-
Beer People Festival เปลี่ยนชื่อเป็น People Festival 2026 ก้าวข้ามจากแค่ขวดเบียร์ สู่พื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนตัวเล็กทุกแขนงทั้งสุรา เบียร์ กาแฟ
-
ปีนี้จัดงานใหญ่วันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ที่ช่างชุ่ย ตั้งเป้าทราฟฟิกทะลุ 50,000 คน เงินสะพัด 50 ล้านบาท
-
ปัจจุบันตลาดสุราชุมชนมีสัดส่วนราว 1-2% จากตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 400,000 ล้านบาท หากกฎหมายเปิดกว้าง ทำให้ชุมชนมีสินค้าพื้นบ้าน ประชาชนมีทางเลือก เป็น Soft Power ของประเทศไทยได้
-
มองเป้าหมายเป็น Oktoberfest แบบประเทศเยอรมนี เป็น Destination ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก
People Festival 2026 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในการจัดงานเหล้าเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปีนี้เป็นปีแรกที่ Beer People Festival รีแบรนด์สู่ People Festival โดยตัดคำว่าเบียร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของงานออก เพื่อทลายกรอบบางอย่าง
Positioning มีโอกาสพูดคุยกับพาร์ทเนอร์ผู้จัดงานทั้ง 3 ราย เบนซ์ – ธนากร ท้วมเสงี่ยม ผู้ก่อตั้งประชาชนเบียร์, ไอซ์ – วรุตม์ วิมลคุณารักษ์ ผู้ก่อตั้ง และครีเอทีฟ STUDIO11206 และเลียว – โอมา ส่งวัฒนา Managing Director ช่างชุ่ย Creative Park ผู้ที่มีความเชื่อว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือ “วัฒนธรรมแห่งความสุข” ที่สามารถเป็น Soft Power ของไทยได้เหมือน Oktoberfest ของเยอรมนี หากกฎหมายเปิดกว้างขึ้น อุตสาหกรรมสุราพื้นบ้านนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตจากสัดส่วน 2% ไปสู่ 10% ของมูลค่าตลาดรวมได้ไม่ยาก
“งานนี้ไม่ได้มาเพื่อเมาแล้วเละเทะ แต่มาเพื่อมอบพลังให้คนธรรมดาที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในเวอร์ชั่นที่สร้างสรรค์ที่สุด”
ย้อนรอย Beer People Festival
Beer People Festival ขึ้นชื่อว่าเป็นงานเทศกาลเหล้าเบียร์ที่ใหญ่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งโดย 3 พาร์ทเนอร์ ประชาชนเบียร์, STUDIO11206 และชางชุ่ย
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ได้ถือกำเนิดกลุ่ม “ประชาชนเบียร์” การรวมตัวกันของกลุ่มประชาชนคนตัวเล็กๆ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยเหล้าเบียร์ กลุ่มนี้เป็นคอมมูนิตี้ที่รวบรวมทั้งคนดื่ม คนต้ม คนขายเหล้าเบียร์ หรือ อีโคซิสเท็มของแอลกอฮอล์ไว้ด้วยกัน เพราะเขามีความเชื่อว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ถ้ากฎหมายเอื้อคนตัวเล็กๆ มากพอ จากนั้นในปี 2563 ได้มีงานรวมตัวกันของประชาชนเบียร์เป็นครั้งแรก งานที่ให้คนดื่ม คนต้ม คนขายรวมตัวกัน
เบนซ์ ธนากร ผู้ก่อตั้งประชาชนเบียร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการจัดงานเบียร์ครั้งแรกเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สมัยที่เริ่มร่างพรบ.สุราก้าวหน้า ตอนนั้นเริ่มคุยกับนักการเมืองแล้วจัดกิจกรรมครั้งแรก เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงกฎหมายนี้ อยากสร้างพื้นที่ที่เป็นอนาคต เมื่อกฎหมายร่างนี้ผ่าน แล้วเราอยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น จึงจัดงานแรกว่าประชาชนเบียร์ มีคนเข้าร่วมประมาณ 500 คน แล้วขยับมาเป็น Beer Day แล้วเป็น Beer People Festival ในปี 2565
