Insight

เตือนภัยธรรมชาติบนมือถือ

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดย กรมอุตุนิยมวิทยา จับมือ เอไอเอส ส่งข้อมูล “เตือนภัยธรรมชาติ” ถึงมือคนไทยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยเทคโนโลยี Cell Broadcast ที่สามารถส่งข้อมูลเตือนภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งยังระบุพื้นที่ในการเตือนภัยได้อย่างชัดเจน มอบความอุ…

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดย กรมอุตุนิยมวิทยา จับมือ เอไอเอส ส่งข้อมูล “เตือนภัยธรรมชาติ” ถึงมือคนไทยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยเทคโนโลยี Cell Broadcast ที่สามารถส่งข้อมูลเตือนภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งยังระบุพื้นที่ในการเตือนภัยได้อย่างชัดเจน มอบความอุ่นใจและคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทยแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม ศกนี้

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม, รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า “จากสถานการณ์ของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หรือสภาพอากาศที่เกิดขึ้นตามช่วงฤดูกาล ภาครัฐ ถือเป็นหน้าที่หลัก ซึ่งนอกเหนือจากการเข้าไปแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว หน้าที่สำคัญอีกประการก็คือ การทำให้ข้อมูลของสถานการณ์ทางธรรมชาติเหล่านั้นถึงมือของประชาชนได้อย่างทันสถานการณ์ เพื่อเตือนภัย ดังนั้น กระทรวงไอซีที ในฐานะที่เป็นผู้นำและเลือกสรรเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับบริการต่างๆ อันจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในการส่งข้อมูล “เตือนภัยธรรมชาติ” ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนเพื่อให้ข้อมูลในการเตือนภัยธรรมชาติดังกล่าว”

“ทั้งนี้ด้วยศักยภาพของกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงไอซีที ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจ เฝ้าติดตาม รายงานสภาวะอากาศ และเตือนภัยจากธรรมชาติ จะทำการส่งข้อมูลเตือนภัยธรรมชาติไปยังมือถือ เมื่อเห็นว่าภัยนั้นถึงระดับความรุนแรงที่คาดว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับภัยธรรมชาติดังกล่าว ประกอบด้วย

- อุทกภัย : น้ำท่วมฉับพลัน / น้ำป่าไหลหลาก : น้ำท่วมขัง : น้ำล้นตลิ่ง - พายุฤดูร้อน (พายุลูกเห็บ) - แผ่นดินไหว - พายุหมุนเขตร้อน : พายุดีเปรสชั่น : พายุโซนร้อน : พายุไต้ฝุ่น - คลื่นลมแรง - คลื่นพายุซัดฝั่ง

โดยกรมอุตุนิยมวิทยาเองได้ทำการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลลักษณะนี้เช่นกัน ดังนั้นประชาชนจึงมั่นใจได้ว่า จากนี้ไปข้อมูลการเตือนภัยธรรมชาติ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศโดยทั่วไป จะส่งถึงมือท่านจากทุกช่องทางอย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือ แม้แต่สื่อที่อยู่ติดตัว เช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่

ด้านนายสมประสงค์ บุญยะชัย, ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะของผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย เราพร้อมจะเป็นส่วนเชื่อมต่อทุกรูปแบบการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน รวมถึงเพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ ดังนั้นในครั้งนี้จึงได้นำ เทคโนโลยี Cell Broadcast ที่เป็นการส่งข้อมูลถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันที เข้ามาใช้เพื่อส่งข้อมูลเตือนภัยธรรมชาติดังกล่าว โดยข้อดีของเทคโนโลยีนี้ คือ

- ไม่ต้องสมัครหรือลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูล - ส่งได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ - ข้อมูลที่ส่งจะปรากฏทันทีที่หน้าจอ โดยไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปอ่าน - ส่งได้อย่างไม่จำกัดจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ - มีสัญญาณเตือน กรณีที่เป็นการเตือนภัยธรรมชาติ - ระบุพื้นที่ในการส่งเพื่อเตือนภัยเฉพาะพื้นที่ในลักษณะของ Location Base - ไม่คิดค่าใช้บริการในการรับข้อมูล

โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการนำเอาเทคโนโลยีไร้สายใหม่ล่าสุดเข้ามาเพิ่มอีก 1 ช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสภาวการณ์ทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การเตือนภัยธรรมชาติ” รวมไปถึงข้อมูลสภาพอากาศในช่วงปกติผ่านทางเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่สามารถเข้าดูได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นจึงเชื่อว่าบริการนี้จะก่อให้เกิดความอุ่นใจในการใช้ชีวิตของประชาชนทุกภาคทั่วประเทศอย่างแน่นอน”

สำหรับบริการ “เตือนภัยธรรมชาติบนมือถือ” พร้อมเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AIS Call Center 1175 หรือ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักพยากรณ์ 0 2398 9830, 0 2399 4012-4 หรือ hotline 1182 และ www.tmd.go.th

* เทคโนโลยี Cell Broadcast *

เป็นนวัตกรรมของรูปแบบการส่งข้อมูลแบบใหม่ ที่เป็นการส่งหรือ Broadcast ข้อความจากสถานีฐานโดยตรงมายังโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ครอบคลุมของสถานีฐานนั้นๆ ทั้งนี้ลักษณะของข้อความจะเป็นข้อความสั้น ประมาณ 140 ตัวอักษร และจะมาปรากฏที่หน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยอัตโนมัติหลังจากได้รับ โดยไม่จำเป็นต้องกดเลือกเข้าไปอ่านข้อความในเมนูแต่อย่างใด ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวจะปรากฏอยู่ที่หน้าจอประมาณ 3-5 วินาที และจะหายไปเองโดยไม่ต้องสั่งลบข้อความ

1. รับอัตโนมัติ : ลูกค้าจะมีความสะดวกในการรับข้อความ เพราะปรากฏขึ้นที่หน้าจอทันที โดยไม่ต้องเข้าสู่เมนูรายการใด ให้ยุ่งยาก 2. กำหนดพื้นที่ : ด้วยความอัจฉริยะของเทคโนโลยี จึงสามารถกำหนดและเลือกส่งข้อมูลให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ ที่ต้องการได้ อาทิ เกิดภัยธรรมชาติบริเวณจังหวัดแถบภาคอีสาน ผู้ใช้บริการมือถือที่อยู่ในภาคอีสานเท่านั้นที่จะได้รับข้าความแจ้งเตือนภัย 3. เวลา : สามารถบริหารเวลาในการส่งข้อมูลได้ทั้งแบบกำหนดช่วงเวลาส่งไว้ หรือส่งแบบตามเวลาจริง (Realtime) รวมถึงกำหนดความถี่ในการส่งได้เช่นกัน 4. การกำหนดกลุ่มผู้รับ : สามารถเลือกส่งข้อมูลตามกลุ่ม หรือ ตามความต้องการได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ข้อความสอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง อาทิ แบ่งเป็นกลุ่มพรีเพด/โพสต์เพด และกลุ่มย่อย เช่นกลุ่มที่เลือกรับข่าวสารทั่วไป หรือ ข่าวกีฬา 5. การกำหนดเนื้อหาที่ต้องการรับ : ผู้ใช้บริการแต่ละคนสามารถกำหนดเลือกรับประเภทของข้อมูลที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างใจต้องการ

ทั้งนี้เอไอเอสได้ใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast มาให้บริการข้อมูลข่าวสารหลากหลายรูปแบบแล้ว ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 ที่ผ่านมา โดยลูกค้าเอไอเอสทุกระบบที่สนใจใช้บริการสามารถเปลี่ยน SIM Card เพื่อใช้บริการดังกล่าวได้ที่สำนักงานบริการเอไอเอส ทุกสขา ทั่วประเทศ ในราคา 100 บาท

สำหรับลูกค้าที่จดทะเบียนใหม่ทุกระบบในเครือข่ายเอไอเอส ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 ที่ผ่านมาจะได้รับ SIM Card ที่ใช้บริการ Cell Broadcast ได้ ดังนั้นในปัจจุบัน (กันยายน 2548) จึงมีจำนวนผู้ใช้ SIM Card ที่สามารถรับข้อมูลข่าวสาร และ เตือนภัยธรรมชาติจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้อยู่ประมาณ 2 ล้านราย