ดูเหมือนสถานการณ์ธุรกิจรายย่อยของญี่ปุ่นยังกู่ไม่กลับ เพราะอัตรา ล้มละลาย ทะลุ 10,000 แห่ง เป็นปีที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนที่สูง และอัตราเงินเฟ้อ
ข้อมูลจาก Tokyo Shoko Research ระบุว่า ในปี 2025 ญี่ปุ่นมีจำนวนบริษัทที่ ล้มละลาย ที่ 10,300 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 และเพิ่มขึ้น +2.9% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แม้ว่าจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการพุ่งสูงถึง 15.1% ในปี 2024
76.6% ของบริษัทที่ล้มละลาย เป็น ธุรกิจขนาดเล็ก มีหนี้สินรวมอยู่ที่ 1.59 ล้านล้านเยน ลดลง 32.1% โดยอุตสาหกรรม ภาคบริการ รวมถึงร้านอาหาร มีจํานวนการล้มละลายสูงสุดที่ 3,478 ราย เพิ่มขึ้น 4.5% ตามด้วย ธุรกิจก่อสร้างที่ 2,014 4.7% และ การผลิตที่ 1,186 เพิ่มขึ้น 3.9%
ผลสํารวจแสดงให้เห็นว่า การล้มละลายที่เกิดจากการ ขาดแคลนแรงงานสูงถึง 397 รายเพิ่มขึ้น 36% นอกจากนี้ ความล้มเหลวทางธุรกิจที่เกิด ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 767 ราย เพิ่มขึ้น 9.3% โดยทาง Tokyo Shoko Research คาดการณ์ว่า การล้มละลายของบริษัทขนาด ปานกลาง จะเพิ่มขึ้นในปี 2026 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ผลกระทบของภาษีสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่ย่ำแย่ ทำให้ยังไม่มีสัญญาณบวกจากนักท่องเที่ยวชาวจีน
นอกจากนี้ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลอย่างมากต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค เพราะ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น กำลังกดดันการบริโภค ส่งผลให้ ดัชนีความเชื่อมั่น ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 48.6 จุด ถือเป็นการ ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนธันวาคม
ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า ภาวะเงินเฟ้อ จาก การอ่อนค่าของเงินเยน และ ตลาดแรงงานที่ตึงตัว กำลังกลายเป็นความท้าทายใหม่สำหรับบริษัทต่าง ๆ ซึ่งสถานการณ์นี้อาจกลายเป็นแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ



