Tops เผยผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปตรุษจีนยุคใหม่ พบ 5 เทรนด์สำคัญ เน้นคุณภาพมากกว่าราคา วางแผนการใช้จ่าย และลดขยะอาหาร ขณะที่ตลาดโมเดิร์นเทรดคาดเติบโต 3.7% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ตลาดตรุษจีนทะลุ 5 หมื่นล้านบาท คาดโต 5-10%
แม้ว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจะไม่ได้ดีนัก ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่าย แต่ จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มองว่า ช่วง เทศกาลตรุษจีน ปี 2026 ตลาดมีโอกาสเติบโตได้ถึง 5-10% มีมูลค่าเงินสะพัดทะลุ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากไม่ใช่แค่เป็นวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกของคนไทยเชื้อสายจีน แต่ยังเป็นเรื่องของ ความเชื่อและความหวัง ในการไหว้ขอพร
“ตรุษจีนปีก่อนเงินสะพัด 51,781 ล้านบาท เติบโต 4.5-4.6% ดังนั้น ปีนี้ด้วยโมเมนตัมของเทศกาลที่มีเพียงปีละครั้ง กำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ การจับจ่ายช่วงตุรษจีนยังเติบโต”

ผู้หญิง Gen X-Y ผู้กุมบังเหียนการจับจ่าย
จากผลสำรวจพบว่า การจับจ่ายที่มากที่สุดในช่วงตรุษจีนเป็น Gen X (48%) และ Gen Y (30%) และเป็น ผู้หญิง (75%) ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับ กลางถึงบน อาศัยในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล (80%) โดย 96% เป็นการซื้อผ่านช่องทาง Offline เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อเป็นของสด ทำให้ผู้บริโภคต้องการเห็นและเลือกด้วยตนเอง
44% ให้ความสำคัญกับการไหว้แบบเคร่งครัด โดยต้องทำความสะอาดบ้านก่อน เตรียมเสื้อผ้าใหม่ เลือกซื้อสินค้าไหว้ให้ถูกต้องตามประเพณี จัดวางโต๊ะไหว้ให้ถูกทิศ และพูดแต่สิ่งดี ๆ เป็นมงคลเท่านั้น
มองตรุษจีน = ลงทุน
84% ยืนยันว่าต้องซื้อผลไม้และเลือกผลไม้ที่เป็นมงคล ขณะที่ 55% ยังคงซื้อแม้ไม่มีโปรโมชั่น เพราะมองว่าตรุษจีนมีปีละครั้ง เป็นการ “ลงทุน” ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั่วไป โดยปัจจัยตัดสินใจซื้อ คือ
- ความสด (Freshness)
- คุณภาพ (Quality)
- ราคา (Price)
วางแผนสั่งล่วงหน้าเพื่อการันตีได้ของครบ
แม้ราคาจะไม่ใช่ส่วนที่ใช้ในการตัดสินใจเป็นอันดับแรก ๆ แต่ 40% มีการวางแผนล่วงหน้า โดย 57% กลัวเรื่องราคาสินค้าที่อาจปรับขึ้น ดังนั้น การวางแผนช่วยให้ควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น ได้สินค้าครบถ้วน หลีกเลี่ยงความเครียดในนาทีสุดท้าย และใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่น Pre-order โดย งบประมาณเฉลี่ยต่อครั้งการไหว้อยู่ที่ 2,500-3,000 บาท
นอกจากนี้ 63% ของลูกค้าเริ่มซื้อให้พอดีกับการบริโภค ซื้อให้เหมาะกับขนาดครอบครัว และบริหารจัดการให้ไม่เกิด Food Waste โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ที่มีจิตสำนึกเรื่องความยั่งยืนสูง สุดท้าย 67% มองว่าโมเดิร์นเทรดเป็น Destination สำคัญ เพราะ มาที่เดียวครบ จบทุกอย่าง ตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่มีเวลามาก ไม่ต้องไปหลายที่ และประหยัดเวลา
วิเคราะห์พฤติกรรม 3 วันทองตรุษจีน
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ “วันจ่าย” เป็นวันพีคที่สุด ยอดขายเติบโต 188% เมื่อเทียบกับวันธรรมดา และ Basket Size เพิ่มขึ้น 64% วันที่ 16 กุมภาพันธ์ “วันไหว้” ผู้บริโภคซื้ออาหารสดในนาทีสุดท้ายเพื่อความสดใหม่ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ “วันตรุษจีน/วันเที่ยว” รับประทานอาหารนอกบ้านและพาครอบครัวไปเที่ยว
