Monday, April 6, 2026
Home Blog Page 1704
AIS จับมือ YouTrip ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อมอบประสบการณ์พิเศษในต่างแดนให้นักเดินทางชาวไทยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าและการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือที่ดีที่สุด YouTrip จัดโปรโมชันเงินคืนมูลค่ารวม 200,000 บาท พิเศษให้แก่ลูกค้า AIS SIM2Fly และ Ready2Fly ที่ยังไม่เคยใช้บริการ YouTrip 2,000 คนแรก YouTrip (ยูทริป) ผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ตรองรับหลายสกุล (Multi-currency wallet) ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ประกาศจับมือ AIS (เอไอเอส)  ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างแดนแบบไร้รอยต่อด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า พิเศษเฉพาะลูกค้า AIS SIM2Fly และ Ready2Fly เมื่อสมัครใช้บริการ YouTrip รับเงินคืน 100 บาท เมื่อนำไปใช้จ่ายครั้งแรก การร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวทั่วโลกที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า AIS SIM2Fly และ  Ready2Fly ด้วยการเชื่อมต่อกับบริการข้ามแดนอัตโนมัติที่มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมบริการ 5G โรมมิ่งมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และการใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าด้วย YouTrip ที่ให้ความคุ้มค่าในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินด้วยเรทที่ดีกว่า สามารถใช้จ่ายได้ทุกสกุลเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงทุกที่ทั่วโลก ตอบรับการเดินทางระหว่างประเทศที่กลับมาคึกคักในปี 2566 นี้ นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานกลุ่มลูกค้าพิเศษและพรีเพด AIS  กล่าวว่า “นอกเหนือจากความมุ่งมั่นตั้งใจในการขยายพื้นที่การให้บริการให้รองรับการใช้งานบริการข้ามแดนอัตโนมัติหรือโรมมิ่งของลูกค้า โดยเฉพาะบริการ 5G  โรมมิ่ง แบบ Prepaid อย่าง SIM2Fly ที่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานกว่า 90 ประเทศ และยังครอบคลุมการใช้งานโครงข่ายสื่อสารทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก นอกจากบริการที่ตอบโจทย์ และเครือข่ายที่ครอบคลุมแล้ว วันนี้เรายังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง YouTrip เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้บริการ SIM2Fly ได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การสื่อสารไปจนถึงบริการดิจิทัลวอลเล็ตที่สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินในอัตราที่ดีกว่าจาก YouTrip ทำให้ทุกทริปการเดินทางท่องเที่ยวของลูกค้าราบรื่นและมีความหมาย” นายวีระศักดิ์ ศุภคติธรรม ผู้จัดการ YouTrip ประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ กล่าวว่า “การร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ถือเป็นความพิเศษและน่าตื่นเต้นมากๆ ตลอดระยะเวลาที่ YouTrip เปิดให้บริการในประเทศไทย เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานมากที่สุด...
ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เผยแพร่รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม  สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ประจำปี 2566 ในชื่อ “เติมเต็มคุณค่าให้ชีวิต ต่อยอดความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน” (Enriching Lives, Emerging Stronger) ซึ่งรวบรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก ภายใต้กรอบการทำงานด้าน ESG ที่ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน การสร้างบุคลากรที่มีความพร้อมสำหรับอนาคต การปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากลาซาด้าได้จัดทำบัญชีคาร์บอนขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการระบุแหล่งที่มาหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของบริษัทฯ ในปี 2565 ลาซาด้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมได้ถึง 10% เมื่อเทียบกับกรอบเวลาการรายงานครั้งก่อน เจมส์ ตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า “นับเป็นเวลามากกว่า 1 ทศวรรษที่ลาซาด้าได้ขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการค้าและเทคโนโลยี ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เราสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ ตามที่ได้เผยแพร่ในรายงานด้านผลกระทบ ESG ฉบับที่สองของเรา และผมมั่นใจว่าเราจะสามารถต่อยอดความสำเร็จนี้ไปด้วยกัน โดยความยั่งยืนจะยังคงเป็นแกนหลักในการเดินหน้าของเรา การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงความรับผิดชอบของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสและความมุ่งมั่นที่เรามีต่ออนาคต ผมเชื่อว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในเศรษฐกิจดิจิทัล  รวมถึงสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป” รายงานผลกระทบด้าน ESG ประจำปีงบประมาณ 2566 ของลาซาด้า ได้นำเสนอภาพรวมความสำเร็จและความคืบหน้าของการดำเนินงานด้าน ESG ที่โดดเด่นของบริษัทฯ ภายในกรอบเวลาการรายงานที่ผ่านมา โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญ ดังนี้ การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน o   ผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและสังคม: ลาซาด้าได้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กว่า 1.1 ล้านคน จากทุกภาคส่วนใน อีโคซิสเต็มอีคอมเมิร์ซของลาซาด้าทั้งใน 6 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยผู้ขาย ผู้ให้บริการด้านการค้าดิจิทัล คู่ค้าโลจิสติกส์ รวมถึงพนักงาน o   การให้บริการ โครงสร้างพื้นฐาน และการเสริมสร้างขีดความสามารถ เพื่อส่งเสริมชุมชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ลาซาด้าได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค...
