Creative Economy น่าสนใจแค่ไหน? ทำไมถึงเป็น New S Curve ทางเศรษฐกิจ

ด้วยความท้าทายจากหลายปัจจัย อาทิ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ ฯลฯ ทำให้ GDP ของประเทศมีการเติบโตในอัตราถดถอย จึงเกิดคำถามว่า จากนี้ประเทศไทยจะมีทิศทางเติบโตอย่างไร? และ Creative Economy หรือ ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ เป็นหนึ่งใน New S Curve ที่หลายคนมองว่า คือ ‘คำตอบ’ สำหรับสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคใหม่

 

แล้ว Creative Economy มีความน่าสนใจอย่างไร?

 

‘สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ (CEA) ได้ให้ข้อมูลเพื่อฉายให้เห็นภาพในเรื่องนี้ว่า Creative Economy เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมที่ทางธนาคารโลกวางให้เป็น ‘อุตสาหกรรมแห่งอนาคต’ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและการผลิตสีเขียว, อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล, อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยั่งยืนและสุขภาพ

 

นอกจากนี้ Creative Economy ยังมีการเติบโตของมูลค่าเพิ่ม (GVA: Gross Value Added) อยู่ในขาขึ้น สวนทางกับ GDP ที่อยู่ในขาลง

 

สำหรับภาพรวมของ Creative Economy

 

ระดับโลก : มีมูลค่ารวม 71.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 3.1% ของ GDP โลก, มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์อยู่ที่ 65.6 ล้านล้านบาท, สร้างการจ้างงาน 50 ล้านตำแหน่งทั่วโลก คิดเป็น 6.2%ของแรงงานทั้งหมด

 

ในไทย : Creative Economy มี GVA 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.01% ของ GDP ประเทศ,มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์  3.91 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.1% ของมูลค่าการส่งออก, มีกลุ่มแรงงานสร้างสรรค์ 989,330 ล้านคน

 

ส่วนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้ไทยมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 แฟชั่น          236,274 ล้านบาท

อันดับ 2 โฆษณา        214,972 ล้านบาท

อันดับ 3 ดีไซน์           87,312 ล้านบาท

 

ตั้งเป้าดันไทยสู่ Creative Nation

 

CEA ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและขับเคลื่อนให้ Creative Economy เกิดขึ้นจริง ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่ Creative Nation เพื่อสร้างความได้เปรียบ และกลายเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ทดแทนภาพของเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการแข่งขันด้วยแรงงาน ‘ราคาถูก’ หรือ ‘ปริมาณการผลิต’

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ประสบผลสำเร็จ จะต้องคำนึงถึง 6 เทรนด์ที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ประกอบด้วย

 

Tech & AI Acceleration – พลิกโฉมการสร้างสรรค์ด้วย AI

Platform Power – โอกาสไร้พรมแดนบนแพลตฟอร์ม

Creator Economy – เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยที่มูลค่าสูงถึง 4.5 หมื่นล้านบาท

Regional Rising – พลังท้องถิ่นพุ่งแซงเมืองหลวง

New Consumerism – ตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้บริโภคยุคใหม่

High-Value IP – เพิ่มมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP)

 

โดยกลยุทธ์ของ CEA ในปี 2569 จะดำเนินผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

1.พัฒนาคนด้วย AI และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การยกระดับสู่ New TCDC ไปทุกภูมิภาค และติดอาวุธทักษะ AI ให้คนทำงาน

2.ยกระดับเมืองสู่เวทีโลก เช่น การสร้าง City Branding เพื่อให้เมืองมีจุดขายที่ชัดเจน

3.เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นทรัพย์สิน ที่บ่มเพาะผลงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ

4.ขยายธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม เช่น การจัดงาน Bangkok International Content Market (BICM) ภายใต้งาน Thailand International Content IP Expo (TICIP) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อให้ขายงานได้จริง

 

เป้าหมาย เพื่อสร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีก 300,000 ราย, สร้างผลงาน New IP ใหม่มากกว่า 350 รายการเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์, ผลักดันรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% และผลักดัน GVA ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต 5%

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ได้อยู่ที่การ ‘กำหนดนโยบาย’ ทว่าคือ การสร้าง Ecosystem ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ในอนาคต