จากความรักและเลี้ยงสุนัขมาตั้งแต่จำความได้ บวกกับได้เห็นวัฒนธรรม Dog-friendly ช่วงไปเรียนต่อที่ซานฟรานซิสโก ทำให้ ‘ณัฐนิช สมิตชาติ’ ต้องการสร้างพื้นที Dog-friendly ให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่ ‘อนุญาต’ ให้สุนัขเข้าเท่านั้น แต่สร้างขึ้นมา ‘เพื่อสุนัข’ โดยเฉพาะ
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Hund Haus (ฮุนด์ เฮ้าส์) บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ณ ย่านพระราม 9 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Dog First, Always ที่ตั้งใจเปลี่ยนทุกตารางนิ้วให้กลายเป็นสวรรค์ของเพื่อนสี่ขา โดยยึด ‘ความสุข’ ของสุนัขเป็นประเด็นสำคัญ มาผสมผสานกับการแก้ Pain point จากประสบการณ์ที่เธอได้รับมา
“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ไทยเริ่มมีพื้นที่ Pet-friendly มากขึ้น แต่ก็เป็นพื้นที่ที่แค่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้ ไม่ได้ดีไซน์ฟังก์ชั่นหรือบริการที่ตอบโจทย์น้องหมาเท่าไร เราจึงทำ Hund Haus ขึ้นมาให้ตอบโจทย์”
สำหรับพื้นที่บริการและโซนต่าง ๆ ของ Hund Haus จะประกอบไปด้วย
– Green Area : สวนกว้างกว่า 1 ไร่ ที่สามารถปล่อยสายจูงได้ (Off-leash)
– Introvert Dog Zone : พื้นที่แยกสัดส่วนสำหรับน้องหมาที่ไม่ชอบเข้าสังคมหรือต้องการความเป็นส่วนตัว
– Natural Pool : บ่อน้ำที่ออกแบบให้เป็นลำธาร เพื่อให้สุนัขเล่นน้ำได้
– Self-wash Zone : ห้องอาบน้ำที่เจ้าของทำเองได้ พร้อมแชมพูคุณภาพ
– Daycare(Hund Lounge) : บริการฝากเลี้ยงระหว่างวัน บรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน และแบ่งกลุ่มตามระดับกำลังของสุนัข
– Pet Store : ร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับสุนัข 10-15 แบรนด์ ที่คัดมาจากสินค้าที่ณัฐนิชเลือกใช้จริงกับสุนัขของเธอ
– Workshop : ห้องสำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน
ส่วนอัตราค่าใช้บริการ จะแบ่งเป็น ‘รายวัน’ และ ‘ระบบสมาชิก’ ได้แก่
รายวัน – คิดบริการตามน้ำหนัก เช่น น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมเริ่มต้นที่ 500 บาท ฯลฯ
ระบบสมาชิก – มีทั้ง ‘รายเดือน’ เริ่มต้นที่ 10,000 บาท และ ‘รายปี’ ราคา 120,000 บาท
หากดูค่าบริการแล้ว หลายคนอาจบอกว่า ‘สูง’ แต่ณัฐนิชอธิบายว่า ด้วยการนำเสนอบริการระดับพรีเมียม มีฟังก์ชันและบริการตอบโจทย์ ที่สำคัญเมื่อจ่ายแล้วสามารถใช้บริการทั้งหมดได้ ลูกค้าก็พร้อมจ่ายเพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองมีความสุข ได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยเปิดมากว่า 2 เดือนได้รับการตอบรับที่ดี กลุ่มลูกค้าจะเป็นคนไทย 70% ต่างชาติ 70%
ส่วนในอนาคต มีแผนจะมีการพัฒนา Hund Haus ให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสุนัขเพิ่มเติม เช่น ขยายพื้นที่คาเฟ่และอาหาร ฯลฯ รวมถึงพยายามสร้าง Community ของคนรักสุนัขให้แข็งแรง ผ่านทางโซเชียลมีเดียลและจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ
หาก Hund Haus ที่กรุงเทพฯ สามารถยืนได้อย่างแข็งแรง ก็มีแผนจะขยายธุรกิจไปเปิดที่จังหวัดภูเก็ต ในคอนเซ็ปต์ Beach Club ในอีก 1-2 ปีต่อจากนี้



