แสนสิริ กางแผนปี 69 ปั้น 33 โครงการ 5.1 หมื่นล้านบาท ตั้งไพรเวทฟันด์ แตกไลน์ธุรกิจใหม่

อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แสนสิริ (SIRI) กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ แต่แสนสิริยังคงเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง

สปีด 33 โครงการใหม่ 5.1 หมื่นล้านบาท กระจายพอร์ตกลุ่ม Medium มากขึ้น

เบื้องต้น ปี 2569 จะเปิดตัวโครงการใหม่ 33 โครงการ เพิ่มขึ้น 37.5% (YoY) คิดเป็นมูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ลดลง 1.92% (YoY) แบ่งออกเป็น

  • คอนโดมิเนียม 16 โครงการ 26,000 ล้านบาท
  • บ้าน 17 โครงการ 25,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะเป็นโครงการใน กทม. และปริมณฑล 85% และต่างจังหวัด อาทิ ภูเก็ต ชลบุรี และหัวหิน 15%

จำนวนโครงการมากขึ้น แต่มูลค่าลดลงสะท้อนว่า ปีนี้แสนสิริกระจายพอร์ตมาสู่กลุ่มราคาต่ำลง ดังนี้

  • Medium เพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 41% (ปีก่อน 36%)
  • Affortdable เพิ่มเป็น 20% (ปีก่อน 15%) มากขึ้น
  • Premium ลดลงเหลือ 39% (ปีก่อน 49%)

“แสนสิริปีนี้ รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium) ในสัดส่วนที่สูงถึง 80% โดยจะเลือกเปิดในทำเลที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของผู้บริโภคมากที่สุด”

ควบคู่กับ การบริหารจัดการสต็อก เพื่อรักษาสภาพคล่อง อาทิ คอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอนฯ คงสต๊อกที่ 3,000 ยูนิต ส่วนบ้านมีสต๊อกเพียง 800 ยูนิต ลดลงจากปีก่อนที่มีจำนวน 1,000 ยูนิต

อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แสนสิริ (SIRI)

แบคลอคแน่น 2 หมื่นล้าน กว่าครึ่งแปลงเป็นรายได้ปีนี้

ด้านการวางเป้าพรีเซล ตั้งไว้ที่ 48,000 ล้านบาท ลดลง 5.9% (YoY) แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ตั้งเป้าอยู่ที่ 39,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% (YoY)

“ปัจจุบันเรามีแบคลอคในมือ 20,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 11,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2569 คิดเป็นสัดส่วน 30% ของเป้าโอนกรรมสิทธิ์ จึงประเมินว่าจะทำตามเป้าหมายได้ไม่ยาก“

กลยุทธ์ปี 69 เน้น JV จ่อตั้งไพรเวทฟันด์ 1,000 ล้านบาท ลงทุนธุรกิจใหม่

ขณะที่ กลยุทธ์หลักในปี 2569 ยังคงมุ่งเน้นการขยายการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง

โดยปีนี้มีแผนลงทุน 19 โครงการ มูลค่า 51,800 ล้านบาท กับ BTS, TOKYU, XSPRING และ MISUI FUDOSAN เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวนโครงการ JV 16 โครงการ มูลค่า 40,600 ล้านบาท

“ตอนนี้เราเดินหน้าหาพันธมิตรหน้าใหม่ และอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทไทยนอกตลาดหลักทรัพย์รายหนึ่งเพื่อร่วมทุนกัน”

โครงการบ้านแสนสิริ ในภูเก็ต

นอกจากนี้ แสนสิริ ยังเตรียมตั้ง ไพรเวทฟันด์ มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ มีความเป็นไปได้หลายทาง อาทิ โรงแรม อะพาร์ตเมนต์

“ปกติเราทำกำไรปีหนึ่งประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยประมาณ 2,000 ล้านบาท จะใช้ปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ส่วนจำนวนที่เหลือ เราจะแบ่งงบประมาณ 1,000 ล้านบาทสำหรับกองทุนดังกล่าวเพื่อขยายธุรกิจใหม่ ๆ นั่นเอง”

ทั้งนี้ เป้าหมายระยะยาวของแสนสิริ คือ การเพิ่มรายได้จากกลุ่มธุรกิจนอกอสังหาริมทรัพย์ หรือ Non-Residences ให้มีสัดส่วน 25% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 15% (ณ สิ้นปี 2568)

สำหรับ แสนสิริ ในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2568 ทำรายได้ 23,670 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,029 ล้ายบาท โดยมียอดพรีเซล 51,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (YoY) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 36,700 ล้านบาท ลดลง 16% (YoY)