เบนซ์เสริมอีกว่า ในช่วงแรกเป็นการจัดกิจกรรมคนเดียว ดีลสถานที่เอง แล้วมีอุปสรรคเยอะ ทั้งเรื่องโดนเท เริ่มคิดว่าต้องหาคนคิดกิจกรรมให้งานสนุก มีคนแนะนำให้รู้จักไอซ์ STUDIO11206 ซึ่งไอซ์รู้จักกับเลียวช่างชุ่ยอยู่แล้ว ทุกอย่างเลยลงล็อกเป็น 3 พาร์ทเนอร์ที่ร่วมจัดงานอย่างลงตัว
Beer People Festival เริ่มจัดครั้งแรกที่ช่างชุ่ยในปี 2567 ในตอนนั้นจัด 2 วัน มีคนเข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน แล้วในปี 2568 มีคนเข้าร่วม 37,000 คน ปีนี้ตั้งเป้าผู้เข้าร่มงาน 50,000 คน
เลียว โอมา Managing Director ช่างชุ่ย Creative Park เล่าว่า “ช่างชุ่ยเปิดมา 9 ปี ตั้งแต่วันแรกอุดมการณ์ของเราไม่เคยเปลี่ยน อยากเป็นพื้นที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม เรามีการปรับอยู่อย่างต่อเนื่องอยากทำให้ทุกมิติดีขึ้น ปีนี้มีการเปลี่ยน Landscape ครั้งใหญ่ มีการทุบอาคารในโครงการทิ้ง เพื่อเชื่อมพื้นที่ตรงกลางเข้าด้วยกันเป็นลานสุขใจ เพื่อให้ผู้คนในงานเพิ่มขึ้น เดินได้ไม่แออัด มีที่จอดรถเพิ่มขึ้น 100 คัน สิ่งอำนวนความสะดวกมากขึ้น”
ก้าวข้ามแก้ว “เบียร์” สู่พื้นที่ของ “คนตัวเล็ก”
ถึงแม้ว่าชื่อเดิมจะเป็น Beer People Festival แต่เนื้อในไม่ได้มีแต่เบียร์เสียทีเดียว ยังประกอบไปด้วยเบียร์, สุรา, ไวน์, สาเก, วิสกี้, สาโท, ว้อดก้า, จิน, กาแฟ และกัญชา (แต่เดิมถูกกฎหมาย ปีนี้ไม่มีแล้ว) แต่พระเอกหลักของงานถูกขับเคลื่อนด้วยคราฟต์เบียร์ไทย และสุราพื้นบ้าน
แต่ปีนี้ได้ปิดตำนาน Beer People Festival ด้วยการรีแบรนด์เหลือเพียงแค่ People Festival ตัดสินใจตัดคำว่าเบียร์ เพื่อโอบรับคำว่า People (ประชาชน) เพราะ DNA ของงานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องดื่ม แต่คือเรื่องของโอกาส และการสนับสนุนความฝัน ของคนตัวเล็กๆ ในสังคม
เบนซ์ ธนากร เล่าถึงการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ว่า “การเปลี่ยนชื่อเป็น People Festival คือการหวนกลับไปหาจุดเริ่มต้นของเราคือประชาชน เทศกาลของเราไม่ได้มีแค่เบียร์ แต่เป็นพื้นที่ของคนมี passion ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไวน์ เหล้าขาว เหล้าสี กาแฟ ไปจนถึงอาหารโฮมเมด ที่นี่คือจุดนัดพบของคนที่รักในสิ่งที่ตัวเองทำ จากวันที่เรามีคนร่วมงานหลักพันจน 40,000 คนในปีที่ผ่านมา เรามองเห็นโจทย์ที่ใหญ่กว่าคือ การส่งต่อโอกาสให้มากที่สุด เราเห็นพาร์ทเนอร์อีกหลายวงการที่อยากมาร่วมงาน แต่กำแพงชื่อเดิมทำให้เขาเข้าไม่ถึง เราจึงตัดคำว่าเบียร์ออก เพื่อเปิดประตูต้อนรับทุกความคราฟต์ให้เติบโตไปพร้อมกันในฐานะ People Festival”
ไอซ์ วรุตม์ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟ STUDIO11206 ได้ถ่ายทอดถึงเบื้องหลังงานดีไซน์และออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่แฝงด้วยนัยสำคัญไว้อย่างน่าสนใจ
