เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยืนหยัดฝ่าวิกฤตความรุนแรงในตะวันออกกลางและกระแสการก่อการร้ายทั่วโลก ในขณะที่ได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย เมื่อตลาดเงินเก็งว่าสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ส่วนกลุ่มยูโรอาจมีการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลง สำหรับเงินเยนญี่ปุ่น มีค่ามั่นคงอยู่ที่อัตราเฉลี่ยราว 106 เยน/ดอลลาร์ เนื่องจากรายงานการปรับเพิ่มความน่าเชื่อถือของ Standard & Poor’s สะท้อนว่าทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นแจ่มใส สอดคล้องกับรายงานเศรษฐกิจล่าสุด
เงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ มีค่าอ่อนตัวลงในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ส่วนราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 416-418 ดอลลาร์/ออนซ์ เพราะเหตุการณ์วุ่นวายรอบโลกส่งผลให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเป็นหลักทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าอ่อนไหวในช่วงแรก เมื่อเทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ เนื่องจากวิกฤตการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากที่ทหารอิสราเอลได้สังหารผู้นำด้านจิตวิญญาณของกลุ่ม Hamas ก่อให้เกิดความโกลาหลและกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มประเทศอาหรับอย่างแพร่หลาย จนเกรงว่าจะเป็นชนวนให้เกิดการแก้แค้นรุนแรงจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย ด้วยการลอบวางระเบิดในอิสราเอลและประเทศพันธมิตรต่างๆ นอกจากนี้ เหตุการณ์ไม่สงบในปากีสถานที่เกี่ยวพันกับกลุ่ม al Qaeda ก็เป็นประเด็นร้อนแรงอีกเรื่องหนึ่งที่ส่งผลเสียหายให้แก่เงินดอลลาร์ เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นเป้าหมายที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายต้องการก่อกวนมากที่สุด ความตึงเครียดที่ปกคลุมในดินแดนต่างๆทำให้นักลงทุนทั่วไปลังเลที่จะลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกซบเซา พลอยทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนแรงลงด้วย
อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยในเวลาต่อมา เมื่อเทียบกับเงินยูโร ปัจจัยสำคัญที่พยุงค่าเงินอเมริกัน ได้แก่
– ทิศทางดอกเบี้ยยูโรลดลง หลังจากที่รายงานตัวเลขเงินทุนไหลออกของกลุ่มยูโรเดือนมกราคม 2547 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากมูลค่าเฉลี่ยในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปีก่อน ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจยูโรดูอึมครึมกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรปได้ทยอยออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจกลุ่มยูโร โดยเฉพาะนาย Jean-Claude Trichet ประธานธนาคารกลางยุโรป ยอมรับว่าจะมีการประเมินภาวะเศรษฐกิจอีกครั้ง หากการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงซบเซาต่อไป ท่าทีดังกล่าวกระตุ้นให้ตลาดเงินคาดว่าธนาคารกลางยุโรปอาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกสภาธนาคารกลางยุโรปส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่อาจจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยลง จากอัตราปัจจุบันที่ 2%
– แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น รายงานการปรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (GDP) ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ปรากฏว่าเป็นไปตามความคาดหมายอยู่ที่ระดับ 4.1% แต่ตัวเลขเงินเฟ้อกลับเพิ่มขึ้นเป็น 1.2% จากเดิมประมาณการไว้ 0.7% ทำให้ตลาดเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เงินทุนหันกลับมาสู่สกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น
เมื่อเทียบกับเงินเยน เงินดอลลาร์มีค่าเคลื่อนไหวในช่วงแคบราว 106 เยน/ดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินเยนญี่ปุ่นเป็นที่สนใจของนักลงทุนอย่างมาก ทำให้มีแรงซื้อตลอด โดยเฉพาะเมื่อสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Standard & Poor’s ได้ปรับเพิ่มเครคิดให้แก่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นสดใสชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุดดัชนีภาคบริการเดือนมกราคมเพิ่ม 2.6% มาอยู่ที่ระดับ 110.7 ชี้ว่าเศรษฐกิจเข้มแข็งจากภาคเศรษฐกิจอื่นๆด้วย ไม่ได้พึ่งพาการส่งออกเท่านั้น
เงินปอนด์อังกฤษ มีค่าเข้มแข็งในช่วงต้นสัปดาห์ เพราะค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง ประกอบกับตลาดเงินมองว่าอังกฤษยังคงมีความได้เปรียบด้านอัตราดอกเบี้ยเหนือประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก อย่างไรก็ตาม เงินปอนด์มีค่าลดลงในเวลาต่อมา เพราะแรงเทขายเอากำไร รวมถึงผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษได้ออกมาเตือนว่าการที่เงินปอนด์มีค่าแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง กำลังบั่นทอนภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้มีการเทขายเงินปอนด์มากขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์
ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ ได้รับผลดีจากเหตุการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลางและในเอเชียใต้ รวมถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการลอบวางระเบิดในพื้นที่ต่างๆแถบยุโรปตะวันตก สร้างความหวาดกลัวไปทั่ว และไม่เป็นผลดีแก่ตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนหันไปถือทองคำอีกระลอก เพื่อเป็นหลักทรัพย์ปลอดภัยในขณะนี้ ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มราคาน้ำมันที่ยังแกว่งไปมา และอาจเพิ่มขึ้นอีก ในกรณีที่ดินแดนตะวันออกกลางตึงเครียดเรื้อรังและรุนแรง นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนราคาทองคำ เพราะนักลงทุนเกรงว่าจะเกิดเงินเฟ้อ จึงประกันความเสี่ยงด้วยการถือทองคำเป็นสินทรัพย์มั่นคง
อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2547 เทียบกับวันที่ 25 มีนาคม 2547 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.2338 ดอลลาร์/ยูโร (1.2135 ดอลลาร์/ยูโร) 106.93 เยน (106.18 เยน) และ 1.8468 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.8075 ดอลลาร์/ปอนด์)
ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2547 เท่ากับ 417.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 418.20 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2547