กระแสตลาดชาในไทยร้อนระอุขึ้นอีกระลอก เมื่อแบรนด์ชาจีนบุกหนัก ล่าสุด มีกระแส HEYTEA ร้านชาชื่อดังจากจีน ที่มีเมนูฮิต อาทิ ชาชีส ชาองุ่น ‘อาจกลับมา’ เปิดสาขาในไทยที่กรุงเทพฯ
จากการเปิดรับสมัครตำแหน่ง ผู้จัดการร้าน/ผู้จัดการสาขา (Store Manager) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านทาง LinkedIn หน้าที่หลัก อาทิ
- บริหารจัดการร้านประจำวัน
- อบรมและพัฒนาพนักงาน
- บริการลูกค้า แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
- การจัดการสินค้าคงคลังและสต็อก
- สรุปผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ทางการเงิน
- ร่วมกับทีมการตลาด ส่งเสริมการขายและกิจกรรมเฉพาะร้านค้าที่ดึงดูดลูกค้า
หลังจากก่อนหน้านี้ HEYTEA ชิมลางตลาดชาในประเทศไทย โดยส่งสินค้า “ชาผลไม้แบบขวด” เปิดขายร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น ได้รับผลตอบรับดีจากผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ประมาณปี 2561 HEYTEA เคยเปิดสาขาในไทย (เริ่มจดทะเบียนในไทยปี 2560) ในชื่อ Heekcaa จำนวน 2 แห่ง ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ และเมกา บางนา จากการซื้อแฟรนส์ไชส์มา แต่ประสบผลขาดทุน ดังนี้
- ปี 2561 รายได้ 15 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 3.4 ล้านบาท
- ปี 2562 รายได้ 16.7 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2.92 ล้านบาท
โดยปัจจัยที่ Heekcaa ไม่ประสบความสำเร็จในไทย อาจเกิดจากเครื่องดื่มประเภทนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในไทยนัก ก่อนจะปิดกิจการในปี 2563 (จดทะเบียนร้างธุรกิจในปี 2565)

สำหรับแบรนด์ HEYTEA เปิดตัวครั้งแรกที่จีนในปี 2555 มีชื่อเดิมว่า Royal Tea ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น HEYTEA ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา
โดย HEYTEA เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ในเมืองเจียงเหมิน (Jiangmen) แต่โด่งดังด้วยการเป็นร้านชาจีนสไตล์ใหม่ ผ่านจุดเด่น cheese tea ทำให้มีคนต่อคิวยาวในจีน และเริ่มรีวิวจนเป็นไวรัลในโซเชียลทั้งใน Xiaohongshu และ Instagram
จากนั้นจึงขยายไปสู่เมืองใหญ่อื่น ๆ ในจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เสินเจิ้น และขยายสาขาไปยังต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อเมริกา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ จนปัจจุบันมีสาขารวม 4,000 สาขา (ส่วนใหญ่เป็นสาขาในจีน)

