะมีพิเศษความแตกต่างกันไป ได้แก่

  • ชั้น 1: LEVEL UP – เป็นโซน True Branding Shop และร้าน True Coffee
  • ชั้น 2: GO-LIVE LAB – พื้นที่สำหรับ Broadcasting & Live Event Zone มาตรฐานสากล ที่เปิดให้ Creator รุ่นใหม่สามารถ Live สดจากสตูดิโอขึ้นสู่จอ Cube Big Screen ใจกลางสยามสแควร์ได้ทันที

  • ชั้น 3: CO-PLAY PIT – พื้นที่สำหรับใช้ถ่ายทำคอนเทนต์ ไลฟ์พอดแคสต์ เล่นเกม หรือเพียงแค่มาใช้เวลาร่วมกับเพื่อน พร้อมบริการ 3D Model Experience Booth
  • ชั้น 4: BIG CREATE – พื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ถูกผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ ดนตรี การถ่ายภาพ หรือการฟังเพลง

ทำไม Gen Z กับ Alpha ถึงสำคัญนัก?

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรกลุ่ม Gen Z (เกิดช่วงปี 1997-2012) และ Gen Alpha (เกิดตั้งแต่ปี 2010-2024) รวมกันประมาณ 10-18 ล้านคน โดยแบ่งเป็น Gen Z ประมาณ 7.67 ล้านคน ส่วน Gen Alpha มีประมาณ 9.86 ล้านคน

อย่างที่รู้กันดีว่า สยามสแควร์ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ มีผู้คนพลุกพล่านตลอดวัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และคนทำงาน คาดว่าในแต่ละวัน มีผู้คนหมุนเวียนเข้า-ออกประมาณ 400,000 คน เลยทีเดียว ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจนักหากแบรนด์ต่าง ๆ จะใช้สยามเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงโฟกัสไปที่ Gen Z และ Alpha ที่น่าจะยัง ไม่มีกำลังซื้อ (โดยเฉพาะ Alpha)

โดย โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ความเห็นว่า แม้ Gen Z หรือ Alpha จะยังไม่มีรายได้ แต่กลับเป็นกลุ่มที่ Control ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ดังนั้น แม้ว่าอัตราการเกิดในไทยจะลดลง แต่คนรุ่นใหม่ที่เกิดมา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น Gen Z และ Alpha        ในอนาคตจะเป็นเจนเนอเรชั่นที่ มีอำนาจซื้อสูง และเป็น ผู้กำหนดเทรนด์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ด้วยพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาในยุคดิจิทัล (Digital Natives) ทำให้เขาไม่ได้แบ่งโลกดิจิทัลแยกจากโลกความเป็นจริง เป็นเจนเนอเรชั่นที่เชื่อเพื่อน ไม่เชื่อแบรนด์ และต้องการแบรนด์ที่จริงใจ อีกทั้ง ต้องสร้าง ไวยกรณ์ที่เขามีส่วนร่วมกับแบรนด์ ดังนั้น แบรนด์ต้องทำให้เขาอยากเข้ามาหา ไม่ใช่เข้าไปหาเขา

สรุปแล้ว ทั้ง AIS และ True ต่างต้องการก้าวข้ามบทบาทของ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็น ผู้สร้างประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ โดยการใช้พื้นที่สยามเป็นจุดยุทธศาสตร์ เพราะหากจะอยากมัดใจ Gen Z และ Alpha ที่กำลังจะกลายเป็นเจนที่มีอำนาจซื้อสูงและเป็นผู้กำหนดเทรนด์ในอนาคต พื้นที่รีเทลแบบเดิม ๆ ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป แต่ต้องสร้างประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ที่ผสมผสานเทคโนโลยี วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างคอนเทนต์ การพบปะสังสรรค์ และการแสดงออกของคนรุ่นใหม่ ต้องเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ Digital Lifestyle ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

]]>
1553565
ทุบจริง! “สกาลา” เริ่มรื้ออาคาร ประชาชนใจหาย ‘ไหนว่าจะเก็บอาคารไว้’ https://positioningmag.com/1359570 Mon, 01 Nov 2021 10:05:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1359570
วันที่ 1 พ.ย. 64 อาคารเก่าของโรงภาพยนตร์ “สกาลา” ปรากฏรั้วและผ้าใบล้อมอาคาร เริ่มทุบจากส่วนบนของด้านหน้าตึก ทำให้ประชาชนที่มีความทรงจำดีๆ กับสกาลาและเห็นคุณค่าทางศิลปะรู้สึกใจหายที่มีการรื้อทุบ จากเดิมมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า “เซ็นทรัลพัฒนา” ผู้ชนะประมูลที่ดินบล็อก A จากจุฬาฯ จะพยายามเก็บโครงสร้างอาคารไว้ให้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณโรงภาพยนตร์ “สกาลา” ปากซอย 1 สยามสแควร์ หลังมีกระแสข่าวจากเพจกลุ่มสถาปนิก Foto_momo ตั้งแต่เช้าวันนี้ว่า โรงหนังสกาลาเริ่มทุบทำลายอาคารแล้ว โดยพบว่ามีการทุบอาคารจริง และกำลังทยอยล้อมรั้วและผ้าใบให้มิดชิด

โรงภาพยนตร์สกาลานั้นเคยเป็นโรงหนังแบบสแตนด์อะโลนเก่าแก่อายุกว่า 50 ปี บริหารโดย เครือเอเพ็กซ์ แต่ปิดตัวลงเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2563 เพราะไม่สามารถแข่งขันต่อสัญญาเช่าบนที่ดินทำเลทองของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ได้ไหว

