จากมุกขำ ๆ ช่วงสงกรานต์ทุกปีของไทย กับมหกรรม “เกิบกินคน” หรือ “รองเท้ากินคน” สู่ไอเดียการตลาดที่ “หยิบเรื่องใกล้ตัว” มาสร้างเป็นสินค้า
เมื่อ KFC จับมือ นันยาง เปิดตัว รองเท้าแตะ “น้องก๊าง” รับช่วงสงกรานต์ 2569
จาก “เกิบกินคน” สู่โอกาสทางการตลาด
ถ้าพูดถึงสงกรานต์ หนึ่งในประสบการณ์ร่วมที่หลายคนนึกออกคือ “รองเท้าแตะลื่น หลุด หรือเลื่อนขึ้นมาจนเหมือนจะกินเท้า”
จนกลายเป็นคำแซวติดปากว่า “เกิบกินคน” หรือรองเท้ากินคน
แม้เป็นอินไซต์เรียบง่าย แต่กลับทรงพลัง เพราะเป็นสิ่งที่ “ทุกคนเคยเจอ” และ “ขำร่วมกันได้”
KFC x นันยาง เลือกหยิบ pain point นี้ขึ้นมาแล้วเปลี่ยนจาก “ปัญหา” ให้กลายเป็น “จุดขาย”
การทำการตลาดแบบ Meme to Product หรือการเปลี่ยนเรื่องไวรัล ให้กลายเป็นสินค้าจริง ขณะเดียวกัน ยังล้อไปกับการทำ Festive Marketing ช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วย
“น้องก๊าง” เมื่อชื่อสินค้า กลายเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องแบรนด์
อีกหนึ่งดีเทลที่ทำให้แคมเปญนี้ฉลาดขึ้นไปอีกขั้น คือชื่อ “น้องก๊าง” ผ่านการรวมตัวตนของทั้ง 2 แบรนด์เข้าไว้ในคำเดียว
“ไก่” = ตัวแทนของ KFC
“ช้าง” = สัญลักษณ์รองเท้าแตะช้างดาวของนันยาง
กลายเป็นคำใหม่ว่า “ก๊าง”
ค่อนข้างแปลกหู แต่จำง่าย และมีความเป็น meme ในตัวเอง
ทำไม KFC ต้องทำรองเท้าแตะ?
ส่วนหนึ่ง มาจากกลยุทธ์ Beyond Food ไก่ทอดไม่ใช่แค่ของกิน แต่คือ “ไลฟ์สไตล์”
KFC ทั่วโลก พยายามพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่แค่ Fast Food แต่เป็น Pop Culture
ดังนั้น การทำรองเท้าแตะคือการเอาแบรนด์ออกจาก “ถังไก่” ไปอยู่ใน “ชีวิตประจำวัน” ของลูกค้า
ขณะเดียวกัน ยังสามารถการยึดครอง “Occasion” หรือ โอกาสในการนึกถึงแบรนด์
เนื่องจาก ช่วงสงกรานต์ มักเป็นสมรภูมิที่แบรนด์เครื่องดื่มสู้กันตายไปข้างหนึ่ง แต่ ”แบรนด์อาหาร“ มักจะถูกลืมเพราะคนมัวแต่ห่วงเล่นน้ำจนไม่อยากนั่งกินอะไรจริงจัง
การออกรองเท้าแตะ “น้องก๊าง” ช่วงสงกรานต์ คือ การสร้าง Contextual Relevance (ความเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์) และสะท้อนว่า “แบรนด์อยู่กับเราในทุกโมเมนต์ที่สนุกที่สุด”
อยากได้น้องก๊างต้องทำไง?
สำหรับใครที่อยากได้ รองเท้าแตะผู้พันขี่ช้าง หรือ “รองเท้าแตะน้องก๊าง” จาก KFC x นันยาง
เพียงซื้อบักเก็ต 299 บาทขึ้นไป เพื่อรับสิทธิ์ซื้อรองเท้าแตะน้องก๊าง ถึงวันที่ถึง 18 เมษายน 2569 นี้ เท่านั้น



