“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ลุยเปิด 2 โครงการ 1.2 พันล้าน เจาะกรุงเทพตะวันออก

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 ลลิลฯ เดินหน้าขยายพอร์ตฯ แนวราบกรุงเทพฝั่งตะวันออก รองรับการเติบโตของย่านบางนา-เทพารักษ์ จากโครงสร้างคมนาคม และการเป็นแหล่งงานสำคัญ

เบื้องต้น ได้เปิดตัวโครงการ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา–เทพารักษ์2” จำนวน 305 ยูนิต มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท มีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ประเดิมเปิดตัวเฟสแรก 20 หลัง และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงไตรมาส 2 ปีนี้

ปัจจัยหลักการเปิดโครงการนี้มาจาก

1.ศูนย์กลางการเติบโตทางยุทธศาสตร์ (Strategic Growth Hub)

บางนา-เทพารักษ์ เป็นทำเลศักยภาพสูง ที่ถูกยกระดับด้วยโครงข่ายคมนาคมครอบคลุม ทั้งรถไฟฟ้า (สายสีเขียว, สายสีเหลือง และ LRT ในอนาคต) รวมถึงทางด่วนและถนนวงแหวนที่เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมือง (CBD) ได้ง่าย

2.ปัจจัยหนุนรอบด้าน

ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิ การใกล้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเกิดขึ้นของห้างสรรพสินค้ากับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่

3.ตอบโจทย์ทั้งอยู่เองและลงทุน

ความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นทำเลที่คุ้มค่าทั้งในแง่การอยู่อาศัยและการเก็งกำไรในอนาคต

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ สำหรับการวางทาร์เก็ตลูกค้าโครงการ เน้นไปที่

  • กลุ่มที่ซื้อ/เช่าบ้าน ตั้งแต่โซน บางนา กม. ไปจนถึงโซนสุวรรณภูมิ
  • กลุ่มพนักงานจากอุตฯ อาหาร โลจิสติกส์ ที่มีจำนวนมากกว่า 10,000 คน ในบริเวณนี้
  • กลุ่มพนักงานออฟฟิศ ที่ทำงานย่านบางนา

ผู้ประกอบการ รับมืออสังหา ปี 69 ชะลอตัว-สต๊อกของ สกัดขึ้นราคา

แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 จะชะลอตัว จากปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก และอัตรารีเจ็กต์เรตที่ยังสูง (สำหรับลลิลมีการกู้ไม่ผ่านอยู่ที่ราว 40%)

แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯ รับมือสภาวะตลาดชะลอตัว ได้ลดการเปิดตัวโครงการ และเน้นระบายสต๊อกเดิมออก ซัพพลายในตลาดจึงค่อย ๆ น้อยลง

ส่วนผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ปัจจุบันยังไม่กระทบลลิลฯ เนื่องจาก มีการสต็อกสินค้า อาทิ กระเบื้อง สุขภัณฑ์ เหล็ก อย่างน้อย ๆ 6 เดือน – 1 ปี แต่สินค้าบางประเภทไม่สามารถล็อกราคาได้ เช่น ซีเมนต์ เป็นต้น

ถ้าคลี่คลายได้ในระยะสั้นจะดี แต่ถ้าลากยาวคาดว่ามีผลกระทบต่อต้นทุนบ้าง และกระทบต่อมู้ดการซื้อบ้านของผู้บริโภคให้ชะลอการตัดสินใจออกไป

สำหรับลลิลฯ ปัจจุบันทำยอดขาย (พรีเซล) ได้แล้ว 1,500 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 4,200 ล้านบาท กลุ่มบ้านราคา 2-8 ล้านบาท ยังทำยอดขายได้เรื่อย ๆ