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผลักดันเป้าหมายการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืนสอดรับกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัว “ททท.มีความมุ่งมั่นตั้งใจเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในด้านการท่องเที่ยวให้มุ่งไปในด้านความยั่งยืน และขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านการยั่งยืนของโลก จึงได้มีโครงการ STAR โครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีคุณค่าและยั่งยืน โดยเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศไทยเพื่อเป็นหนึ่งใน Sustainable Destination ของนักท่องเที่ยว” สำหรับโครงการ STAR หรือ Sustainable Tourism Acceleration Rating คือ โครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน เป็นการยกระดับต่อยอดโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี มีความสุข และมั่นใจความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จากสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยให้แก่นักท่องเที่ยว ส่วนในโครงการ STAR นั้นจะเป็นการมอบ “ดาวแห่งความยั่งยืน” ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน...
“แอสเซทไวส์” ชูความสำเร็จแบรนด์โมดิซ (MODIZ) ไลฟ์สไตล์คอนโดระดับพรีเมียม หลังเปิดขาย “โมดิซ” 3  โครงการบนทำเลศักยภาพ ได้แก่ โมดิซ ลอนช์, โมดิซ วอลท์ เกษตร – ศรีปทุม และโมดิซ อาวองการ์ด กวาดยอดขายรวมแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า “บริษัทฯ มองว่า ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมเซ็กเมนต์กลางยังคงมีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้นำแบรนด์ “โมดิซ” ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์ในระดับพรีเมียมสำหรับคนเมือง บนโลเคชั่นที่เดินทางสะดวก ใกล้แนวรถไฟฟ้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากกลุ่มลูกค้า โดยเห็นได้จากความสำเร็จของทั้ง 3 โครงการภายใต้แบรนด์โมดิซ ได้แก่ โมดิซ ลอนช์ (Modiz Launch) คอนโดแนวใหม่ที่คิดเพื่อคนรุ่นใหม่...
ธนาคารกสิกรไทยตอกย้ำผลสำเร็จในการจัดโครงการ AFTERKLASS Business KAMP ผู้นำแคมป์แข่งขันสร้างไอเดียธุรกิจและนวัตกรรมสตาร์ทอัพในรูปแบบแฮคกาธอน (Hackathon) ให้กับนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศ เดินหน้าจัดต่อเนื่องโครงการ AFTERKLASS Business KAMP ปีที่ 4 ร่วมกับมูลนิธิเพาะพันธุ์ปัญญา ผ่านโจทย์การนำเสนอแผนธุรกิจอย่างยั่งยืน ในธีม Innovation for a Sustainable Society Hackathon 2023 ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้วิธีการพัฒนาและต่อยอดไอเดียนวัตกรรมเพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมให้เกิดขึ้นจริง เงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 10 กันยายน 2566 นายรวี อ่างทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบูรณาการความยั่งยืนองค์การ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า AFTERKLASS เป็นโครงการส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยผ่านหลักสูตรและแคมป์การเรียนรู้ด้านการเงินและทักษะที่หลากหลาย ตอบสนองความสนใจและไลฟ์สไตล์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ด้วยรูปแบบที่แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียน จากความมุ่งมั่นดังกล่าวได้นำไปสู่การจัดโครงการ AFTERKLASS Business KAMP เป็นแคมป์แรก ๆ ของไทยที่สอนเยาวชนระดับมัธยมปลายได้เรียนรู้เข้มข้นในทุกมิติของการเป็นสตาร์ทอัพและแข่งขันในรูปแบบแฮคกาธอน (Hackathon) เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา  และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในปี 2565 มีจำนวนนักเรียนมัธยมปลายจากทั่วประเทศสนใจเข้าร่วมโครงการราว 700 คน หรือกว่า  140 ทีม สามารถยกระดับทักษะทางธุรกิจของเยาวชนทั้งด้านการเงิน อาชีพ...
