“EVERYBODY’S HIGH RISE” ปรัชญาสร้างแบรนด์ “คอนโดฯ” ของ SC Asset เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่


หลังเป็นเจ้าตลาดบ้านหรูมานานหลายปี ต่อจากนี้ “SC Asset” จะเพิ่มน้ำหนักฝั่งธุรกิจ “คอนโดฯ” ให้มากขึ้น ผ่านปรัชญาการพัฒนาแบรนด์ตึกสูงให้เป็น “EVERYBODY’S HIGH RISE” จัดสมดุลพื้นที่ “ส่วนตัว-ส่วนกลาง” ให้ลงตัวสำหรับทุกคน ทุกความต้องการ ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งคอนโดฯ ของบริษัทขึ้นเป็น Top of Mind ภายในปี 2568

หากให้จินตนาการถึงแบรนด์ SC Asset โปรดักส์แรกที่จะผุดขึ้นมาในใจผู้บริโภคคือ “บ้านเดี่ยว” ขณะที่ที่อยู่อาศัยประเภท “คอนโดมิเนียม” กลับไม่อยู่ในโผที่คนจะนึกถึง แม้ว่าบริษัทจะเปิดตัวคอนโดฯ เฉลี่ยปีละ 1 โครงการมาโดยตลอด และอยู่ในตลาดมานานกว่า 20 ปี

“กนกอร หลิมกำเนิด” Chief Operating Officer – Property Development – High Rise บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนธุรกิจของบริษัทว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมคิดเป็นมูลค่าโครงการสะสม 40,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือเท่ากับการเปิดตัวเฉลี่ยปีละ 2-3 โครงการ

เห็นได้ว่าโปรดักส์กลุ่มนี้ของ SC จะเข้าสู่ตลาดมากกว่าที่เคยเป็นมา นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของบริษัทที่จะต้องสร้างแบรนด์ให้คอนโดฯ เป็นที่รู้จัก

ทีมงาน บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: (ซ้าย) “กนกอร หลิมกำเนิด” Chief Operating Officer – Property Development – High Rise และ (ขวา) “โฉมชฎา กุลดิลก” Head of Corporate Brand and Communications


“โฉมชฎา กุลดิลก” หัวหน้าสายงาน กลยุทธ์แบรนด์ และสื่อสารองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสริมว่า ลูกค้าคอนโดฯ วันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y และเริ่มมี Gen Z เข้ามา แต่ด้วยธุรกิจของ SC ที่เน้นโครงการบ้านเดี่ยวมาตลอด ทำให้ลูกค้าคนรุ่นใหม่จะมีภาพจำว่า ‘SC ไม่มีโปรดักส์สำหรับฉันหรอก’

“เราจึงต้องการเปลี่ยน โดยมีเป้าหมายผลักดันให้คอนโดฯ ของ SC ขึ้นมาติด Top of Mind ในใจผู้บริโภคให้ได้ภายในปี 2568” โฉมชฎากล่าว


“EVERYBODY’S HIGH RISE” ปรัชญาใหม่ของคอนโดฯ SC

แต้มต่อแต่ดั้งเดิมที่แบรนด์ SC มีอยู่ในตลาดคือเรื่อง “คุณภาพ” ทั้งด้านงานออกแบบที่ยึดผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง (Human Centric) และการก่อสร้างที่เน้นความคงทนถาวร รวมถึงเรื่อง “งานบริการหลังขาย” ที่พร้อมแก้ไขปัญหา ซ่อมแซม ดูแลลูกบ้านหลังส่งมอบอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมมีความซับซ้อนกว่านั้น เพราะลักษณะการอยู่อาศัยต่างจากในหมู่บ้านแนวราบ

“วิถีชีวิตในคอนโดฯ จะมีพื้นที่ผสมทั้ง ‘ส่วนตัว-ส่วนกลาง’ มากกว่าบ้านเดี่ยวซึ่งคนจะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวเป็นหลัก” โฉมชฎากล่าว “รวมถึงคนในคอนโดฯ ส่วนใหญ่มักจะมีไลฟ์สไตล์หลากหลายมาก มีความคิด ความต้องการใช้งานพื้นที่คอนโดฯ ที่ไม่เหมือนกัน”

