เครื่องลูกข่ายโทรศัพท์มือถือปี’ 49 : เติบโต…ฝ่าปัจจัยลบ

ท่ามกลางความตึงเครียดของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวของประชาชนเพื่อรองรับกับกระแสการปรับขึ้นของราคาสินค้าอันสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันนั้น สินค้าฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็นในการดำรงชีพจะเป็นรายการแรกๆ ที่จะถูกปรับลดค่าใช้จ่ายลง สำหรับเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็อาจจะเป็นสินค้าเทคโนโลยีในกลุ่มแรกๆ ที่ผู้บริโภคต้องพิจารณาและใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อมากกว่าในช่วงปกติ ในช่วงที่ผ่านมาโทรศัพท์เคลื่อนที่ผู้ใช้บริการจะมีการซื้อ-ขาย-การเปลี่ยนเครื่องใหม่อยู่เสมอ เมื่อเทคโนโลยีของตัวเครื่องเปลี่ยนแปลงหรือมีดีไซน์ใหม่ๆ รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด ซึ่งทำให้ตลาดเครื่องลูกข่ายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในภาวะการณ์ปัจจุบันนอกจากปัจจัยทางด้านราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อความต้องการเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้ว ปัจจัยอื่นๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม และระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ล้วนแต่มีผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดด้วยเช่นกัน
ตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ ตลาดลูกค้าใหม่ที่เริ่มใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (new subscribers) และตลาดเครื่องทดแทน (replacement) หรือ ผู้ใช้บริการที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่แล้วและต้องการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่ ในช่วงที่ผ่านมาตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่างไรก็ตามแม้ว่าตลาดผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือตลาดซิมการ์ดจะมีการเติบโตน้อยลงในปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งทางด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีของเครื่องลูกข่ายได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเครื่องลูกข่ายขยายความต้องการอย่างต่อเนื่อง และมีการเติบโตของตลาดค่อนข้างดีและยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณว่า ยอดจำหน่ายเครื่องลูกข่ายรวมในปี 2549 จะมีจำนวนประมาณ 7.5 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้นร้อยละ 15 คิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 64,000 ล้านบาท
จากการสำรวจของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ระยะเวลาในเปลี่ยนเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ปี โดยที่กลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี มีอัตราการเปลี่ยนเร็วที่สุดเฉลี่ยประมาณ 1.1 ปี และมีแนวโน้มการใช้นานขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี ใช้เวลา 1.5-2 ปี และอายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไปใช้เวลา 2-3 ปี ปัจจัยที่ทำให้อัตราการหมุนเวียนของเครื่องลูกข่ายนั้นมาจากการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่น หรือ รูปแบบการใช้งานที่หลากหลายของตัวเครื่อง และการพัฒนาคอนเทนท์หรือเนื้อหาของบริการ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2549 มีดังนี้
1. ตลาดเลขหมายใหม่ (new subscribers) มีแนวโน้มเติบโตไม่มากเหมือนที่ผ่านมา เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เปิดใช้ใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 มีจำนวนประมาณ 1 ล้านเลขหมาย ลดลงประมาณร้อยละ 2.47 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ส่วนยอดรวมผู้ใช้ใหม่ทั้งปี 2549 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการณ์ไว้ที่ 3 ล้านเลขหมาย การชะลอตัวลงของตลาดให้บริการเลขหมายนั้นเป็นไปตามภาวะของตลาดทั้งนี้จำนวนผู้ใช้ใช้บริการรวมที่สูงถึง 32 ล้านรายหรือประมาณร้อยละ 50 ของประชากรทั้งประเทศนั้น ทำให้ลูกค้าใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้ใหม่น้อยลงนั้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยเช่นกัน
2. ตลาดเครื่องทดแทน (replacement market) ยังเติบโตได้ดี ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 65-70 ของตลาดเครื่องลูกข่ายรวมทั้งหมด ในปี 2549 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายประมาณ 4.5 ล้านเครื่อง
3. ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยในปี 2549 คาดการณ์ว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4-4.5 ทั้งนี้ความผันผวนของปัจจัยกดดันจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการใช้จ่ายต่อทั้งภาวะการเมืองและเศรษฐกิจทำให้เกิดการระมัดระวังในการใช้จ่ายเพื่อรอดูสถานการณ์ที่แน่ชัด
4. การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อตลาดเช่าซื้อ ทั้งนี้แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยเงิยฝากและเงินกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะออมเงินมากกว่าใช้จ่ายในการซื้อหาสินค้าสำหรับผู้ที่มีเงินออมยิ่งเมื่อเศรษฐกิจมีความผันผวนความต้องการเงินออมจะเพิ่มมากขึ้น ส่วนการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะทำให้ความความสามารถในการผ่อนชำระปรับตัวลดลง เนื่องจากในปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อครัวเรือนอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้โอกาสในการขยายสินเชื่อของครัวเรือนน้อยลงตามลำดับ ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณร้อยละ 14.3 ซื้อผ่านระบบผ่อนชำระ
สำหรับแนวโน้มของตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศในช่วงครึ่งหลังปี 2549 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์ไว้ดังนี้
