รายงานภาวะตลาดหุ้นและการเงิน ประจำวันที่ 3 กันยายน 2547

ดัชนีตลาดหุ้นวันนี้

ตลาดหุ้นไทยในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน ปิดตลาดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากวันก่อน โดยเพิ่มไปอีก 0.3 จุด หรือร้อยละ 0.05 ไปปิดที่ 629.08 จุด มูลค่าการซื้อขายกว่า 1.68 หมื่นล้านบาท โดยตลาดได้รับปัจจัยบวกหลายประการ เช่น การเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ หลังจากเมอร์ริล ลินซ์ เพิ่มอันดับการน่าลงทุนในไทย และ ข่าวการเข้าลงทุนของกองทุนต่างๆ อย่างไรก็ตาม แรงขายทำกำไรได้ทำให้ตลาดปรับขึ้นไปไม่มากนักในวันนี้

– ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดลดลงไปปิดที่ระดับ 12,948.1 จุด ลดลงไป 50.97 จุด หรือร้อยละ 0.39 โดยได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไรของนักลงทุนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในหุ้นที่จะถูกถอดถอนออกจากการคำนวณดัชนีฮั่งเส็งในสัปดาห์หน้า เช่น หุ้นเซี่ยงไฮ้ อินดัสเตรียล และ หุ้น เทเลวิชั่น บรอดคาสท์

– ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดลดลงในวันนี้ถึง 130.26 จุด หรือร้อยละ 1.17 ไปปิดที่ระดับ 11,022.49 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับลดผลประกอบการรายไตรมาส และ แนวโน้มยอดขายของบริษัทอินเทล คอร์ป ซึ่งทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับลดลงไป

– ตลาดหุ้น Dow Jones ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 10,290.28 จุด เพิ่มขึ้น 121.82 หรือร้อยละ 1.2 จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีก หลังจากที่หลายบริษัทในกลุ่มดังกล่าวได้ประกาศการคาดการณ์ผลกำไร และรายงานยอดขายที่สูงเกินความคาดหมาย

– เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน และ เงินยูโร โดยอยู่ที่ระดับ 109.59 เยน/ดอลลาร์ฯ และที่ 1.2163 ดอลลาร์ฯ/ยูโร แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเงินบาทที่ 41.535 บาท/ดอลลาร์ฯ

ภาวะตลาดหุ้น

Thailand’s SET
ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากวันก่อน โดยเพิ่มไปอีก 0.3 จุด หรือร้อยละ 0.05 ไปปิดที่ 629.08 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 16,8882 ล้านบาท โดยตลาดได้รับแรงบวกจากข่าวที่ว่ากองทุนวายุภักษ์ และ กองทุนรวมหุ้นระยะยาวจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ตลอดจนการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ หลังจากที่เมอร์ริล ลินซ์ ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดปรับขึ้นไปไม่มากนักในวันนี้

Japan Nikkei-225
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดลดลงอย่างมาก โดยได้ลดไปถึง 130.26 จุด หรือร้อยละ 1.17 ไปอยู่ที่ระดับ 11,022.49 จุด ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงกดดันจากการปรับลดผลประกอบการรายไตรมาส และ แนวโน้มผลกำไรของอินเทล คอร์ป ซึ่งทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง นอกจากนั้นแล้ว ราคาหุ้น บลูชิพ เช่น หุ้นโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป และ หุ้นเอ็นทีที โดโคโม ที่ปรับลดลงไป หลังจากที่ราคาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากหลายวันที่ผ่านมา ได้เป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาดในวันนี้

Hang Seng
ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดลดลงไป 50.97 จุด หรือร้อยละ 0.39 ไปปิดที่ระดับ 12,948.1 จุด ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงกดดันจากการขายเพื่อทำกำไรของนักลงทุนในหุ้นบลูชิพหลายตัว เช่น หุ้นเซี่ยงไฮ้ อินดัสเตรียล โฮลดิงส์ และ หุ้นเทเลวิชั่น บรอดคาสท์ ที่ลดลงไปก่อนที่จะถูกถอดถอนออกจากการคำนวณดัชนีฮั่งเส็งในวันจันทร์หน้า ตลอดจนการลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนเริ่มชะลอที่จะเข้าซื้อ เนื่องจากเชื่อว่าหุ้นส่วนใหญ่มีมูลค่าค่อนข้างสูงในขณะนี้

US ‘s Dow Jones
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขึ้นไป 121.82 จุด หรือ ร้อยละ 1.2 ไปปิดที่ 10,290.28 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายที่ 1.1 พันล้านหุ้น โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีก หลังจากที่ได้มีการประกาศการคาดการณ์ผลกำไร และ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของหลายบริษัทในกลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การปรับลดการคาดการณ์ผลกำไร และ รายได้รายไตรมาสของอินเทล หลังจากปิดตลาดได้ทำให้คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯจะปรับตัวลดลงในวันพรุ่งนี้

US’s NASDAQ
ดัชนี NASDAQ ปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.เป็นต้นมา ที่1,873.43 จุด เพิ่มขึ้นไป 23.02 จุด หรือ ร้อยละ 1.24 จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนการประกาศปรับลดการคาดการณ์ผลกำไร และ รายได้รายไตรมาสของอินเทล

สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

Baht/USD
เงินบาท/เงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบๆจากวันก่อน การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง โดยนักลงทุนยังคงชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค.ในคืนนี้ ค่าเงินดอลลาร์ฯได้อ่อนค่าลงไปเล็กน้อยหลังจากการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกของสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าที่ได้คาดไว้

Yen/USD
เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน โดยค่าเงินดอลลาร์ฯได้รับแรงกดดันในช่วงแรกจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดไว้ โดยตัวเลขดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นไปสู่ 362,000 ราย จากที่ 343,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ฯได้แข็งค่าขึ้นในเวลาต่อมา จากตัวเลขยอดสั่งซื้อของโรงงานในเดือน ก.ค.ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 จากร้อยละ 1.2 ในเดือนมิ.ย. นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเงินดอลลาร์ฯจะปรับตัวอยู่ในช่วงแคบๆก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค.ในคืนนี้

USD/Euro
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินยูโรเช่นเดียวกัน โดยตัวเลขยอดคำสั่งซื้อจากโรงงานในเดือน ก.ค.ที่สูงขึ้นกว่าในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาได้มาชดเชยผลกระทบจากการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกที่เพิ่มขึ้นกว่าในสัปดาห์ก่อน ถึงแม้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้ก็ตาม แต่หากว่าตัวเลขดังกล่าวออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 150,000 ตำแหน่งก็อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป

สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้

Thai Gov. Bond
มูลค่าการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 11,816.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนร้อยละ 2.25 โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรส่วนใหญ่ต่างปรับตัวลดลงในวันนี้ ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางและระยะยาวส่วนใหญ่ได้ปรับตัวอยู่ในช่วงตั้งแต่ -1 ถึง 3 bps.

US Treasury Bond 10 Years
ราคาพันธบัตรของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน ปรับลดลงไปเมื่อเทียบกับวันก่อน โดยการที่อัตราผลตอบแทนได้ลดลงไปอย่างมากไปอยู่ใกล้กับระดับต่ำสุดรอบ 5 เดือน ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค. ในวันศุกร์ โดยคาดว่าหากตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น หรืออยู่ใกล้กับที่คาดไว้ที่ 150,000 ตำแหน่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนในปัจจุบันเป็นระดับที่ต่ำเกินไป