ตัวอย่างส่วนกลางคอนโดฯ Reference สาทร-วงเวียนใหญ่ by SC Asset


กนกอรอธิบายต่อว่า จากการศึกษาของบริษัทพบว่าคนรุ่นใหม่มักจะมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตในคอนโดฯ 2 แบบ แบบแรกคือพฤติกรรมที่ต้องการอยู่ร่วมในชุมชน (community) ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม มีกิจกรรมทำร่วมกัน และแบบที่สองคือ พฤติกรรมการอยู่อาศัยอย่างสงบ เป็นส่วนตัว

ที่น่าสนใจคือ หลายคนไม่ได้มีพฤติกรรมแบบใดแบบหนึ่งตลอดเวลา แต่ต้องการอยู่อาศัยทั้งสองแบบในคนเดียว ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในแต่ละวัน



อินไซต์นี้จึงถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในการออกแบบการอยู่อาศัยให้ตอบสนองได้ทุกความต้องการ แต่นั่นคือจุดตั้งต้นให้ SC สร้างปรัชญาแบรนด์คอนโดฯ ใหม่ มี Brand DNA ใหม่เป็น ‘EVERYBODY’S HIGH RISE’ หรือเป็นอาคารสูงสำหรับทุกคน สามารถใช้พื้นที่ทั้งในแบบส่วนตัวและส่วนกลางได้อย่างสมดุล

กนกอรยกตัวอย่างการออกแบบส่วนกลางให้ตอบโจทย์ได้ทั้งสองรูปแบบพฤติกรรม เช่น “Workshop Space” สามารถจองใช้ส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชันของ SC ที่ชื่อว่า รู้ใจ (Ruejai) ขณะเดียวกัน บริษัทจะส่งเสริมการสร้าง community ในคอนโดฯ ด้วยการจัดคลาสต่างๆ ใน Workshop Space ตามความสนใจ เช่น จัดดอกไม้ ที่จะดึงดูดคนที่ชอบการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน


เรียนรู้ Insights ต่อเนื่องเพื่อสร้างพื้นที่ “ส่วนตัว-ส่วนกลาง” ที่ดีที่สุด

โฉมชฎากล่าวต่อว่า การออกแบบส่วนกลางคอนโดฯ ในแต่ละทำเลของ SC ไม่ได้สร้างมาในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่จะมีการวิจัย เก็บข้อมูลในพื้นที่ เพื่อหาอินไซต์ว่าคนในทำเลนั้นๆ มีพฤติกรรมอย่างไร

“การทำ community ของเรา เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนแถวนี้ชอบเก็บตัวหรือชอบมาสังสรรค์กัน แล้วเขาชอบกิจกรรมแบบไหน เช่น ชอบสัตว์เลี้ยง ชอบอ่านหนังสือ ชอบกีฬา การเก็บข้อมูลพวกนี้จะทำให้เราพัฒนาโครงการต่อไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ” โฉมชฎากล่าว

โดย SC มีการลงทุนบุคลากรด้านเทคโนโลยีสูงขึ้นมากในระยะหลัง ส่วนหนึ่งเพื่อทำการวิจัยดาต้าความต้องการของลูกค้าซึ่งผลลัพธ์จะสะท้อนให้เห็นในโปรดักส์ต่อจากนี้อย่างชัดเจน

กนกอรกล่าวว่า ปี 2566 นี้ SC จะเปิดโครงการแนวสูงใหม่ทั้งหมด 3 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแบรนด์ใหม่ “COBE” 2 ทำเล ที่รัชดา-พระราม 9 และ เกษตร-ศรีปทุม ส่วนอีกโครงการหนึ่งเป็นคอนโดฯ ระดับอัลตราลักชัวรีที่บริหารโดย SCOPE

เชื่อว่าตั้งแต่นี้ไป การสื่อสารแบรนด์คอนโดฯ ของ SC จะช่วยให้เกิดภาพลักษณ์ใหม่ เป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา แต่ยังมีจิตวิญญาณความจริงใจและใส่ใจในแบบฉบับของ SC อยู่เต็มเปี่ยม!

สำหรับผู้ที่สนใจปรัชญา EVERYBODY’S HIGH RISE จาก SC Asset สามารถติดตามชมเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ https://m.scasset.com/EI_W พร้อมดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการคอนโดมิเนียมของ SC Asset ได้ที่ https://m.scasset.com/EJuy หรือทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ SC Asset หรือโทร.1749