ความสงบเรียบร้อยของผู้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่รวมกันตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง และกินเวลายาวนานมากกว่า 70 วัน เป็นการบริหารจัดการของ “กองทัพธรรม” ภายใต้การดูแลกลุ่มสันติอโศก ที่พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นผู้นำทัพ
กองทัพธรรม ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติการในม็อบพันธมิตรฯ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพ่อบ้านประจำม็อบ ไม่เพียงแต่ต้องดูแลเกี่ยวกับปัจจัย 4 อาหาร น้ำ ที่พักอาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค เท่านั้น ยังต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุมไม่ให้ประสบกับความยากลำบาก ดูแลเรื่องของความสะอาดภายในที่ชุมนุม รวมถึงการรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แน่นอนว่าการอยู่ร่วมกันเป็นเวลายาวนานกับคนหมู่มากที่มาจากหลากหลาย ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ปัญหามีทุกวัน ก็แก้กันไปได้ มีทั้งเรื่องความเป็นอยู่ และจิตใจของผู้มาชุมนุม ความสงบเรียบร้อยภายใน ปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องฝ่ายตรงข้ามที่พยายามใช้ความรุนแรง ผู้ที่ทำหน้าที่การ์ดรักษาความปลอดภัยก็ต้องรับมือกับสถานการณ์ เราก็ต้องทำให้เขาเย็นลง” เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม ยกตัวอย่างให้ฟัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยึดหลักการ “อหิงสา” ไม่เน้นความรุนแรง มีระเบียบวินัย ความเรียบร้อย และอยู่ในหลักของกฎหมายเป็นเรื่องจำเป็น การนำหลักธรรมะมาใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการของกองทัพธรรมจึงเป็นแนวทางที่เรือตรีแซมดิน บอกว่า ช่วยได้มาก โดยเฉพาะอยู่ในภาวะที่กดดัน หรือการชุมนุมที่ต้องใช้เวลานานๆ
“เวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีปัญหาบ้าง หรือผู้ชุมนุมอาจจะรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือ มีผู้มาก่อกวน เราต้องใช้หลักธรรมะเป็นแนวทางในการให้กำลังใจ ให้คนทำงานเย็นลง” เรือตรี แซมดิน เล่า
การพูดคุยสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้ที่ทำงานจึงเป็นเรื่องจำเป็น ทุกวัน เวลาบ่าย 2 โมง จะเป็นช่วงเวลาที่มีการประชุมการ์ด หรือผู้รักษาความปลอดภัย มี 2 กลุ่ม คือ การ์ดอาสาสมัคร ซึ่งมี 5 กลุ่ม การ์ดกลุ่มนี้จะมีหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมโดยรอบ และการ์ดศรีวิชัย มีหน้าที่ดูแลบริเวณเวทีและแกนนำ การประชุมก็เพื่อประเมินสถานการณ์ และหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน
ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาจากต่างจังหวัด และพักอาศัยอยู่ในบริเวณที่ชุมนุม ซึ่งมีประมาณหลักพันคน ถ้าเป็นช่วงเหตุการณ์สำคัญๆ หรือมีการประชุม คนกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นมาก มีการประชุมร่วมกันทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลาบ่ายโมง
หน้าที่หลักของกองทัพธรรมอีกด้านหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กับการดูแลเรื่องอาหาร คือ การรักษาพยาบาล จะมีเต็นท์ให้บริการ 2 แห่ง เพื่อดูแลให้ทั่วถึง รวมถึงรถที่ใช้รับส่งผู้เข้าร่วมชุมนุมจากสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สถานีรถไฟ ซึ่งมีประมาณ 10 คัน
รวมถึงการจัดระเบียบการค้าขายภายในม็อบ ที่เปิดอิสระให้กับผู้ค้าโดยไม่มีการเก็บเงินแต่อย่างใด แต่ก็ต้องจัดระเบียบโดยให้ผู้ค้าเหล่านี้จัดตั้งอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้า ต้องไม่เอาเปรียบผู้ซื้อ โดยให้มีการติดราคาขายอย่างชัดเจน
กลยุทธ์ดาวกระจาย
