“มนุษย์เงินเดือน” ในญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะ “รัดเข็มขัด” ลดค่าอาหารกลางวัน ลดการดื่ม และ พกขวดน้ำของตัวเอง

0
2274

ภาพ : www.nippon.com

กว่า 40 ปีมาแล้วที่ Shinsei Bank ทำการสำรวจการใช้จ่ายของมนุษย์เงินเดือนในญี่ปุ่น โดยจะเริ่มในช่วงฤดูร้อนก่อนที่โบนัสจะออก สำหรับการสำรวจในปี 2019 ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์เงินเดือนนี้กำลังอยู่ในภาวะรัดเข็มขัดเพราะมีการใช้จ่ายอาหารกลางวันน้อยลง ลดการดื่มสังสรรค์ และใช้ขวดน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

เมื่อดูจากการใช้จ่ายเงินของพนักงานพบว่าโดยเฉลี่ยในปี 2019 พนักงานชายใช้จ่ายเดือนละ 36,747 เยน (10,500 บาท) ลดลง 3,089 เยน (882 บาท) เมื่อเทียบกับผลสำรวจของปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขนี้ถือเป็นจำนวนเงินที่ใช้จ่ายน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 1979 (ต่ำสุดคือ 34,100 เยนในปี 1982)

ในปี 2018 กลุ่มผู้ชายในวัยยี่สิบและวัยห้าสิบ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 40,000 เยน (11,431 บาท) อย่างไรก็ตาม ในปี 2019 ผู้ชายที่อยู่ในวัยยี่สิบลดการใช้จ่ายลง 4,470 เยน ส่วนวัยห้าสิบไม่ต่างกันลดลง 5,966 เยน แน่นอนตัวเลขนี้ย่อมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 40,000 เยน ในปีที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 43,608 เยน กลายเป็นช่องวางขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับกลุ่มที่แต่งงานแล้ว ที่มีการใช้เฉลี่ย 25,000 – 35,000 เยน ยิ่งหากมีลูกที่กำลังเรียนชั้นประชมศึกษาหรืออายุน้อยกว่า ก็มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินส่วนตัวลดลงไปอีก ข้อนี้ชี้ให้เห็นว่า “ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กและค่าธรรมเนียมการศึกษา” เป็นภาระหลักของครัวเรือน

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการใช้เงินอย่างรอบคอบและประหยัด (ตอบได้หลายคำตอบ) พนักงานชาย 37.9% บอกว่า พยายามลดค่าอาหารกลางวัน ในขณะที่ 29.1% ตอบลดจำนวนครั้งที่ออกไปดื่มสังสรรค์, 27.0% พกขวดน้ำของตัวเอง และ 24.6% นำอาหารกลางวันมาเอง ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าพวกเขาลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม

การสำรวจดูสถานการณ์อาหารกลางวันของพนักงานออฟฟิศซึ่งเริ่มในปี 2009 แสดงให้เห็นว่าในปี 2019 ผู้ชายใช้จ่ายอาหารกลางวันโดยเฉลี่ยลดลง 15 ถึง 555 เยน (5 – 160 บาท) ส่วนผู้หญิงลดลง 5 ถึง 581 เยน (2 – 170 บาท)

วิธีลดค่าใช้จ่ายที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายตอบมากที่สุดคือ “นำอาหารกลางวันมาเอง” โดยมีผู้หญิงมากกว่าครึ่งตอบแบบสำรวจด้วยข้อนี้ วิธีที่รองลงมาคือกินข้าวในโรงอาหารของออฟฟิศ ซึ่งผู้ชายกว่า 18.4% เลือกตอบข้อนี้ ส่วนผู้หญิงเลือกแต่ 8.5% เท่านั้น

Source