ดูเหมือนว่าซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) จะไม่ได้แค่ช่วยเรื่องในสนามให้กับทีม อินเตอร์ ไมอามี่ (Inter Miami) ทีมดังจากเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา แต่ยังช่วยดันราคาค่าตั๋วรับชมในตลาดรีเซลเพิ่มขึ้นจากเดิมเกิน 1,700% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ไตรมาส 2 นี้ เศรษฐกิจไทยเติบโตเหลือแค่ 1.8% แย่กว่านักวิเคราะห์คาดไว้ หลังจากตัวเลขภาคการส่งออกของไทยแย่กว่าคาด แต่ได้ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศที่ยังเติบโต ทำให้สภาพัฒน์คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจโตได้สูงสุดแค่ 3%
ธนาคารกรุงไทย ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในทุกมิติ และสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มเข้าถึงบริการทางการเงินที่ทันสมัยได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นในทุกวัน จัดทัพบริการทางการเงินร่วมงาน Thailand Smart Money สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “Growing Together for Sustainability เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”  ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2566 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สุราษฎร์ธานี เพื่อให้ลูกค้า ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าถึงบริการทางการเงินครบวงจร สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ธนาคารเสริมสภาพคล่องลูกค้าธุรกิจด้วย สินเชื่อ SME ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.5% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด...
“เอกา โกลบอล” ผู้นำเทรนด์บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร เล็งรับทรัพย์คำสั่งซื้อพุ่ง ประเมิน Q3/2566 ตลาดบรรจุภัณฑ์บรรจุอาหารขยายตัวต่อเนื่อง รับประโยชน์ตลาดเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของภาคธุรกิจส่งออกอาหาร ขณะที่เทรนด์ผู้บริโภคทั่วโลก มุ่งหน้าสู่เมกะเทรนด์ธุรกิจเพื่อความยั่งยืนและเมกะเทรนด์ “Pet Parents” เป็นแรงกระตุ้นดีมานด์บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานและอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ล้นทะลัก นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารในไตรมาสที่สามของปี 2566 คาดว่าจะยังคงได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาล หรือ ไฮซีซั่น ของธุรกิจส่งออกอาหาร ทั้งกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป อาหารแช่แข็ง ตลอดจนถึงอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-To-Eat) แต่มีประเด็นที่น่าติดตาม คือ พฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก ในประเทศที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย...
บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โชว์งบครึ่งปีแรก ไตรมาส 2 ปี 66 รายได้รวม 967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102 ล้านบาท หรือ 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 66 รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ มีจำนวน 1,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 323 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหลักทั้งทางด้านธุรกิจอาหารที่มีอัตราการเติบโตของสาขาเดิมและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดี คุณยุพาพรรณ เอกสิทธิกุล กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและบัญชี บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจของเซ็น กรุ๊ป ในไตรมาสนี้ มีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดีขึ้นจากรายได้ที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์ภายในประเทศ อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง และมีการฟื้นตัวของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค” โดยในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก มี 3 ปัจจัยหลัก ที่ส่งผลต่อการเติบโตของ เซ็น กรุ๊ป คือ ธุรกิจร้านอาหารของสาขาเดิม (SSSG) : โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารที่เติบโตขึ้น 136 ล้านบาท หรือ 23%...