ประเด็นตลาดวันนี้
– ดัชนีตลาดหุ้น SET วันอังคารปิดบวกร้อยละ 0.88 ที่ระดับ 710.66 จุด ซึ่งเป็นใกล้ระดับสูงสุดของวัน ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้นที่ 20,248.67 ล้านบาท
– เงินบาท เงินเยน และเงินยูโร แข็งค่าขึ้นในวันนี้ มาอยู่ที่ระดับ 39.330 บาท/ดอลลาร์ 111.28 เยน/ดอลลาร์ และ 1.2428 ดอลลาร์/ยูโร ตามลำดับ
– ดัชนีตลาดหุ้น Hang Sang วันอังคารอ่อนตัวลงร้อยละ 1.30 สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน 13,397.25 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง
– ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei วันอังคารขยับขึ้นร้อยละ 0.25 สู่ระดับ 11,532.04 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในการซื้อขายของวัน
ผลการประมูลพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
– CB04909B ประเภทอายุ 182 วัน วงเงิน (ล้านบาท) 5,000 ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.19% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน -0.01
– CB05310A ประเภทอายุ 364 วัน วงเงิน (ล้านบาท) 5,000 ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.35% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน -0.02
– ธปท.อนุมัติเงินจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก โดยความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งสินเชื่อดังกล่าว ธปท.จะคิดดอกเบี้ยกับธนาคารพาณิชย์ในอัตรา 0.01% และให้ธนาคารพาณิชย์คิดกับผู้กู้ไม่เกิน 2% ต่อปี
– คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 3% พร้อมปรับขึ้นขั้นเงินเดือน 2 ขั้น สำหรับข้าราชการระดับ 1-7 ส่วนข้าราชการระดับสูง จะได้ปรับเพิ่มเงินค่าตอบแทนพิเศษ และเงินประจำตำแหน่ง ทั้งนี้ การปรับขึ้นเงินเดือนอยู่ภายใต้วงเงิน 1.66 หมื่นล้านบาท และจะให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้
– ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของมาเลเซีย เดือน ม.ค. ลดลง 3.2% จากเดือนก่อน ในขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัว 16.7%
– ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐฯสาขาแคนซัสซิตี้ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 24 ในเดือน ม.ค. มาเป็น 27 ในเดือน ก.พ. โดยภาคการผลิตยังคงมีแนวโน้มที่ค่อนข้างสดใส แม้ว่าจะมีความกังวลมากขึ้นต่อการปรับตัวขึ้นของราคาปัจจัยการผลิต
ภาวะตลาดหุ้น
Japan Nikkei-225
ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei วันอังคารปิดบวก 0.25% สู่ระดับ 11,532.04 จุด ขณะที่ ตลาดแทบจะไม่สนองตอบต่อข้อมูลคำสั่งซื้อเครื่องจักรในภาคเอกชนญี่ปุ่นที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด แต่ได้มุ่งความสนใจไปยังข้อมูลทังกันที่คาดว่าจะเป็นการยืนยันถึงแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเปิดเผยในวันที่ 1 เม.ย. นี้ ทั้งนี้ นักลงทุนจึงเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและอยู่ในขั้นตอนของการกำจัดหนี้เสียจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แต่ราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงกดดันตลาดอยู่ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออก
Hong Kong’s Hang Sang
ตลาดหุ้นฮั่งเส็งวันอังคารร่วงลง 1.30% สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน ที่ 13,397.25 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบางมาก เนื่องจากนักลงทุนได้ปลีกตัวออกจากตลาดก่อนการแถลงงบประมาณ ซึ่งอาจจะมีการประกาศการจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการในอัตราที่เพิ่มขึ้นเพื่อลดการขาดดุลงบลง อันอาจจะส่งผลลบต่อดัชนีตลาดหุ้นได้ นอกจากนี้ หุ้นบลูชิพ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ปรับตัวลงอย่างมาก ตามการอ่อนลงของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวานนี้
Thailand’s SET
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันอังคารขยับขึ้น 0.88% ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 มาปิดที่ระดับ 710.66 นำโดยหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และสื่อสาร ขณะที่ตลาดคาดหวังว่าต่อที่ประชุมระหว่าง กลต. กับสมาคมโบรกเกอร์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ว่าจะมีการผ่อนปรนมาตราการการเปิดเสรีค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการวางหลักประกัน 10% สำหรับการซื้อขายหักลบกลบหนี้หุ้นตัวเดียวในวันเดียว ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศการลงทุนในตลาดและส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายหนาแน่นขึ้น
จากการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยวันพุธ คงจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และเป็นไปในทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากเมื่อวาน โดยมีแนวรับที่ระดับ 708 และ 710 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 715 อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงให้ความระมัดระวังต่อมาตราการการสกัดการเก็งกำไรขณะที่ การขายสุทธิของต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังคงจะส่งผลกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดอยู่ แม้มูลค่าการซื้อขายจะเริ่มหนาแน่นขึ้นบ้าง
สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
Baht/USD
เงินบาทแข็งค่าขึ้น ตามทิศทางค่าเงินเยน และค่าเงินในภูมิภาค ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ในขณะที่ตลาดไม่ได้ให้ความสนใจต่อข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 8 ของรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงวันที่ผ่านมา
Yen/USD
เงินเยนแข็งค่าขึ้นในวันนี้ หลังเงินดอลลาร์มีทิศทางอ่อนค่าลงอีกครั้ง ท่ามกลางข่าวลือในตลาดที่ว่าญี่ปุ่นได้ถอนคำสั่งเสนอซื้อเงินดอลลาร์ หลังมีการเข้าแทรกแซงในการซื้อดอลลาร์วานนี้ ในขณะที่การเปิดเผยข้อมูลคำสั่งซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่น ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด แทบไม่มีผลกระทบต่อค่าเงินเยน
USD/Euro
เงินยูโรแข็งค่าขึ้น หลังนายจอห์น สโนว์ รมว คลังสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงภาวะเงินเฟ้อที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากของสหรัฐฯ ที่ยังคงทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ สามารถรอคอยในปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯต่อไปได้ ทำให้ตลาดมองว่า สหรัฐฯอาจไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นภายในปีนี้ ในขณะที่เขาได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปล่อยให้ระดับค่าเงินเป็นไปตามภาวะอุปสงค์และอุปทานในตลาด ซึ่งอาจเป็นการแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยต่อการแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางในเอเชีย
จากการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณว่า ค่าเงินบาทในวันพุธนี้ คงจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 39.28-39.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาค และตามภาวะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ในขณะที่การอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่น อาจจำกัดการแข็งค่าของเงินบาทได้
สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้
Thai Gov. Bond 1 Year * : Thai Gov. Bond 5 Years * : Thai Gov. Bond 10 Years * : Thailand Bond Volume (MB)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ปรับลดลงในช่วง –1 ถึง –8 bps. โดยยังเป็นการปรับลดลงค่อนข้างมากในพันธบัตรระยะปานกลางและระยะยาว โดยสเปรดระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 และ 10 ปี อยู่ที่ 2.95% แคบลงจาก 3.00% เมื่อวันก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ไทย เพิ่มขึ้น 47.00% จากวันก่อน ทั้งนี้ ภาพรวมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับลดลง ตามการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังตัวเลขการจ้างงานในเดือน ก.พ. ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ค่อนข้างมาก