เปิด 2 กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจที่สามารถฟันฝ่าวิกฤต และยึดแนวทางปฏิบัติสร้างธุรกิจให้สามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร ได้หยิบยกแนวทางการบริหารงาน บริษัทไทยเพรซิเด้นท์ฟูดส์ จำกัด ที่ฝ่าวิกฤตด้วยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาอย่างใช้เห็นผล
จุดเด่นที่น่าสนใจของบริษัท คือ แนวทางการบริหารงาน และการปฏิบัติต่อพนักงานในกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ แทนที่จะลดต้นทุนด้วยการลดจำนวนพนักงาน ทำให้พนักงานที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์กรมาตลอดจะต้องออกจากงาน แต่ไทยเพรสซิเดนท์ฟู้ดไม่เคยมีนโยบายให้พนักงานออกจากงาน ในขณะเดียวกันบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ และนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยความรู้ความชำนาญของพนักงานที่อยู่กับองค์กรมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน
กระบวนการคิดของผู้บริหารบริษัทยังสอดคล้องในเรื่องของเงื่อนไขความรู้ และความมีคุณธรรม มีจริยธรรม ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เห็นได้ชัดจาก กรณีการพิจารณาปรับขึ้นราคาของมาม่าเมื่อเร็วๆ นี้อีก 1 หรือ 2 บาทต่อซอง (มาม่าซอง) หากศึกษาย้อนกลับไปพบว่า เป็นการปรับราคาครั้งแรกในรอบ 11 ปี ทั้งที่บริษัทสามารถปรับเพิ่มราคาได้เป็นระยะๆ และการปรับราคาแม้เพียง 50 สตางค์ก็จะสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้นมหาศาลให้กับบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทถือว่าเป็น The first mover ในตลาดนี้ แต่บริษัทไม่ทำ เพียงเพราะคำนึงถึงผู้มีรายได้น้อย โดยพยายามคงราคาเดิมให้ได้นานที่สุด
นอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทมีการมองการณ์ไกลในการวางแผน หลังจากประเมินว่า ปริมาณคนไทยที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกำลังจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว โดยเทียบเคียงกับตลาดในประเทศญี่ปุ่น ที่ตลาดอิ่มตัวที่ประมาณ 34 ซองต่อคนต่อปี ซึ่งบริษัทได้สำรวจและพบว่าปริมาณการบริโภคของคนไทย ณ วันนี้อยู่ที่ 30 ซองต่อคนต่อปี
บริษัท จึงมองหาการลงทุนในธุรกิจอื่น เช่น วางแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ 2,000 ล้านบาท แต่ก็มีการสำรองเงินไว้ 1,000 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทมีการคำนึงถึงการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันของปรัชญาแนวเศรษฐกิจพอเพียง
นอกจากนี้ ไทยเพรสซิเดนท์ฟู้ดยังได้แสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบรู้และระมัดระวัง คือ บริษัทมีนโยบายที่จะไม่ทำธุรกิจซ้ำซ้อนกับบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่จะเน้นธุรกิจปลายน้ำ ดังนั้นบริษัทจึงเริ่มลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ โดยไปลงทุนกับประเทศจีนทำถ้วยกระดาษ ซึ่งการเลือกลงทุนธุรกิจประเภทดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอร์ดสตอร์ม อิงค์
อีกแห่ง คือ บริษัท นอร์ดสตอร์ม อิงค์ (Nordstrom, Inc.) เป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ จุดเด่นของห้างฯ แห่งนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างกำไรสูงสุด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเดียว แต่เน้นการขายสินค้าที่หลากหลายในราคาที่ยุติธรรม และก็จ่ายเงินลงไปค่อนข้างมากในการพัฒนาสังคม ลูกค้า พนักงาน สิ่งแวดล้อม และสังคม เช่นชนกลุ่มน้อย
ในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ Nordstrom มีรูปแบบการเลื่อนตำแหน่งงานให้สูงขึ้นจากภายใน และไม่มีนโยบายที่จะนำเอาบุคคลภายนอกเข้ามา สอดคล้องกันเรื่องของการมีคุณธรรม จริยธรรม สมมติว่าพนักงานคนหนึ่งเป็นเบอร์ 2 ของหน่วยงานหรือแผนกทำงานและอุทิศตัวให้ที่ทำงานมา 10 หรือ 20 ปี แล้วเมื่อมีตำแหน่งที่สูงขึ้นว่าง แต่องค์กรกลับนำคนอื่นข้างนอกเข้าทั้งที่ ความสามารถและคุณสมบัติไม่ได้ต่างกันมากมาย ย่อมสร้างความไม่เป็นธรรมแก่พนักงานอย่างแน่นอน และที่สำคัญคือ ในช่วงภาวะวิกฤตบริษัทก็ไม่มีนโยบายให้พนักงานออกจากงาน เพื่อรักษาองค์ความรู้และวัฒนธรรมแห่งองค์กร
ขณะเดียวกัน Nordstrom ยังได้บริหารงานเพื่อผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่า จ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนพนักงานมากกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการปฏิบัติ เน้นให้ความสำคัญกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน และผู้บริหารจะบอกกับพนักงานว่า “บริการให้ดีที่สุด”
“ดังนั้น การปฏิบัติที่ลูกค้าสัมผัสได้ คือ ถ้าเป็นคนแก่เข้ามาใช้บริการ พนักงานก็จะเชิญไปนั่งที่โซฟา เอาแมกกาซีนมาให้อ่าน แต่ว่าถ้าเป็นเด็กเข้ามาก็เอาตุ๊กตาไปให้เล่น หรือว่าพาไปเล่น ส่วนคำทักทายของพนักงานต่อผู้ใช้บริการของห้างสรรพสินค้าแหงนี้ก็ไม่ธรรมดา เช่นพนักงานอาจจะถามเลยว่า ลูกคุณ ซึ่งทราบชื่อด้วยว่าชื่ออะไร เป็นยังไงบ้างล่ะ ไปทำงานอยู่ต่างประเทศกลับมาเยี่ยมบ้านเป็นอย่างไรบ้าง หรือหลานเข้าโรงเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง
ที่ทำได้ถึงเพียงนี้ เพราะพนักงานออกไปร่วมพัฒนาชุมชน ในมุมของผู้บริโภคแล้วหากได้รับการทักทายด้วยคำพูดที่เป็นเฉพาะส่วนบุคคลย่อมรู้สึกประทับใจมากกว่าการทักทายแบบหุ่นยนต์ ซึ่งการปฏิบัติต่อลูกค้าแบบนี้คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของ Nordstrom อยู่รอดมาได้ 100 กว่าปี และเอาชนะคู่แข่งมาได้ทุกยุคทุกสมัย”
ดังนั้น หากคู่แข่งจะทุ่มเงินนับพันล้านไปตั้งห้างสรรพสินค้าอยู่ข้างๆ Nordstrom ก็ไม่สามารถต่อสู้ได้ เพราะเงินอาจจะสามารถซื้อตึก ซื้อเทคโนโลยีและวัตถุดิบได้เหมือนกับที่ห้าง Nordstrom มี แต่ไม่สามารถสร้างความประทับใจซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาแบบที่ Nordstrom เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาและสั่งสมมาอย่างยาวนานได้” ผศ.ดร.สุขสรรค์ บอก