– มัลติมีเดียโฟนมีความโดดเด่น ความต้องการเครื่องลูกข่ายที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อความบันเทิงและมัลติมีเดียมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ฟังก์ชั่นกล้องถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ การถ่ายโอนข้อมูลผ่านบลูทูธ อินฟาเรด เอ็มพี3 จะกลายเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานที่ผู้ใช้บริการพิจารณาเลือกซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับแนวโน้มในอนาคตนั้นการพัฒนารูปแบบของโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเข้าสู่การรวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายๆ ชนิดเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า สมาร์ทโฟน เช่น การพัฒนากล้องถ่ายภาพให้มีความละเอียดของกล้องเพิ่มขึ้นเป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพคุณภาพดีได้ การพัฒนาจากเอ็มพี3 ไปสู่เอ็มพี4 หรือ การรองรับภาพเคลื่อนไหวแบบวิโอคลิป การพัฒนาให้รองรับเกมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การเพิ่มหน่วยความจำในตัวเครื่องให้รองรับไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเพื่องรองรับการสื่อสารในแบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ในต่างประเทศนั้นกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 นี้ตลาดสมาร์ทโฟนในตลาดโลกมีการเติบโตถึงร้อยละ 54.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือมียอดขายประมาณ 16.7 ล้านเครื่อง อย่างไรก็ตามการมีคุณสมบัติของเครื่องที่ซับซ้อนขึ้นนั้นก็ทำให้ราคาของเครื่องเหล่านี้ยังอยู่ในระดับที่สูงด้วยเช่นกัน แต่ก็นับว่าเป็นแนวโน้มที่จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูง
– ตลาดเครื่องราคาต่ำกว่า 10,000 บาทยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ โดยมีสัดส่วนประมาณรอ้ยละ 68.3 ของตลาดรวม ทั้งนี้ราคาเครื่องที่จำหน่ายเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นการทำงานแล้ว นับว่ามีราคาลดลงและมีออกรุ่นใหม่รวดเร็วทำให้เครื่องรุ่นเก่ามีราคาปรับตัวลดลงเฉลี่ยร้อยละ 20-30 ต่อปี ส่วนเครื่องลูกข่ายที่มีราคาประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อเครื่องนั้นมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 21.4 และเครื่องที่มีราคาสูงกว่า 15,000 บาทขึ้นไปมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 10.2
– เครื่องมือสองมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.7 เครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มือสองหรือสินค้าใช้แล้วนำมาจำหน่ายต่อนั้นยังมีสัดส่วนถึงร้อยละ 12.7 ของตลาดรวม ทั้งนี้เนื่องจากเครื่องมือสองจะมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าเครื่องใหม่ประมาณร้อยละ 30-40 ขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องฟังก์ชั่นการทำงาน และรุ่นที่ได้รับความนิยม เครื่องมือสองนั้นมีทั้งเครื่องที่หมุนเวียนจากผู้ใช้ในประเทศและนำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งจะมีรุ่นโทรศัพท์ที่แตกต่างจากเครื่องที่มีจำหน่ายในประเทศและมีภาษาที่ใช้แตกต่างกัน ส่วนเครื่องหมุนเวียนในประเทศนั้นมาจากผู้ใช้เพิ่มต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่และจำหน่ายต่อเป็นสินค้ามือสองซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 48.3 ของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเครื่อง ในขณะที่ร้อยละ 32 นำไปให้ผู้อื่นใช้งานต่อและร้อยละ 16.8 ยังคงเก็บเครื่องเดิมไว้
– สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ หรือเครื่องลูกข่ายที่สั่งผลิตและนำมาติดตราเป็นสินค้าของตัวแทนจำหน่ายเอง ซึ่งมีอยู่หลายยี่ห้อที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าส่วนแบ่งตลาดของเครื่องลูกข่ายเฮ้าส์แบรนด์เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3-4 เป็นร้อยละ 10 ในปัจจุบัน ทั้งนี้ผู้จำหน่ายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ได้พัฒนารูปแบบของสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคนอกจากนี้ราคาจำหน่ายยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับแบรนด์ระดับโลก (global brand) โดยมีฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายคลึงกันให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ ในส่วนของผู้จำหน่ายเองก็มีส่วนแบ่งกำไรต่อเครื่องที่สูงกว่าแบรนด์ระดับโลก อย่างไรก็ตามเฮ้าส์แบรนด์ก็ยังเสียเปรียบในด้านบริการหลังการขายและบริการเสริมต่อเนื่องที่ยังมีจำนวนน้อยกว่า

– ตลาดต่างจังหวัดยังขยายตัวได้ จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2548 พบว่า ในตลาดกรุงเทพนั้น มีสัดส่วนของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ร้อยละ 59.3 ของจำนวนครัวเรือน ในขณะที่พื้นที่ภาคอื่นๆ นั้นยังมีสัดส่วนการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่น้อยกว่า โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนการใช้เพียงร้อยละ 26.9 ทำให้ตลาดต่างจังหวัดนั้นยังมีโอกาสของการขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เข้าสู่ระบบเป็นครั้งแรกและทำให้ผู้จำหน่ายต่างก็เร่งทำตลาดในต่างจังหวัดกันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นโดยสรุปแล้วตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2549 นั้น อาจมีแนวโน้มของตลาดชะลอตัวลงจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตามความผันผวนของเศรษฐกิจในช่วงท้ายของปีนี้นั้นอาจกลับเข้าสู่ในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อมีปัจจัยบวกเข้ามากระทบ เช่น การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันเป็นครั้งคราว การเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี การเพิ่มงบประมาณรายจ่ายทางภาครัฐ การเพิ่มเงินเดือนของข้าราชการ หรือการปรับลดราคาเครื่องลูกข่าย ที่อาจทำให้ตลาดเครื่องลูกข่ายได้รับผลดีและมีแนวโน้มการขยายตัวได้ดีขึ้น นอกจากนี้การเปิดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติก็จะเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญและส่งผลต่อการขยายตัวของตลาดเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ในอนาคตอันใกล้