ย้อนรอยวิวัฒนาการ ‘การ์ดโปเกมอน’ จากที่เคย ‘ตกต่ำ’ นานนับสิบปี สู่การคืนชีพจนครองใจนักสะสมทั่วโลก

ดูเหมือนว่าช่วงนี้ วงการการ์ดของเมืองไทยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะการ์ดจากการ์ตูน วันพีซ (One Piece) และ การ์ดโปเกมอน (Pokémon Trading Card Game : TCG) โดยเฉพาะการ์ดโปเกมอน ที่ปัจจุบันขึ้นแท่นเป็นการ์ดเกมที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ซึ่งก็คือการ์ด Pikachu Illustrator ที่ปิดประมูลไปในราคากว่า 500 ล้านบาท แต่กว่าการ์ดโปเกมอนจะฮิตขนาดนี้ ใครจะไปคิดว่าจะเคยมียุคมืดมาก่อน

จากกลยุทธ์ Cross-media 

อย่างที่รู้กันว่า จุดเริ่มต้นของ โปเกมอน (Pokémon) มาจากวิดีโอเกมบนเครื่อง Game Boy ที่พัฒนาโดย ซาโตชิ ทาจิริ (Satoshi Tajiri) ผู้ก่อตั้งบริษัท Game Freak โดยปล่อยออกมาในปี 1996 และในปีเดียวกันนั้นเอง สึเนะคาซุ อิชิฮาระ (Tsunekazu Ishihara) ประธาน The Pokémon Company คนปัจจุบัน ที่ขณะนั้นเขาทำงานอยู่ที่บริษัท Creatures Inc. ซึ่งเป็นหนึ่งในสามบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์โปเกมอนร่วมกับ Nintendo และ Game Freak ได้มีแนวคิดที่ต้องการเปลี่ยนระบบ การแลกเปลี่ยนโปเกมอน ในเกมบอยให้กลายเป็น สิ่งจับต้องได้ จนเกิดเป็นการ์ดโปเกมอน

แม้ในช่วงแรก โปรเจกต์นี้เกือบถูกระงับเนื่องจาก Nintendo ไม่มั่นใจในยอดขาย จนต้องให้บริษัท Media Factory เข้ามาช่วยจัดจำหน่ายแทน แต่เมื่อวางขายจริง การ์ดโปเกมอนกลับกลายเป็นปรากฏการณ์ทันที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพประกอบที่สวยงามและการดึงดูดจินตนาการของผู้เล่นที่อยากเห็นโปเกมอนในรูปแบบที่มีสีสันและมีชีวิตชีวา เพราะเกมบอยยุคนั้นยังเป็นภาพขาวดำ นอกจากนี้ การใช้การ์ดกระดาษทำให้เด็ก ๆ สามารถพกพาไปเล่นที่โรงเรียน แลกเปลี่ยน และสะสมได้ง่ายกว่าอีกด้วย 

จากนั้นบริษัทก็เดินหน้ากลยุทธ์ Cross-media โดยออก มังงะ ตามออกมาช่วงเดือนพฤศจิกายน 1996 และปล่อย อนิเมะ ในเดือนเมษายน 1997 ซึ่งอนิเมะนี่แหละที่เป็นตัวจุดกระแสให้โปเกมอนกลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก

สึเนะคาซุ อิชิฮาระ (Tsunekazu Ishihara) ประธาน The Pokémon Company

ยุคมืดจากการมาของคู่แข่งสุดแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ยั่งยืนเสมอไป โดยในปี 1998 ช่วงนั้นการ์ตูนเรื่อง Yu-Gi-Oh! ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเกมการ์ดเป็นธีมหลัก ได้คลอดเกม Yu-Gi-Oh! Duel Monsters ซึ่งออกมาใกล้ ๆ กับเกม Pokémon Card GB เกมแนวสะสมการ์ดโปเกมอน ที่แทบจะยกเอาเกมการ์ดจริงมาไว้ในวิดีโอเกมได้เกือบ 100%

ด้วยความที่โปเกมอนวางภาพลักษณ์เป็นมิตรและสดใส เหมาะสำหรับ เด็กเล็ก แต่ Yu-Gi-Oh! มาในสไตล์ดาร์กแฟนตาซีและการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งถูกใจกลุ่ม เด็กโตและวัยรุ่น มากกว่า อีกทั้ง การ์ตูนยูกิเน้นเรื่องการเล่นการ์ดเป็นหลัก ทำให้เด็กดูแล้วอยากซื้อการ์ดมาเล่นตามทันที ผลคือยอดขาย Pokémon Card GB ต่ำกว่า Yu-Gi-Oh! ถึง 3 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้น ปี 2001 ก็มีการ เปลี่ยนดีไซน์ด้านหลังการ์ด เปลี่ยนคำว่า Pocket Monsters เป็น Pokémon ผลที่ตามมาคือการ์ดรุ่นเก่า 5 ปีถูกจำกัดในทัวร์นาเมนต์ทางการ แฟนพันธุ์แท้จึงรู้สึกว่าของสะสมที่เก็บมาสูญเสียมูลค่าทันที ทำให้ตั้งแต่ปี 2001 สื่อกระแสหลักและผู้คนในอุตสาหกรรมก็แทบไม่สนใจการ์ดโปเกมอนอีกเลย 

