เตรียมตัวไว้!! ‘สายการบินทั่วโลก’ ประกาศขึ้นราคาตั๋ว รับมือน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน กำลังจะกระทบต่อธุรกิจการบิน เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินพุ่งสูง ส่งผลให้สายการบินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต้องประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร เพื่อพยุงธุรกิจให้รอดพ้นจากภาวะต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

การปรับราคาครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่เที่ยวบินระยะสั้นไปจนถึงเส้นทางข้ามทวีป โดย

 

Air New Zealand ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารแล้ว ในตั๋วแบบเที่ยวเดียวชั้นประหยัดเส้นทางภายในประเทศเพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์, เที่ยวบินระยะสั้นระหว่างประเทศเพิ่ม 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และเที่ยวบินระยะไกล เพิ่ม 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์

 

และอาจต้องขึ้นราคาเพิ่มเติม หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้งอยู่ที่ประมาณ 85–90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และได้พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วเป็น 150–200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

 

Qantas Airways นอกจากปรับราคาค่าโดยสาร ยังปรับแผนการบินและเพิ่มความจุเที่ยวบินไปเส้นทางยุโรปที่มียอดจองพุ่งขึ้นกว่า 90% เนื่องจากผู้โดยสารแห่จองเส้นทางที่เลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางเพื่อความปลอดภัย

 

Hong Kong Airlines ได้ประกาศเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) สูงสุดถึง 35.2% เริ่มวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยเฉพาะเส้นทางยอดฮิตอย่างมัลดีฟส์ บังกลาเทศ และเนปาล

 

Vietnam Airlines ร้องขอรัฐบาลเวียดนามให้ยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเครื่องบิน เพื่อลดภาระ หลังต้นทุนการดำเนินงานดีดสูงขึ้นถึง 60–70% จากราคาน้ำมันที่สูงมากขึ้น

 

ผลกระทบยังลุกลามไปถึงธุรกิจท่องเที่ยว โดย HanaTour บริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ สั่งระงับทัวร์ที่ต้องบินผ่านตะวันออกกลางทั้งหมดในเดือนมีนาคม พร้อมคืนเงินลูกค้าเต็มจำนวน

 

ขณะที่ในประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้คาดการณ์ว่า หากสงครามยืดเยื้อนานเกิน 8 สัปดาห์ ประเทศไทยอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวถึง 595,974 คน และสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 40,900 ล้านบาท

 

 

ที่มา

 

https://www.reuters.com/world/middle-east/airlines-begin-hike-fares-due-higher-fuel-prices-shares-stabilise-2026-03-10/

 

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/price-hikes-outlook-cuts-what-airlines-are-doing-fuel-costs-surge-2026-03-10/