“ย้อนกลับไปในปี 2566 เราเคยเขียนประโยคหนึ่งว่า “It’s not just Beer, it’s the People”’ เพราะดีเอ็นเอของเรามาจาก ประชาชนเบียร์ คำว่าประชาชนมันทรงพลังมาก เพราะนั่นคือเสียงที่ใหญ่ที่สุดในสังคม โจทย์ของเราในปีนี้จึงเลือกที่จะสื่อสารเรื่องการกดทับผ่านแถบเซนเซอร์สีดำคาดทับคำว่า BEER เพื่อเสียดสีข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่มันกลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่จะนำพาเราก้าวข้ามชื่อเดิมไปสู่เสรีภาพในนาม People Festival ขณะเดียวกันเราก็ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายค้านภาคประชาชน ที่พยายามทำลายกำแพงกฎหมายที่กีดขวาง เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กๆ ได้แจ้งเกิดและเติบโตสู่ความเป็นมืออาชีพ เราจึงสร้าง Ecosystem ขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า หากเปลี่ยนข้อจำกัดเป็น โอกาส เราจะสร้างทั้งงาน วัฒนธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เราจะเห็นศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยที่กฎหมายอาจยังก้าวไปไม่ถึง”
ปีนี้จะมีสัดส่วนร้านค้าแบ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 60% และร้านอาหารทั่วไป 40% โดยที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีกว่า 400 ร้านค้า หรือกว่า 1,000 รสชาติ แบ่งเป็น เบียร์ 60% เหล้า 30% และ 10% ไวน์ สาเก วิสกี้ และอื่นๆ
เรียกได้ว่าทั้งสายดื่ม และไม่ดื่ม ก็สามารถมาแฮงก์เอาต์ ดื่มด่ำ ล้อมวงเสวนากาแฟ พร้อมกับความรู้ภายในงานได้
สุราชุมชน เม็ดเงินแค่ 2%
แม้พรบ.สุราก้าวหน้า หรือกฎหมายปลดล็อกสุราชุมชนฉบับล่าสุด ที่ผ่านสภามาแล้วเมื่อเดือนม.ค. 2568 มุ่งเน้นแก้ไขกฎหมายสรรพสามิตมาตรา153 เพื่อยกเลิกเงื่อนไขการผลิตขั้นต่ำ เช่น โรงเบียร์ต้องผลิตขั้นต่ำ 10 ล้านลิตร/ปี หรือต้องมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ทำให้รายย่อยคราฟต์เบียร์ หรือสุราชุมชนผลิตได้จริง ลดการผูกขาด เพิ่มการแข่งขัน และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น
แต่ข้อจำกัดบางอย่างก็ยังไม่ได้เอื้อให้รายย่อยลืมตาอ้าปากได้เท่าไหร่นัก พบว่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยปีละ 400,000-500,000 ล้านบาท แต่สุราพื้นบ้าน และคราฟต์เบียร์มีสัดส่วนเพียงแค่ 2-3% หรือมูลค่ามาเกิน 20,000-30,000 ล้านบาท มองว่าถ้าตลาดมีการเปิดกว้างกว่านี้ โอกาสไปถึง 10% ได้ เม็ดเงินจะหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้นกว่านี้ และผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้น เทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่มีเหล้าเบียร์เป็นหมื่นแบรนด์ เยอรมนีก็มีหลายพันแบรนด์ แต่ประเทศไทยมีสุราจดทะเบียนรวม 2,000 ใบ หรือมีแบรนด์รวมกันราวพันกลางๆ แบรนด์
เบนซ์ ธนากรบอกว่า ข้อจำกัดหลักของการผลิตคราฟต์เบียร์ หรือสุราชุมชนส่วนใหญ่อยู่ที่การผลิต วัตถุดิบส่วนใหญ่ต้องนำเข้า เช่น มอลต์ต้องนำเข้า เพราะ 80-90% มอลต์ในไทยทำไม่ได้ ยีสต์ก็ต้องนำเข้า โรงงานขวดส่วนใหญ่ก็เป็นของผู้เล่นรายใหญ่ รายเล็ก 90% ต้องซื้อขวด กับฝาจากจีน ส่วนภาษีก็เป็นกำแพงใหญ่ที่ทำให้รายเล็กขายยากขึ้น เพราะต้นทุนแพงก็ต้องขายแพงขึ้น
