ดร. ซูซาน หว่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ และผู้อำนวยการกลุ่มประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มาร์ส เพ็ทแคร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแมว ‘วิสกัส’ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 32,634 ล้านบาท ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ เทรนด์เลี้ยงสัตว์เป็นลูก (Pet Parent) โดยเฉพาะ “แมว” ที่มีการเลี้ยงราว 7-8 ล้านตัว และ “หมา” อยู่ที่ 20 ล้านตัว
“แม้สัดส่วนของหมาจะดูสูงกว่า แต่ในระยะหลังอัตราการเติบโตของแมวขยายตัวมากกว่า”

สายพันธุ์แมวยอดนิยมในไทย แบ่งเป็น 3 สายพันธุ์ ได้แก่
- Siamese 30%
- Persian 28%
- อื่น ๆ 10% เช่น British, Scottish Fold เป็นต้น
ส่วนชื่อยอดฮิตของนายท่านแมวไทย คือ
- อันดับ 1 ขาว
- อันดับ 2 ส้ม
- อันดับ 3 อ้วน
- อันดับ 4 ดำ
- อันดับ 5 ถุงทอง
อ้างอิงผลสำรวจ WHISKAS® Purr Study ในไทย เดือนมีนาคม 2569 พบอินไซด์น่าสนใจ คือ
- 71% ของผู้เลี้ยงแมวชาวไทยมองว่าแมวคือสมาชิกอันเป็นที่รักของครอบครัว และยังช่วยเยียวยาความเครียด (54%) และเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต (52%)
- 37% ของทาสแมว ยกแมวให้เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต โดยกลุ่มที่ให้ความสำคัญมากสุด คือ Gen Z (47%), Millennials (38%) และ Gen X (35%)
ปัจจัยเหล่านี้ ผลักดันให้ ‘เหล่าทาสแมว’ หันมาสนใจด้านสุขภาพของน้องเหมียวมากขึ้น ทว่าจากผลสำรวจ มีเพียง 17% ของผู้เลี้ยงแมวชาวไทยที่รู้สึกว่ามีความรู้เกี่ยวกับโภชนาการแมวอย่างดี
ขณะที่ 39% ของผู้เลี้ยงแมวในไทยยอมรับว่ารู้สึกสับสนจากข้อมูลและคำแนะนำด้านโภชนาการที่ขัดแย้งกัน
“แมว ถูกมองว่าเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัวมากขึ้น เมื่อความผูกพันนี้เพิ่ม ผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมากก็ยิ่งมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลแมวของตน อย่างไรก็ตาม ปริมาณข้อมูลจำนวนมากบนโลกออนไลน์อาจทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์แยกแยะได้ยากว่าแหล่งข้อมูลใดเชื่อถือได้” ดร.ซูซาน กล่าว

ดังนั้น จึงเป็นที่มาที่ “วิสกัส” เปิดตัวแคมเปญสร้างรับรู้เรื่องโภชนาการแมว และทำประติมากรรม Lucky Cat สูง 10 เมตร
โดยเปิดโอกาสให้ทั้งผู้เลี้ยงแมวและคนทั่วไปได้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์กับกิจกรรม อาทิ เกมแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ และลุ้นรับของรางวัล รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารแมวจากแบรนด์วิสกัส®เป็นเวลา 1 ปี ที่สยามสแควร์ วันที่ 3-4 เมษายน 2569 นี้