การฟื้นคืนชีพและสถานะที่เปลี่ยน

จะกระทั่งในปี 2018 Creatures Inc. ใช้กลยุทธ์ Loss Leader ออกชุด GX Starter Deck ในราคาเพียง 500 เยน (ราว 150 บาท) จากปกติ Starter Deck ขายอยู่ที่ 2,000 เยน (ราว 400 บาท) ทำให้เด็กหน้าใหม่เข้าถึงได้ง่าย และกลุ่มนักสะสมผู้ใหญ่ (Millennials) ที่เคยเลิกเล่นไป ก็เริ่มกลับมาซื้อสะสม เพื่อสนองความทรงจำในอดีตที่ตอนเป็นเด็กอาจจะยังซื้อไม่ได้

นอกจากนี้ การ์ดรุ่นใหม่ ๆ มักจะใส่ การ์ดพิเศษ หรือ การ์ดระดับสูง อย่าง Special Illustration Rare (SIR) หรือระดับความหายากใหม่ล่าสุดอย่าง Mega Hyper Rare (MHR) ที่เพิ่งเปิดตัว มีโอกาสสุ่มเจอในซองต่ำมาก รวมถึงการออกชุดพิเศษ ทำให้นักสะสมแย่งชิงกันจนเกิดปรากฏการณ์ FOMO (Fear of Missing Out)

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือ การระบาดของ COVID-19 ปี 2020 ที่หลายคนหากิจกรรมทำเพราะออกจากบ้านไม่ได้ ประกอบกับจุดกระแสจากโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ เช่น โลแกน พอล (Logan Paul) หรือสตรีมเมอร์ที่เปิดซองการ์ดบน TikTok และ YouTube เพื่อหาการ์ดหายาก ทำให้การ์ดหายากกลายเป็นที่ต้องการทั่วโลก

บวกกับการเข้ามาของบริษัทประเมินการ์ดอย่าง PSA (Professional Sports Authenticator) และออกเซอร์ทิฟิเคตรับรองคุณภาพ การ์ดที่ได้คะแนน PSA 10 สูงสุดก็ราคาทะยานสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ส่งผลให้กระแสฟื้นตัวอย่างชัดเจน และสถานะของการ์ดโปเกมอนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากที่ใช้เล่นมาเป็น สะสม และได้กลายเป็น สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets)

Logan Paul

ขึ้นแท่นสินทรัพย์ทางเลือกเหนือหุ้น

ปัจจุบัน การ์ดโปเกมอนถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยข้อมูลจาก Card Ladder ระบุว่า การ์ดโปเกมอนหายากมีผลตอบแทนสะสมตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบันสูงถึง 3,821% ซึ่งทิ้งห่างดัชนี S&P 500 ที่ทำได้ 483% ในช่วงเวลาเดียวกัน

โดยการ์ดที่แพงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน คือการ์ดเกม Pikachu Illustrator โดยเฉพาะใบที่ผ่านการรับรอง PSA 10 ซึ่งประมูลไปในราคาสูงกว่า 570 ล้านบาท (ราว 16.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2026 นี้ โดยโลแกน พอล จากเดิมที่ซื้อมา 5.27 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

ปัจจุบัน โปเกมอนไม่ได้หยุดแค่การ์ดกระดาษ แต่กำลังขยายอาณาจักรสู่ Pokémon TCG Pocket แอปพลิเคชันบนมือถือที่เน้นการสะสมและการเปิดซองดิจิทัล ซึ่งสร้างรายได้ถล่มทลายกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ในปีแรกของการเปิดตัว มียอดดาวน์โหลดทะลุ 150 ล้านครั้ง แซงหน้าสถิติปีแรกของ Pokémon GO ไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2024 การ์ดโปเกมอนมียอดขายทั่วโลกสูงถึง 11,900 ล้านใบ (เพิ่มขึ้น 22.7% จากปีก่อนหน้า) ทำให้ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่าการผลิตจะสูงถึง 10,200 ล้านใบ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้โดนรีเซลปั่นราคาจนเกินไป 

การกลับมาเป็นของสะสมยอดฮิตอีกครั้งไม่ได้เป็นเรื่องของโชคชะตาหรือกระแสชั่วคราว แต่มันคือการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ IP (Intellectual Property) ที่รู้จักปรับตัวตามยุคสมัย จาก ของเล่นเด็ก ในวันวาน สู่ สินทรัพย์เลอค่า ในวันนี้ และกำลังก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัวในอนาคต แม้ตัวเลขการผลิตจะพุ่งสูงขึ้นจนน่าจับตา แต่ตราบใดที่ความถวิลหาอดีต (Nostalgia) ยังคงทำงานร่วมกับนวัตกรรมใหม่ ๆ โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกมก็น่าจะยังคงเป็น ราชาแห่งวงการการ์ด ที่ยากจะหาใครมาล้มแชมป์ได้ในเร็ววัน

YouTube Cloudsphere / tcw.cards / bbc / economictimes / finance-yahoo/ Mr.Snorlax