ประชาธิปไตยในแก้วเครื่องดื่ม ครั้งแรกกับการเลือกตั้งภาคประชาชน
ไฮไลต์ที่ทำให้งานปีนี้ดูขบถ และสนุกกว่าทุกครั้ง คือกิจกรรม “การเลือกตั้งเครื่องดื่มภาคประชาชน” ที่จำลองระบอบประชาธิปไตยมาไว้ในงานอย่างเต็มรูปแบบ แบรนด์คราฟต์กว่า 400 แบรนด์ที่ส่งสินค้ามาประชันกว่า 1,000 รสชาติ จะไม่ได้ถูกตัดสินโดยผู้ทรงคุณวุฒิเพียงไม่กี่คน แต่จะถูกตัดสินโดยคะแนนเสียงโหวตบริสุทธิ์จากผู้ร่วมงานกว่า 50,000 คน
“หนึ่งคน หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง” คือกติกาที่นี่ ผู้ผลิตต้องขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อเล่าถึงแพสชั่น ประวัติศาสตร์ และรสชาติที่พวกเขากลั่นออกมาจากหัวใจ เพื่อมัดใจผู้โหวต รางวัล People’s Choice จึงไม่ใช่แค่โล่เกียรติยศ แต่คือเสียงสะท้อนจากตลาดที่แท้จริงว่าผู้บริโภคต้องการอะไร
ความพิเศษของการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ มีการจับรางวัลแก่ผู้โชคดีที่โหวตรสชาติในดวงใจ รางวัลก้คือรับเบียร์ที่โหวตฟรี 1 ปี
สู่หมุดหมาย Oktoberfest
นอกเหนือจากอุดมการณ์ People Festival ยังทำหน้าที่เป็น Global Destination ที่ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 40% หลังพบสัญญาณชัดเจนจากดีลเลอร์ทั่วโลก ทั้งจากอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา และหลายประเทศในเอเชีย ที่บินตรงมาเพื่อเจาะลึกศักยภาพเครื่องดื่มคราฟต์สัญชาติไทย โดยเป็นพื้นที่ในการเจรจาธุรกิจได้
พาร์ทเนอร์ทั้ง 3 มองไกลถึงอยากให้ People Festival เป็น Soft Power ให้ประเทศไทย เป็นเหมือนเทศกาล Oktoberfest ของประเทศเยอรมนี ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นนักดื่ม หรือนักสร้างสรรค์ทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างแก่ทุกคน โดยอยากให้รัฐเปลี่ยนมุมมอง และให้เครื่องดื่มคราฟต์เป็นสะพานเชื่อม จะทำให้ตลาดไปไกลมากกว่านี้ได้
ไฮไลต์ห้ามพลาดใน People Festival 2026 วันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ที่ช่างชุ่ย
- คลังแสงเครื่องดื่มจากทั่วโลก : ขนทัพเหล้า, เบียร์, ไวน์, ค็อกเทล และสาโท จากทั่วประเทศและหลากสัญชาติกว่า 400 แบรนด์ รวมกว่า 1,000 รสชาติ จัดเต็มพื้นที่ 12 ไร่
- เลือกตั้งสุราและเบียร์ประชาชน : ใช้สิทธิ์ในมือคุณร่วมกำหนดทิศทางรสชาติที่ผู้ชนะ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 เสียง ผ่านการลงทะเบียนหน้างาน
- สภากาแฟ : แหล่งรวมโรงคั่วขนาดเล็กและร้านกาแฟคุณภาพที่ทีมงานคัดสรรมาเพื่อคอกาแฟโดยเฉพาะ
- ดนตรีและกิจกรรมเสวนา : เพลิดเพลินกับดนตรีสดตลอด 3 วันเต็ม พร้อมเวทีเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” พร้อมชวนทุกกลุ่มมาร่วมสร้างสรรค์ประเด็นปัญหาของตนเอง
People Festival 2026 ชวนเมาไม่ขับ เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ มีรถสองแถว รับ-ส่ง ฟรี จาก MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสิรินธร และ รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางบำหรุ ตลอดงาน











