วิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา “เอกมัย” เป็นทำเลที่มีศักยภาพ ด้วยการเชื่อมต่อย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างทองหล่อและสุขุมวิท จึงกลายเป็น Hub คอนโดสำหรับชาวต่างชาติ
ขณะที่ คอนโดมิเนียมย่านเอกมัยทำยอดขายไปได้ 80-90% และปัจจุบันเหลือซัพพลายเก่าเพียง 2 โครงการเท่านั้น
ดังนั้น แสนสิริ จึงทุ่มงบประมาณ 7,000 ล้านบาท รุกทำเลเอกมัยในรอบ 8 ปี กับ “โครงการเอ็กซ์ที เทน เอกมัย” (XT10 Eakamai) จำนวน 933 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.9 – 19 ล้านบาท/ยูนิต ขนาดห้อง 30-117 ตารางเมตร รองรับการเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Friendly)

ทั้งนี้ เอ็กซ์ที เทน เอกมัย จะเข้ามาตอบโจทย์ต่างชาติและนักลงทุนโดยเฉพาะ สะท้อนจากความสำเร็จของ เอ็กซ์ที เอกมัย ที่เคยเปิดตัวเมื่อ 8 ปีก่อน มีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติ 70% และโควตาการซื้อต่างชาติเกือบเต็ม 49%
โดยที่ผ่านมามีอัตราการปล่อยเช่าคอนโดเอ็กซ์ที เอกมัย อยู่ที่ราว 16,000-18,000 บาท/เดือน ในห้องขนาด 30 ตร.ม. คิดเป็นยีลด์ 5-8%
กลุ่มผู้เช่าหลักเอกมัย ส่วนใหญ่เป็น Expat มีตั้งแต่สัญชาติจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ยุโรป อเมริกา และอิสราเอล
“สำหรับโครงการเอ็กซ์ที เทน เอกมัย เราตั้งเป้ายอดขาย 30% ภายในปี 2569 นี้”
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ที่ดินในย่านเอกมัยมีการเติบโตของราคาประเมินเฉลี่ยถึง 34% ต่อรอบปี และในปัจจุบัน ทำเลนี้มีที่ดินเหลือให้พัฒนาน้อยลง ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยราคาประเมินที่ดินรอบปีปัจจุบันปี 2566-2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 350,000 บาทต่อตารางวา ขณะที่ราคาซื้อขายที่ดินจริงตามการประกาศขายที่ดินบนออนไลน์ เฉลี่ยอยู่ที่ 950,000 บาทต่อตารางวา สูงกว่าราคาประเมินถึง 171%



