‘เรฟวาเลสกิน’ บุกเมืองไทย ชูคุณภาพรุกตลาดเวชสำอาง


by admin
06-02-2008 00:00:00

บริษัท สตีเฟล ลาบอราทอรี่ จำกัด รุกตลาดไทยเต็มตัว ชูผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับโลก ‘เรฟวาเลสกิน’ เวชสำอางแบรนด์ดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา ท้าพิสูจน์ปฏิบัติการจากห้อง ทดลอง ขจัดความหมองคล้ำ ชะลอริ้วรอย ชิงแชร์ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า 8,000 ล้านบาท เจาะกลุ่ม เป้าหมายสตรีอายุ 25 ปีขี้นไป

นายสุธี โอวาทวรัญญู ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท สตีเฟล ลาบอราทอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับสิทธิ์การเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายเวชสำอาง ภายใต้แบรนด์ เรฟวาเลสกิน จากบริษัท สตีเฟล ลา-บอราทอรี่ จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เริ่มวางจำหน่ายในตลาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผ่านคลินิกแพทย์ผิวหนังชั้นนำทั่วไป เช่นคลินิกผิวหนัง โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้นำเวชสำอาง “เรฟวาเลสกิน” เข้ามาทำตลาด 3 ผลิตภัณฑ์หลัก คือ เดย์ครีม ไนท์ครีม และเฟเชียล คลีนเซอร์ โดยวางโพซิชั่นนิ่งไว้ที่กลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ เน้นกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 25 ปีขึ้นไป

“เรฟวาเลสกิน เป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีส่วนผสมจากสารสกัดที่ได้จากผลกาแฟหรือคอฟฟี่เบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลเล็กๆ สีเขียวปนแดงที่ยังไม่สุกดี เมื่อนำมาสกัดจะได้สารสำคัญชื่อว่า “โพลีฟีนอล” (Polyphenols) อันเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงสุด ทั้งนี้ประโยชน์ของผลคอฟฟี่เบอร์รี่จากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ค่าการวัดที่เรียกว่า “โอแรค สกอร์” (ORAC SCORE) ซึ่งเป็นค่าการวัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าหากนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงาม สารสกัดจากผลคอฟฟี่เบอร์รี่มีตัวต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาเขียว วิตามินซี และอี ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากการแตกตัวของคอลลาเจนอันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก พร้อมช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะต่างๆ ทำให้ผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น”

“ณ งานสัมมนาเวชศาสตร์ผิวหนังครั้งที่ 31 ที่มลรัฐฮาวาย เมื่อเดือนมีนาคม 2550 ที่ผ่านมา รายงานผลการ ศึกษาทางคลินิกในระยะเวลา 6 สัปดาห์กับกลุ่มตัวอย่างเปรียบเทียบ พบว่าผลิตภัณฑ์ของเรฟวาเลสกินช่วยกระชับผิว เสริมสร้างความอ่อนโยน บำรุงผิวพรรณให้แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยเห็นผลได้ภายใน 11 วัน” นายสุธีกล่าว

นายสุธีกล่าวถึงมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เวชสำอางบำรุงผิวหน้าว่า ในแต่ละปีมีมูลค่าตลาดกว่า 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า 5,000 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า 3,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าในกลุ่มลดเลือนริ้วรอยมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวต่อเนื่องไปอีก

“แม้ว่าปัจจุบันตลาดเวชสำอางจะมีการแข่งขันสูง แต่บริษัทมั่นใจว่าคุณภาพของเรฟวาเลสกิน จะได้รับการยอมรับ และเข้าตลาดมุ่งสู่การเป็นหนึ่งได้ ด้วยคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ “โพลีฟีนอล” จากผลคอฟฟี่เบอร์รี่เพียงหนึ่งเดียวในโลกจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิว การลดริ้วรอยและร่องลึกของผิว ปรับสภาพสีผิว ทำให้ผิวเรียบขึ้น และช่วยปรับสมดุลย์ของผิวที่เสียไปจากอนุมูลอิสระซึ่งเกิดจากแสงแดดและสภาพแวดล้อม”

นายสุธี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการทำตลาดและสร้างการรับรู้แบรนด์เรฟวาเลสกินนั้น จะเน้นการสร้างความแตกต่างจากเวชสำอางที่ทำตลาดอยู่เดิมด้วยการให้ความสำคัญกับการวางจำหน่ายผ่านช่องทางโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์ผิวหนังชั้นนำ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

ทั้งนี้ หลังจากที่ได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เรฟวาเลสกินมาระยะหนึ่ง พบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ และในช่วงต่อไปทางบริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ และอาศัยสี่อสิ่งพิมพ์ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งเป้าโกยรายได้ 100 ล้านบาทในปีที่สาม นายสุธีกล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับบริษัท สตีเฟล ลาบอราทอรี่ จำกัด
บริษัท สตีเฟล ลาบอราทอรี่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1847 เป็นบริษัทเภสัชกรรมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาการเกี่ยวกับผิวหนัง บริษัทเป็นทั้งผู้ผลิตและทำการตลาดเวชภัณฑ์เพื่อผิวพรรณสำหรับผลิตภัณฑ์หลายชนิดทั้งตามใบสั่งแพทย์และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ด้านผิวหนัง ทั้งนี้ บริษัทมีเครือ-ข่ายทั่วโลกในกว่า 30 ประเทศ โรงงานผลิตจัดตั้งอยู่ใน 6 ประเทศ และมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาครอบคลุมทั้ง 4 ทวีป ขณะที่ผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายไปแล้วกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค บริษัท สตีเฟล ลาบอราทอรี่ จำกัด มีเครือข่ายครอบคลุมประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง อินเดีย เกาหลี ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ไต้หวัน และไทย

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter