หากย้อนกลับไปในช่วงที่การ์ตูน “เครยอนชินจัง” เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1990 และกลายเป็นแอนิเมชันโด่งดังในปี 1992
ภาพของ “โนฮาระ ฮิโรชิ” หัวหน้าครอบครัววัย 35 ปี ถูกนำเสนอในฐานะ “มนุษย์เงินเดือนผู้แสนธรรมดา” พนักงานระดับกลางทั่ว ๆ ไป มีนิสัยตลก กลัวเมีย และมีกลิ่นเท้าอันเป็นเอกลักษณ์
แต่ตัดภาพมาที่ปี 2026 สิ่งที่ฮิโรชิมี กลับกลายเป็น “มาตรฐานแห่งความสำเร็จ” ที่คนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ แทบจะทำไม่ได้อีกแล้ว!
ฮิโรชิ ภาพสะท้อนตลาดงาน-เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปของญี่ปุ่น
เรื่องราวของครอบครัวโนฮาระ อ้างอิงจากสังคมญี่ปุ่นในช่วง ต้นทศวรรษ 1990 (Early 90s) ซึ่งเป็นรอยต่อสำคัญระหว่าง “ยุคเศรษฐกิจฟองสบู่” (Bubble Economy) และช่วงเริ่มต้นของ “ทศวรรษที่สูญหาย” (Lost Decades)
ในตอนนั้น ญี่ปุ่นยังอยู่ในระบบ “จ้างงานตลอดชีพ” (Lifetime Employment) ยังแข็งแกร่ง และเงินเดือนจะขึ้นตามอายุงาน (Seniority System)
ฮิโรชิทำงานที่บริษัทการค้าฟุตาบะ การงานมั่นคง ทำให้เขามีเงินเหลือมากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว 4 ชีวิตด้วยเงินเดือนคนเดียว
สวนทางกับปัจจุบัน ที่แม้อัตราว่างงานของญี่ปุ่นจะต่ำเพียง 2.3% มีการเพิ่มขึ้นของงานไม่ประจำ เช่น งานฟรีแลนซ์ พาร์ตไทม์ ประมาณ 34% (เดิมมีสัดส่วนราว 16%)
ที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงของอัตราประกันสังคม (Social Insurance) ของญี่ปุ่นในยุคนั้นยังต่ำกว่าปัจจุบันถึงเกือบ 25-30% ทำให้คนยุคปัจจุบันรู้สึกว่า ‘มีเงินน้อยลงกว่ายุคก่อน’ นั่นเอง
ยกตัวอย่าง (อ้างอิงข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ หรือ MHLW ของญี่ปุ่น)
1.ประกันบำนาญ (จากประเด็นปัญหาสังคมสูงวัยในญี่ปุ่น)
- ปี 1990 ประมาณ 7.15%
- ปี 2026 อยู่ที่ 9.15%
- เพิ่มขึ้นประมาณ 28%
2.ประกันสุขภาพ
- ปี 1990 ประมาณ 4.1%
- ปี 2026 อยู่ที่ 5.0%
- เพิ่มขึ้นราว 22%
3.ประกันว่างงาน (อัตราใกล้เคียงกัน)
- ยุคฮิโรชิ อยู่ที่ 0.4% ของเงินเดือน
- ปัจจุบันอยู่ที่ 0.6% ของเงินเดือน (เฉพาะส่วนที่พนักงานจ่าย ส่วนนายจ้างจ่าย 0.95% ของเงินเดือน รวมเป็น 1.55%)
4.ประกันการดูแลระยะยาว (เก็บเฉพาะพนักงานผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป)
- ปี 1990 ไม่มี
- ปี 2026 อยู่ที่ 0.8% (เฉพาะส่วนของพนักงาน)
5.เงินสมทบเลี้ยงดูเด็ก
- ปี 1990 ไม่มี
- ปี 2026 อยู่ที่ 0.36% (เริ่มเก็บ เม.ย. ปีนี้ แก้ปัญหาเด็กเกิดใหม่ต่ำ)
ขณะที่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Consumption Tax) ในช่วงปี 1990 อยู่ที่ราว 3% ปัจจุบันปรับขึ้นมาอยู่ที่ 10%
สวนทางกับเงินเดือเฉลี่ยต่อปีของคนญี่ปุ่น ที่แทบไม่ขึ้นในช่วง 20 ปีนี้ (อ้างอิงรายงาน Statistical Survey of Actual Status of Salary in the Private Sector (民間給与実態統計調査) ของสำนักงานสรรพากรญี่ปุ่น)
- ปี 2006 เงินเดือนอยู่ที่ 4.4 ล้านเยน/ปี
- ปี 2026 เงินเดือนอยู่ที่ 4.6-5 ล้านเยน/ปี
ฝันซื้อบ้านเดี่ยวที่ปัจจุบันทำได้ยาก!
