ต่อไปบุกเมืองรอง และลงลึกระดับอำเภอ เกมต่อไปของ KFC หลังปักหมุดครบ 77 จังหวัด

หลังดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 41 ปี ล่าสุด KFC ก็ได้เปิดสาขาครบทั้ง 77 จังหวัด รวม 1,226 สาขาทั่วประเทศ โดยปักหมุดจังหวัดสุดท้ายที่มีความท้าทายอย่าง ‘แม่ฮ่องสอน’ โดย ‘ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์’ General Manager KFC ประเทศไทย บอกว่า หลังจากนี้ KFC จะไปเปิดสาขาที่ไหนก็ได้  

 

นั่นเพราะด้วยภูมิประเทศของแม่ฮ่องสอนส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากที่สุด โดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์

 

ดังนั้น การเข้าไปปักหมุดเปิดสาขาในจังหวัดนี้ได้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรงในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบดำเนินงานและซัพพลายเชน เพื่อจะรักษามาตรฐานเดียวกันทุกสาขาในทุกจังหวัด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ KFC ประเทศไทย

 

โดยสาขาที่เปิดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย สาขาใน ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน, ปตท. โออาร์ ปาย แม่ฮ่องสอน และ ปตท. โออาร์ แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน

 

สเต็ปต่อไปบุกเมืองรอง และลงลึกระดับอำเภอ

 

สำหรับการสร้างการเติบโตต่อไป ทาง KFC ประเทศไทย ให้ความกับ 3 กลยุทธ์ ได้แก่

1.เข้าถึงทุกพื้นที่ เข้าใกล้ผู้บริโภคมากกว่าที่เคย : ปีที่ผ่านมา KFC ได้มีการเปิดสาขาเพิ่ม 103 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40% และ 60% ในพื้นที่ต่างจังหวัด

 

ส่วนปีนี้วางแผนขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับพัฒนาโมเดลร้านให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตใหม่ๆ ซึ่งจะโฟกัสใน ‘เมืองรอง’ และลงลึกในระดับ ‘อำเภอ’ เนื่องจากตอนนี้มีสาขาค่อนข้างครอบคลุมพื้นที่หลักและจังหวัดใหญ่แล้ว

 

โดยปัจจุบัน KFC มีโมเดลร้านอยู่ 4-5 แบบ เช่น ในห้างหรือไฮเปอร์มาร์เก็ต, free-standing drive-thru, สาขาแบบสแตนด์อะโลน และเปิดภายในปั๊มน้ำมัน

 

2.พัฒนาเมนูที่โดนใจและเข้าใจคนไทย : ดูจากอินไซต์ของผู้บริโภค มาผสานกับรสชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้การควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานของ KFC ไม่ว่าจะเป็น Bundle และ Sharing Set ที่เหมาะกับการรับประทานร่วมกัน ไปจนถึงเมนู Limited Time Offer ที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นและความหลากหลาย

 

3.สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ สร้างประสบการณ์ภายในร้านให้เป็นพื้นที่ของโมเมนต์ ทั้งดีไซน์ บรรยากาศ การบริการ รวมถึงแคมเปญการตลาดที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค ที่สำคัญต้อง Value for money ทำให้        ผู้บริโภครู้สึกว่า ‘คุ้มค่า’

 

ปีที่ผ่านมา ยอดขายของ KFC ประเทศไทย มาจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40% อีก 60% มาจากต่างจังหวัด จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงให้ความสำคัญกับการขยายสาขาในเมืองรอง และลงลึกไประดับอำเภอ

 

หากแบ่งตามช่องทาง พบว่า ยอดขายกระจายอยู่หลายช่องทาง ประกอบด้วย

ซื้อกลับบ้าน 40%

รับประทานที่ร้าน 32%

แพลตฟอร์มเดลิเวอรี 25%

ไดรฟ์ทรู 2%

ช่องทางอื่นๆ 1%

 

มองการเข้ามาของคู่แข่ง เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ

 

สำหรับภาพรวมของตลาด QSR หรือร้านอาหารบริการด่วน ทาง General Manager KFC ประเทศไทย บอกว่า ยังมีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ ‘ไก่ทอด’ ที่มีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ขณะที่ผู้เล่นรายเดิมก็มีการพัฒนาต่อเนื่อง

 

ภาพดังกล่าว แม้จะสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ร้อนระอุ แต่อีกมุมแสดงให้เห็นว่า ไก่ทอดเป็นตลาดที่มี ‘อนาคต’ เป็นที่ดึงดูดใจของแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งเธอมองเป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยกลยุทธ์ของ KFC คือ ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา และไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพทั้งสินค้าและบริการ รวมไปถึงการออกเมนูและแคมเปญการตลาดให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด

 

ทั้งหมดเพื่อให้ KFC เป็น Brand love ในใจผู้บริโภค และสามารถแข่งขันได้ในสถานการณ์แข่งขันอันดุเดือดแบบนี้