งบสะดุด บีโลว์เดอะไลน์เจ๊ง !

ไม่มี Ad เพราะไม่มีงบ… กลายเป็นสถานการณ์ที่ชี้ถึงผลกระทบได้ดีว่า ธุรกิจโฆษณาในภาวะค่าเงินบาท แทบจะล้มฟุบ นักโฆษณายืนยันว่า แม้ตัวเลขมูลค่าโฆษณาครึ่งปีแรกจะลดลงไม่มาก แต่สถานการณ์จริงในวังวนความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ บีโลว์เดอะไลน์ที่เคยเฟื่องฟูเมื่อปีก่อนปีนี้ถือว่า “เจ๊ง” เนื่องจากเจ้าของสินค้าต่างหันมาเซฟเต้นทุน เปลี่ยนงบโฆษณามาทำเรื่องแบรนดิ้งแทน

ธุรกิจโฆษณา นับเป็นดัชนีชี้วัดได้ดีอย่างหนึ่ง ถึงผลกระทบจากค่าเงินบาท เพราะนับตั้งแต่ปัญหาค่าเงินบาทลุกลามมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2550 กลายเป็นแรงสะท้อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจโฆษณาซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากบริษัทนีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) รายงานว่า เม็ดเงินโฆษณาในช่วง 6 เดือนแรกปี 2550 มีค่าประมาณ 43,603 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.48 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีมูลค่า 43,813 ล้านบาท ขณะที่นักโฆษณาหลายคนคาดการณ์ว่า มูลค่ารวมในปี 2550 น่าลดลงแน่นอน ไม่น่าถึง 9 หมื่นล้านบาท เหมือนปี 2549

สอดคล้องกับศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยรายงานว่า อัตราการขยายตัวของยอดการใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อในครึ่งแรกปี 2550 มีการปรับตัวในทิศทางที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เพราะเผชิญปัจจัยลบ จากสถานการณ์ทางการเมือง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญอุปสรรคทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขนมเด็ก ส่งผลให้เจ้าของสินค้าและบริการหลายรายต่างพยายามบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดปรับลดค่าใช้จ่ายบางรายการลง โดยเฉพาะการปรับลดงบประมาณเพื่อการโฆษณาในสื่อหลักที่มีต้นทุนสูง หรือหันมาใช้สื่อที่มีต้นทุนต่ำลงแทน

“มูลค่าธุรกิจโฆษณาครึ่งปีแรกติดลบอย่างน่ากลัว เพราะภาพรวมผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลง ออมเงินมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจก็เซฟเงิน ตัดงบโฆษณาออก บีโลว์เดอะไลน์ที่เคยเฟื่องฟูเมื่อปีก่อนปีนี้ถือว่าเจ๊ง เหลือแต่สินค้าคอนซูเมอร์ และสินค้าหรูยังพอมีการจัดกิจกรรมทางการตลาด” ปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ให้เห็นถึงสภาพ

ยิ่งพิจารณาจากตัวเลขเงินออมจะพบว่า ปี 2550 ครึ่งปีแรก คนไทยมีเงินออมสูงถึง 7.7 ล้านล้านบาท มากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่มีเงินออมเพียง 5.5 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีการใช้จ่ายลดลง ดังนั้นเมื่อกำลังซื้อหดหาย เศรษฐกิจจึงได้ชะลอดตัวลงเกือบทุกหมวดสินค้า

ความเปลี่ยนแปลงในวงการโฆษณาตอนนี้ คือ เอเยนซี่โฆษณาหลายแห่งหันมารับจ้างเป็นที่ปรึกษาเรื่องแบรนดิ้งเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าของสินค้าจำนวนมากนิยมมุ่งเน้นมาทำเรื่องการสร้างแบรนด์มากกว่าซื้อ Ad

“ที่ปรึกษาแบรนด์กลายเป็นเทรนด์ธุรกิจโฆษณายุคนี้ ถือเป็นการใช้เงินที่เซฟต้นทุนมากขึ้นของผู้ประกอบการสินค้า โดยไม่หว่านเม็ดเงินเหมือนแต่ก่อน”

ปารเมศร์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่วงการโฆษณากำลังตั้งตารออย่างมากตอนนี้คือ การเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งเป็นตัวจุดประกายทำให้วงการโฆษณากลับมาคึกคักอีกครั้ง