อาคารโรงภาพยนตร์สกาลาที่กำลังรื้อทุบ วันที่ 1 พ.ย. 64 เวลาประมาณ 15.00 น.
สกาลา ทุบ
คนงานกำลังทยอยติดตั้งผ้าใบรอบเขตปรับปรุงอาคารเพิ่มเติม

ก่อนหน้าการหมดสัญญา กระแสข่าวที่ว่าเครือเอเพ็กซ์น่าจะไม่ต่อสัญญาเช่ากับทางจุฬาฯ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ยังผลให้เกิดแรงกระเพื่อมในหมู่คนรักศิลปะ-สถาปัตยกรรม และคนที่มีความทรงจำดีๆ กับสกาลา เป็นห่วงกังวลว่าอาคารที่มีความงามเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้จะถูกทุบให้เป็นเพียงอดีต

มีกระแสสังคมที่พยายามเรียกร้องให้จุฬาฯ สร้างความมั่นใจว่าอาคารแห่งนี้จะคงอยู่ต่อไป ไปจนถึงความเคลื่อนไหวของ สมาคมสถาปนิกสยามในพระราชูปถัมภ์ เคยยื่นหนังสือต่อกรมศิลปากร ให้ขึ้นทะเบียนสกาลาเป็น “โบราณสถาน” แต่ไม่เป็นผล เพราะกรมศิลปากรมีข้อวินิจฉัยเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ตามคำนิยามใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535) มองว่าอาคารที่ตั้งโรงหนังสกาลาไม่ถือเป็นโบราณสถาน

ภายในอาคารโรงหนังสกาลา ก่อนหมดสัญญาเช่า (ภาพจาก MGR Online)

ความงามของสกาลาถูกออกแบบโดย พ.อ.จิระ ศิลป์กนก เป็นศิลปะแบบ Art Deco ฝ้าเพดานสีทอง มีโคมแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่และบันไดโค้งตระการตา สกาลาเปิดฉายครั้งแรกวันที่ 31 ธ.ค. 2512 และตัวอาคารเคยได้รับ รางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกสยาม

เมื่อหมดสัญญาเช่าลง ครอบครัวตันสัจจา เจ้าของเดิมของอาคาร ได้รื้อส่วนประกอบคลาสสิกของโรงภาพยนตร์แห่งนี้ออกไป เช่น โคมแชนเดอเลียร์ เครื่องประดับเพดาน เพื่อจะนำไปประดับที่สวนนงนุช พัทยา อีกหนึ่งธุรกิจของครอบครัว

หลังจากนั้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 สำนักงานทรัพย์สินแห่งจุฬาฯ ได้ประกาศผู้ชนะการประมูลสัมปทานที่ดิน 30 ปีของบล็อก A ขนาด 7 ไร่ คือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งบล็อกนี้เป็นเวิ้งในสยามสแควร์ที่ตั้งของโรงหนังสกาลา รวมถึงอาคารพาณิชย์ในบล็อกเดียวกันอีก 79 คูหา ทำให้เกิดกระแสความกังวลขึ้นอีกครั้งว่าสกาลาจะถูกทุบหรือไม่

มุมมองจากด้านข้างอาคารสกาลา มีป้ายระบุว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก พื้นที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง”

ในเดือนกันยายน 2564 ทางเซ็นทรัลพัฒนาให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าวมติชน ว่า บริษัทเตรียมปรับปรุงบล็อก A ให้เป็นศูนย์การค้าขนาดเล็ก “และจะพยายามรักษาโครงสร้างเก่าของโรงหนังสกาลาไว้ให้มากที่สุด” ซึ่งทำให้สังคมคลายความกังวลลงไป จนกระทั่งเกิดการรื้อทุบในวันนี้

Positioning ได้สอบถามไปยังเซ็นทรัลพัฒนาถึงการรื้อทุบอาคารในครั้งนี้ โดยยังคงรอข้อมูลตอบกลับอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับอาคารพาณิชย์ในบล็อก A ผู้เช่าได้ย้ายออกไปเกือบทั้งหมดแล้ว ร้านค้าที่ยังเหลือบางส่วนเริ่มขึ้นป้ายแจ้งที่อยู่ใหม่ที่จะย้ายไปในเดือนธันวาคมนี้ โดยกำหนดการเดิมของสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ จะส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้กับเซ็นทรัลพัฒนาช่วงต้นปี 2565

บล็อก A ไม่ใช่พื้นที่เดียวในสยามสแควร์ที่เกิดความเปลี่ยนแปลง พื้นที่บล็อก H ที่เคยเป็นศูนย์การค้าโบนันซ่า ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นอาคารมิกซ์ยูสออฟฟิศ-รีเทลชื่อ Siamscape ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการแล้ว ถัดมาที่บล็อก I ก็ปิดตำนานฮาร์ด ร็อค คาเฟ่ 30 ปีไปแล้วเมื่อต้นปีนี้ ขณะนี้ได้ทุบอาคารออกทั้งหมด รวมถึงบล็อก J ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามสแควร์มีการปรับปรุงใหญ่ สร้างอาคารใหม่เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์ก คาดเปิดบริการธันวาคม 2564

อาคารธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ที่กำลังปรับปรุงใหม่ อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงภายในสยามสแควร์
พื้นที่เดิมที่เคยมีฮาร์ด ร็อค คาเฟ่ ทุบอาคารเรียบร้อยแล้ว
]]>
1359570