Toys R Us คัมแบ็ก เตรียมเปิด 10 สาขาในสหรัฐฯ

ทันเทศกาล Black Friday ปี 2019 พอดีสำหรับ Toys R Us ร้านขายของเล่นรุ่นใหญ่ที่ล้มละลายและปรับโครงสร้างหนี้จริงจังตั้งแต่ปีก่อน ล่าสุด Toys R Us ยุคใหม่กลับมาเปิดร้านแรกอย่างเป็นทางการในนิวเจอร์ซี สหรัฐฯ โดยวางแผนเปิดเพิ่มอีก 10 สาขาเป็นอย่างน้อย

การกลับมาของ Toys R Us ยังคงอยู่ในรูปห้างร้าน bricks-and-mortar แต่ปรับใหม่เป็น experiential retail เพื่อให้เด็กได้สัมผัสของเล่นตัวจริง ถือเป็นการเปิดตัวในช่วง 1 เดือนหลังจากเปิดตัว Toys R Us Adventure บูธขนาดย่อมที่เรียกน้ำย่อยก่อนการเปิดร้านค้าเต็มรูปแบบเช่นนี้

เบ็ดเสร็จแล้ว ร้านค้าใหม่ Toys R Us ถูกเปิดตัวในเวลา 17 เดือนหลังจากปิดร้านค้า Toys R Us ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา เรียกว่าเป็นการคืนชีพของสัญลักษณ์สำคัญในวงการค้าปลีกของเล่นได้ทันเทศกาลจับจ่ายปลายปี

ปรับใหม่ 54 ขวบ Toys R Us

Richard Barry ผู้บริหารระดับสูงของ Tru Kids ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการ Toys R Us กล่าวว่าแบรนด์อายุ 54 ปีอย่าง Toys R Us จะปรับอิมเมจหรือ reimagining ประสบการณ์การช็อปปิ้งของเล่นอีกครั้ง โดยแต่เดิม ร้าน Toys R Us เคยมีพื้นที่กว้างขวาง 40,000 ตารางฟุต แต่อยู่ในรูปกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ทำให้ Toys R Us ยุคใหม่เตรียมปรับพื้นที่เป็นห้องแยกไปเป็นสัดส่วนเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์จากของเล่นแบบเต็มที่และหลากหลาย

นอกจากช่วงการเปิดตัวร้านใหม่ ที่ Toys R Us จะมีอีเวนท์เปิดตัวยิ่งใหญ่ทั้งกิจกรรมในร้าน ของรางวัล และการจัดตัวการ์ตูนมาพบปะเด็กน้อยอย่างอบอุ่น ผู้บริหารย้ำว่าจะ reimagining ประสบการณ์การช็อปปิ้งแบบพลิกฝ่ามือให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่แท้จริงเป็นที่มาของการเปลี่ยนร้านค้า Toys R Us ให้รองรับประสบการณ์เหล่านี้มากขึ้น

Barry เผยว่าบริษัทตั้งเป้าหมายเปิดร้าน Toys R Us แนวคิดใหม่ราว 10 ร้านค้าในปีหน้า คาดว่าสาขาที่ 2 จะเปิดตัวในสัปดาห์หน้าที่เมืองฮูสตัน

การเปิดร้านครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่หลังจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่อดีตผู้บริหาร Toys R Us ประกาศเปิดตัวทีมบริหาร Tru Kids Brands จนในเดือนมิถุนายน มีข่าวลือว่า Toys R Us กำลังเตรียมพร้อมเปิดร้านค้า 6 แห่ง และจะปรับโฉมเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซครั้งใหม่ก่อนจะเริ่มฤดูช็อปปิ้งในช่วงวันหยุด

ปรากฏว่า Toys R Us ทำตามแผนด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในเดือนตุลาคม เนื้อหาภายในมีทั้งรีวิวผลิตภัณฑ์และวิดีโอ พร้อมระบบซื้อขายของเล่นที่ Target.com เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งลูกค้า Toys R Us จะปิดการซื้อขายได้สมบูรณ์กับ Target

ร้านเล็กพริกขี้หนู

สำหรับพื้นที่ร้าน 6,000 ตารางฟุต ร้านใหม่ถือว่ามีขนาดเล็กกว่าหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับร้านค้าที่ปิดตัวไปในกลางปี 2018 นอกจากขนาดที่จิ๋วกว่า จุดสำคัญของร้านใหม่ยังอยู่ที่การปรับให้มี interactive play area ที่เหมาะกับการเล่นแบบโต้ตอบ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Toys R Us ผลักดันตัวเองเข้าสู่โลกของการค้าปลีกประสบการณ์หรือ experiential retail อย่างเต็มตัว

แทนที่จะวางแต่ชั้นของเล่นเหมือนเดิม ภายในร้าน Toys R Us ยุคใหม่มีพื้นที่สำหรับ 4 แบรนด์ใหญ่อยู่ทางด้านขวาของร้าน ซึ่งเด็กน้อยสามารถทดลองเล่นสินค้าบางชนิดได้ กลายเป็น touch point ที่เด็ก จะได้สัมผัสประสบการณ์สนุกก่อนซื้อ

Barry อธิบายถึงเรื่องนี้ว่าในขณะที่ร้านค้าปลีกมีเทคโนโลยีมากมาย สิ่งสำคัญที่ Toys R Us มองคือพลังของการสัมผัสสินค้า ทำให้บริษัทจัดพื้นที่สำหรับโปรโมท Nerf Gun ให้เด็ก สามารถยิงไปที่เป้าหมาย ยังมีโซน Paw Patrol ที่เด็ก สามารถทดลองเล่นได้ที่โต๊ะกิจกรรม ขณะที่โซนของ Nintendo เตรียมพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถเทสต์เกม และที่โซน Lego เปิดพื้นที่ให้เด็ก ลงมือสร้างเมือง

นอกเหนือจากของเล่น สรุปแล้วร้าน Toys R Us ยุคใหม่เน้นให้ประสบการณ์ interactive เต็มที่ทั่วร้าน เห็นได้ชัดจากบ้านต้นไม้ Geoffrey’s Tree House ซึ่งเด็กสามารถปีนขึ้นไปบนยอดระฆัง และกระจกวิเศษ Magical Mirror ที่เด็ก สามารถโต้ตอบกับยีราฟ Geoffrey the Giraffe แบบ 3 มิติ รวมถึงมาสค็อตขนาดเท่าตัวจริงที่ทางเข้าของร้าน ซึ่งคาดว่าจะเป็นมุมภาพถ่ายเซลฟี่ยอดฮิตของผู้ปกครองและเด็ก หลายคน.