ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว!
อ้างอิง REIC พบว่า ช่วง 11 เดือนแรก ปี 2568 หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน กทม. – ปริมณฑล ลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แบ่งเป็น
- กลุ่มบ้าน ลดลง 13%
- กลุ่มคอนโดมิเนียม ลดลง 21%
ปี 69 อสังหารับแรงกดดันเศรษฐกิจ
นพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 ตลาดอสังหาฯ เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตราต่ำราว 1.5%
ปัจจัยหลักมาจาก
- ส่งออกชะลอตัว
- กำลังซื้อเปราะบางจากหนี้ครัวเรือนสูง
- ความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงิน เพื่อสกัด NPL ส่งผลให้เกิดรีเจ็กต์ เรต (เฉพาะของแลนด์แอนด์เฮ้าส์) 30%

แผนปี 69 เปิดตัว 2 โครงการ ต่ำสุดตั้งแต่หลังยุคต้มยำกุ้ง
จากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว รวมถึงซัพพลายในตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เริ่มลดการลงทุน และการเปิดตัวโครงการใหม่ลง
- ปี 2568 เปิดตัว 3 โครงการ มูลค่า 8,960 ล้านบาท ลดลง 70% (YoY)
- ปี 2569 มีแผนเปิดตัว 2 โครงการ มูลค่า 3,660 ล้านบาท ลดลง 59% (YoY) แบ่งเป็น
1.Nantawan Prestige ราชพฤกษ์ – พรานนก บ้านเดี่ยวระดับ 60 – 100 ล้านบาท มูลค่ารวม 2,220 ล้านบาท มีแผนเปิดตัวไตรมาส 1 ปี 2569 (โครงการเลื่อนเปิดมาจากปีก่อน)
2.Chaiyapruek 3 รามอินทรา-วงแหวน บ้านเดี่ยวระดับราคา 10 – 13 ล้านบาท มูลค่ารวม 1,440 ล้านบาท มีกำหนดการเปิดตัวไตรมาส 4 ปี 2569
“ปีนี้เปิดตัวต่ำสุดตั้งแต่ยุคหลังต้มยำกุ้งเป็นต้นมา ซึ่งตอนนั้นเปิดตัว 0 โครงการ”
กลยุทธ์นับจากนี้ โฟกัสจะเลือกเปิดโครงการมากขึ้นไม่ได้เปิดจำนวนมาก แต่เลือกโครงการและทำเลที่ใช่ เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีสต๊อกที่อยู่อาศัย 69 โครงการ มูลค่าราว 80,000 ล้านบาท
“ปี 2569 ตั้งเป้ายอดขาย 15,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจสร้างรายได้ประจำอย่างโรงแรมและอะพาร์ตเมนต์ให้เช่า อยู่ที่ 9,900 ล้านบาท“
อสังหาปีนี้ ยากกว่าช่วงต้มยำกุ้ง
นพร กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ ปี 2569 มีความ “ยาก” และ “ท้าทาย” กว่าช่วงวิกฤตการณ์การเงินต้มยำกุ้ง ด้วยรอบนี้ผู้บริโภคกลุ่มกลาง-ล่าง ซึมมาตลอด ประกอบกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังไม่แข็งแรงมากนัก ทำให้กำลังซื้ออ่อนแอ
ต่างจากช่วงต้มยำกุ้ง ปี 2540 ตอนนั้นกระทบเฉพาะภาคธุรกิจ ส่วนกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-ล่างยังคงแข็งแรง ใส่เงินกระตุ้นก็ช่วยได้
หันโฟกัสโรงแรม-ขายบางธุรกิจเข้ากองทรัสต์
ด้านงบลงทุนปี 2569 วางไว้ที่ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น
- งบซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท
- งบพัฒนาโรงแรมต่อเนื่อง 2,500 ล้านบาท
ปีนี้ บริษัทฯ ให้น้ำหนักกับโรงแรมมากขึ้น โดยเตรียมเปิดตัว 2 โรงแรมใหม่ คือ
1.Grand Centre Point Voyage ที่พัทยา จำนวน 494 ห้อง มูลค่ารวม 4,300 ล้านบาท เปิดไตรมาส 4 ปี 2569
2.Grand Centre Point Chinatown พัทยา มูลค่า 3,600 ล้านบาท เปิดไตรมาส 2 ปี 2571
”ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงแรมในเครือ 11 แห่ง จำนวน 5,000 ห้อง มีอัตราการเข้าพัก (OCC Rate) มากกว่า 80% และจะเลือกทำโรงแรมให้ตรงเซกเมนต์มากขึ้น เช่น แฟมิลี่โฮเทล ที่ประสบความสำเร็จอย่าง แกรนด์เซนเตอร์พอยต์สเปซพัทยา เป็นต้น”
นอกจากนี้ เตรียมขายโรงแรมในไทย 1 แห่ง และอะพาร์ตเมนต์ให้เช่าในอเมริกา 2 แห่ง เข้ากองทรัสต์เพิ่มเติมอีกด้วย รวมถึงเตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ทดแทนชุดเก่า มูลค่า 15,000 ล้านบาท
“ถ้าเป็นไปตามแผนทั้งแง่รายได้ และการขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป ทำให้สามารถลดหนี้สินต่อทุน (DE) เหลือประมาณ 1 เท่า”