โดยการกระจายงบประมาณช่วงตรุษจีน พบว่า อาหารและเครื่องดื่ม 52% เป็นหมวดใหญ่สุด ทั้งรับประทานนอกบ้านและซื้อวัตถุดิบมาทำกินเอง ตามด้วยซองอั่งเปา 29% สำหรับแจกให้ลูกหลานและคนในครอบครัว และ อื่น ๆ 19% ได้แก่ของตกแต่ง ของประดับ และเสื้อผ้าใหม่
สำหรับกลุ่มสินค้ายอดนิยม Top 3 คือ
- Cleaning Products (ซื้อล่วงหน้า)
- Fresh Food (ซื้อใกล้วันเทศกาล)
- Cooking Ingredients
แก้ 4 Pain Points ลูกค้า ดันยอดโต 20%
จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมี 4 ความกังวลหลัก ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนากลยุทธ์ ได้แก่
- ความกลัวทำผิดประเพณี – ไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไร ต้องตั้งโต๊ะหันทิศไหน วางอะไรตรงไหน
- ความยุ่งยาก – ต้องซื้อของหลายที่ สิ้นเปลืองเวลาและพลังงาน
- ความกังวลเรื่องงบประมาณ – ผลจากสภาพเศรษฐกิจปี 2025 ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมการใช้จ่ายได้หรือไม่
- ข้อจำกัดด้านเวลา – คนทำงานไม่มีเวลามาก ต้องการความสะดวก รวดเร็ว จบในที่เดียว
สำหรับตรุษจีนปีที่ผ่านมา Tops มียอดขายเติบโต 2 หลัก โดยปีนี้ Tops ตั้งเป้าเติบโตที่ 20% โดยจะใช้กลยุทธ์ A.C.E. ประกอบด้วย
A = Assortment (สินค้าครบ ถูกต้อง มีคุณภาพ) โดย อาจารย์ช้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และฮวงจุ้ย ช่วยคัดเลือกสินค้าที่เป็นมงคล มีครบทุกหมวด ตั้งแต่ Cleaning Products, Fresh Food, Cooking Ingredients, Decorative Items ไปจนถึงซองอั่งเปา จัดเซตสำเร็จรูป ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ Product Labeling ตามความหมายมงคล เช่น Wealth (ส้มโชคใหญ่), Health (ปลาสด), Love (เชอร์รี่แดง), Prosperity (หัวหมูครบชุด) นอกจากนี้ ยังเพิ่มสินค้ามงคลใหม่ ๆ เช่น กุ้งล็อบสเตอร์, ไข่ปลาคาเวียร์
C = Connect & Customer Empowerment นำ AI มาผสานกับ Data Ecosystem เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคล เช่น ฟีเจอร์ AI Recommendation สำหรับสินค้าไหว้ คำแนะนำตามดวงชะตา/ปีเกิด และการจัดวางโต๊ะไหว้ที่ถูกต้อง
E = Experience (ประสบการณ์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง) ครอบคลุมทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่ก่อนซื้อ (ให้ความรู้ Planning Tools) ระหว่างซื้อ (จัดวางชัดเจน บริการให้คำปรึกษา) หลังซื้อ (คู่มือการจัดวาง Tips & Tricks)
“AI ช่วยให้เรารู้ว่าใครเป็นลูกค้าเรา และเราควรจะขายอะไรให้เขา ทำให้เราใช้งบการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการแข่งขันในทุกวันนี้ ชนะกันที่รู้และโดนใจลูกค้า หมดยุคแมส ต้องเพอเซอนอลไรซ์ เพราะถ้าไม่ส่งข้อเสนอที่รู้ใจ เขาก็จะไม่สนใจแอปฯ เราเลย”
เศรษฐกิจฟื้นตัว-ตลาดค้าปลีกเติบโต 3.7%
แม้ปี 2025 อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเผชิญกับสิ่งที่ผู้บริหาร Tops เรียกว่า “Perfect Storm” จากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามระหว่างประเทศ ความขัดแย้งภายในประเทศ ภัยพิบัติธรรมชาติ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังและชะลอการจับจ่ายใช้สอย
แต่สำหรับปี 2026 ที่เป็นปีม้าไฟ คาดว่าจะเป็น “Perfect Year” เพราะคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าปีที่ผ่านมา โดยตลาดค้าปลีกคาดการณ์เติบโต 3.7% ตามการคาดการณ์ของ SCB EIC (บริษัทวิจัยตลาด) ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจาก 3 เสาหลัก ได้แก่ สินค้าจำเป็น ที่ผู้บริโภคยังต้องซื้ออย่างต่อเนื่องแม้จะระมัดระวังการใช้จ่าย E-commerce ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและแข่งขันสูง และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ปรับตัวสู่รูปแบบใหม่







