ในที่สุด บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ CRC เจ้าตลาดศูนย์การค้าเบอร์ 1 ก็เข้าสู่ศึก Community Mall โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ที่กำลังมาแรง
อะไรทำให้ CRC หาญกล้าในการเป็นผู้พัฒนาโครงการศูนย์การค้าเอง แม้จะมีประสบการณ์จากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต แต่การลงเล่นในเซ็กเมนต์ใหม่ที่แตกต่างและไม่คุ้นเคยนับเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย
CRC ประกาศ ประเดิมโครงการแรกที่อุดมสุข ภายใต้ชื่อ “มาร์เก็ต พาร์ค” (Market Park) เจาะชุมชน บ้านจัดสรร รอบนอกเมือง เตรียมเปิดตัวภายในไตรมาส 3 จากแผนเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 นี้ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนแบบบางประการ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเร่งก่อสร้าง ลิขิต ฟ้าปโยชนม์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอก
นับเป็นการแสวงหาโอกาสใหม่ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่เหลือน้อยลงไปทุกที
อันที่จริงการรุ่งโรจน์ของ Community Mall โดยเฉพาะในรูปแบบของ Lifestyle Center นั้น สร้างผลประโยชน์ให้กับเซ็นทรัล กรุ๊ป มาเนิ่นนาน
ต้องไม่ลืมว่า Tops Market เป็นของกลุ่มเซ็นทรัลฯ และได้กระจายไปเป็น Anchor ให้กับหลายศูนย์ฯ ของสยามฟิวเจอร์ฯ มาแล้ว
นับว่าการสร้าง Business Unit ต่างๆ ของ CRC เริ่มออกดอกเห็นผลได้เด่นชัดในเวลานี้ เพราะนอกเหนือจากการเติบโตในโครงการของ CPN หรือ CRC เอง แบรนด์ร้านค้าย่อย อย่าง Tops, Homework (ร้านจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้าน) และ B2S (ร้านจำหน่ายหนังสือ) หรือ Supersports (ร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา) พร้อมจะแต่งตัวให้กลมกลืนกับศูนย์การค้า Community Mall ต่างๆ ได้ไม่ยาก และนั่นหมายถึงโอกาสของการเติบโตธุรกิจของเซ็นทรัล กรุ๊ป ที่อาศัยแขนขาของพันธมิตรธุรกิจมากขึ้น
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคู่แข่งจะขยายตัวมากเพียงใด หรือไม่ว่าจะมีคู่แข่งรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
BU ต่างๆ ของเซ็นทรัล คือตัวเลือกที่มีศักยภาพ
“เราไม่อาศัย CPN เพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นเราจะตามคนอื่นไม่ทัน” คำกล่าวของ ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจดังกล่าว
สำหรับ “มาร์เก็ต พาร์ค” ก็ต้องสร้างจุดต่างอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการอาศัยกระแสโลกร้อนมาเป็นแนวคิดในการออกแบบศูนย์ฯ สถาปัตยกรรมของโครงการโดยรวมจะใช้แบบ Green Architecture เน้นวัสดุจากไม้ หลังคาโปร่งโล่ง เปิดให้แสงแดดส่องได้ทั่งบริเวณอาคาร เน้นความร่มรื่นของต้นไม้และน้ำพุ ม้านั่งที่จะกระจายอยู่ทั่วสวน เข้าทำนองช้อป กิน ดื่ม ในสวน เป็นการใช้ชีวิตแบบ Outdoor ให้มากที่สุด
“คนสมัยนี้ เริ่มเบื่อแอร์ โหยหาอากาศธรรมชาติมากขึ้น”
ปฏิบัติการแปรสภาพ เปลี่ยนบทบาทจากการเป็น “ผู้เช่า” ภายใน Community Mall มาเป็น “ผู้ให้เช่า” พื้นที่แทน อาจจะมองดูเป็นก้าวที่ช้าไป แต่กระนั้นลิขิต ฟ้าปโยชนม์ บอกเมื่อครั้งงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่นี้สั้นๆ ว่า “ทุกตลาดมีช่องว่างเสมอ”
ด้วยแนวคิดในการออกแบบ “Casual Living” เพื่อต้องการเป็น Third Place อีกแห่งของคนเมือง โดยเลือกร้านค้าที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน จำพวกร้านขายยา ร้านแว่นตา ซาลอน ร้านซักแห้ง คลินิก และมีแม่เหล็กใหญ่ Tops Market เป็นจุดดึงดูดคนเข้าศูนย์ฯ
“กลุ่มเป้าหมายที่เลือกช้อปใน Community Mall คือจะแวะซื้อของก่อนกลับบ้าน เราตั้งอยู่ในระหว่างทางกลับบ้าน เข้ามาแล้วจอด ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถเหมือนศูนย์ฯ ขนาดใหญ่ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่นิยมใช้เวลานานๆ ในศูนย์ฯ มาซื้อ มากินแล้วก็กลับ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เขามาคือเกิดการจับจ่ายขึ้นอย่างแน่นอน”
ลิขิตบอกถึงโอกาสอันเต็มไปด้วยศักยภาพว่า ในช่วงปี 2544-2548 มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นกว่า 5,000 ครัวเรือนในแถบอุดมสุข ไม่นับรวมครัวเรือนที่อยู่อาศัยมาก่อนหน้ารวมเป็นกว่า 21,498 ครัวเรือน เหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของมาร์เก็ต พาร์ค อุดมสุข
โครงการ มาร์เก็ต พาร์ค อุดมสุข เน้นความร่มรื่นของต้นไม้ มีสินค้าและบริการสำหรับชีวิตประจำวันตั้งอยู่ในโลเกชั่นที่สามารถเชื่อมต่อกับสุวรรณภูมิได้ไม่ไกล โดยมีกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บน อยู่อาศัย 2-4 คนต่อครัวเรือน มีไลฟ์สไตล์แบบเทรนดี้ ต้องการความสะดวกในการช้อปปิ้งและจอดรถง่าย สามารถมาจับจ่ายใช้สอยได้ทุกวัน
โครงการนี้มีงบลงทุน 100 ล้านบาท บนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. ตั้งอยู่บนสุขุมวิท 103 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแถบบางนา-ตราด ศรีนครินทร์ โดยมีแผนกำหนดเปิดปีละ 3 แห่ง
แต่ที่ต้องจับตา คือ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ผ่านและประกาศใช้บังคับจะส่งผลต่อการปรับแบบโครงการ Community Mall ของ CRC ทันที โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีใจความว่า ให้ผู้ประกอบการค้าปลีก 3 ประเภทต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งจากกระทรวงพาณิชย์ อันประกอบด้วย 1.ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ 1,000 ตร.ม.ขึ้นไป 2.ห้างค้าปลีกที่มียอดขาย 1,000 ล้านบาทขึ้นไป 3.ร้านค้าปลีกประเภทเครือข่ายที่มียอดขาย 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
นอกจากนี้ยังจะต้องผ่านการตรวจ Public Welfare Investigation อีกด้วย
กฎหมายนี้จะสกัดดาวรุ่งอย่าง CRC ไม่ให้ขยายสาขาได้มากดังเป้าหรือไม่ ต้องรอติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ ซึ่งล้วนเข้าข่ายไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่งต่างได้รับผลกระทบและต้องเผชิญกับกฎเหล็กนี้เช่นเดียวกัน…แต่ยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้