เป็นอีกภารกิจที่สำคัญของกองทัพธรรม ที่ต้องรับผิดชอบเคลื่อนย้ายการชุมนุมออกนอกสถานที่ ตามนโยบาย “ม็อบดาวกระจาย” ที่มีการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ เช่น การไปที่คณะกรรมการ กกต. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย แต่ทุกครั้งก็ผ่านไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย ต้องนับว่าเป็นความท้าทายอย่างมากของผู้ดูแลม็อบ
เรือตรีแซมดิน เล่าว่า การเคลื่อนไหวของม็อบดาวกระจาย จะมีทั้งที่ออกไปเชียร์ และกดดัน โดยจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และประเด็นสำคัญในเวลานั้น เช่น คณะกรรมการ กกต. จะมีทั้งไปเชียร์ และกดดันหน่วยงานของภาครัฐ มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องสำคัญๆ ของชาติ เช่น ม็อบดาวกระจาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือ ปตท. เป็นการไปเพื่อกดดันให้หน่วยงานเหล่านี้ต้องนึกถึงภาระหน้าที่ของตัวเอง
“จุดหลักในการดูแลผู้ชุมนุมที่ต้องเคลื่อนขบวน จะอยู่ที่การดูแลให้คนในม็อบระหว่างที่เดินทางไปได้รับความปลอดภัย ไม่ให้คนมาแทรก หรือมีคนที่มาป่วนผู้ชุมนุม และมีการจัดตั้งเวทีปราศรัยนอกสถานที่ ในบริเวณนั้นๆ”
ทีมงานประมาณ 300 คน เป็นชาวเครือข่ายสันติอโศกที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ เช่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ กำแพงเพชร นครปฐม ตรัง นครราชสีมา ที่ถูกระดมให้ดูแลงานด้านต่างๆ จำนวนของทีมงานขึ้นอยู่กับจำนวนของผู้ชุมนุม ถ้าเป็นวันหยุด และช่วงที่มีสถานการณ์ที่นัดหมายมาชุมนุม ทีมงานจะเข้ามาเยอะหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ ทีมงานสันติอโศกที่เหลือจะแยกย้ายกันไปทำงานอื่น
การทำงานในเรื่องเหล่านี้ ประสบการณ์และการเรียนรู้ของกลุ่มสันติอโศกจึงช่วยได้มาก เพราะแนวทางการเรียนรู้แบบสันติอโศก คือ การอยู่ร่วมกันในชุมชนอย่างมีระเบียบวินัย คล้ายกับแนวทางทหาร แต่ก็นำหลักธรรมมะในการดำเนินชีวิต การอยู่แบบพอเพียง จึงทำให้การทำงานของกองทัพธรรมลุล่วงไปด้วยดี
แม้ว่ากองทัพธรรมจะอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมได้มากที่สุดเพียงใดก็ตาม แต่การอยู่การมาของผู้ชุมนุมก็ไม่ได้สะดวกสบาย สิ่งสำคัญ คือ การมาชุมนุมด้วยใจที่อยากเห็นความถูกต้องเกิดขึ้นในสังคมไทย
“ต้องบอกเลยว่าคนเหล่านี้เขามาด้วยใจ เพราะความเป็นอยู่ไม่ได้สะดวกสบาย ต้องนอนในที่ไม่ควรนอน กินในที่ทั้งร้อน ฝนตก ไม่มีความสะดวกสบาย แต่เพราะพวกเขาเห็นแก่ประเทศชาติ อยากเห็นความถูกต้องเกิดขึ้นกับชาติไทย เขาก็อยากมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหน้าที่ของเรา ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” แซมดิน สะท้อนความเห็น
เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ จากสันติอโศกสู่ม็อบพันธมิตรฯ
เรือตรีแซมดิน ผู้ประสานงานของกองทัพธรรม เข้ามาฝึกอบรมตามแนวสันติอโศกตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2524 จากนั้นในปี 2528 เมื่อครั้งที่จำลอง ศรีเมืองไปผู้ว่า กทม. โดยเรือตรีแซมดินเข้าไปช่วยเป็นวิทยาการ และผู้ติดตามให้กับพลตรีจำลอง จนในปี 2535 เขาได้เลือกให้เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทฟ้าอภัย ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ประจำของวัด รวมเป็นเวลา 18 ปี และยังเป็นนายกสมาคมผู้ปฏิบัติธรรม และเลขาธิการพรรคเพื่อฟ้าดิน ซึ่งเขาบอกว่า เป็นพรรคที่ไม่ได้หาเสียงแบบพรรคการเมืองทั่วไป แต่นโยบายพรรคจะเน้นการฝึกอบรมให้ชุมชนเข้มแข็ง
หน้าที่ของกองทัพธรรม
1.ดูแลเรื่องของอาหารมังสวิรัติ และหาอุปกรณ์ให้กับผู้ที่มาบริจาคอาหาร
2.รักษาพยาบาล
3.ความสะอาด กำจัดขยะ
4.เสื้อผ้า และที่นอนให้กับผู้มาชุมนุม
5.การรักษาความปลอดภัย
6.การจัดระเบียบการค้าขาย
7.ดูแลการเคลื่อนขบวนม็อบดาวกระจาย