ประโยคติดปากของฮิโรชิ คือ เขายังมี “หนี้บ้านเหลืออีก 32 ปี” จากการซื้อบ้านเดี่ยวในไซตามะ (โซนปริมณฑลของโตเกียว) ในราคาที่เงินเดือนของคนคนเดียวผ่อนไหว และใช้เวลาผ่อนราว 35 ปีเท่านั้น
แต่ในยุคปัจจุบันที่ราคาบ้านและคอนโดดีดตัวสูงขึ้นจนต้องกู้ร่วม (Pair Loan) ระหว่างสามีภรรยาถึงจะซื้อได้
ปัจจัยหลักมาจาก ราคาคอนโด/บ้าน ในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นทำนิวไฮในรอบหลายสิบปี ทำให้ต้องออกสินเชื่อบ้านให้ผ่อนยาว 50 ปี (ผ่อนถึงอายุ 70-80 ปี) เช่น
- คอนโดใหม่ในโตเกียว ราคาเฉลี่ยพุ่งเกิน 100 ล้านเยน สูงกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนเกือบเท่าตัว (อ้างอิง Real Estate Economic Institute : REEI)
- คอนโดมือสองโตเกียว ประมาณ 70-80 ล้านเยน (อ้างอิง Real Estate Information Network for East Japan : REINS)
- บ้านเดี่ยว ในเขตปริมณฑล เช่น ไซตามะ คานางาวะ เฉลี่ย 40-50 ล้านเยน (อ้างอิง Real Estate Information Network for East Japan : REINS)
ทางเลือกหลักของครอบครัวยุคใหม่ที่สู้ราคาคอนโดไม่ไหว จึงออกมาซื้อบ้านชานเมือง หรือ เช่าบ้าน/แมนชั่นแทน ที่มีราคาย่อมเยากว่า อาทิ แมนชั่น ห้องสตูดิโอ ในโตเกียว 90,000-110,000 เยน/เดือน (อ้างอิง SUUMO)
ทำไมฮิโรชิจึงเป็น “ต้นแบบ” ของคนรุ่นใหม่?
หนุ่มสาวญี่ปุ่นในปี 2026 เริ่มมองกลับไปที่ฮิโรชิด้วยความนับถือ เขาไม่ได้เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดา แต่คือ สัญลักษณ์ของความรับผิดชอบ แบกรับภาระบ้าน รถ และลูกๆ ด้วยทัศนคติที่บวก
และแม้ฮิโรชิจะงานยุ่ง แต่เขายังมีเวลาเล่นกับลูกและพาสุนัขไปเดินเล่น ซึ่งเป็น Quality Time กับครอบครัว
ดังนั้น การที่เรายกชีวิต ฮิโรชิ เป็นต้นแบบ เพราะลึก ๆ แล้ว คนญี่ปุ่นยุคนี้กำลังโหยหา “ความมั่นคง” และ “คุณภาพชีวิตพื้นฐาน” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นเรื่องพิเศษที่ต้องสู้สุดตัวเพื่อให้ได้มา





