ถิรไทย ออเดอร์ทะลักกว่า 1,900 ล้านบาท เร่งผลิตหม้อแปลงส่งออกเพิ่ม

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ปี 51 พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของประเทศ หลังมียอดรับคำสั่งซื้อจากรายใหญ่ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 51 ที่จะส่งมอบงานในปี 51 แล้วกว่า 1,900 ล้านบาท หวังเป้ารายได้ปีนี้รวมกว่า 2,300 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 18 % จากมูลค่าตลาดรวมหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศ ประมาณ 7,310 ล้านบาท พร้อมขยับส่งออกเพิ่มเป็น 40 % จาก 35 % ในปีที่ผ่านมา

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ในปี 2551 บริษัทฯ สามารถก้าวเป็นผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังของประเทศได้โดยเป็นบริษัทคนไทยเพียงแห่งเดียว ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศประมาณ 18 % จากมูลค่าตลาดรวมหม้อแปลงไฟฟ้ากว่า 7,310 ล้านบาท และเพิ่มการส่งออกจาก 35 % เป็น 40 % และคาดว่าบริษัทจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า แห่งภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในอนาคตอันใกล้

สำหรับทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2551 นั้น บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมกว่า 2,300 ล้านบาท โดยแยกตามประเภทลูกค้าหน่วยงานราชการ 800 ล้านบาท หน่วยงานเอกชน 550 ล้านบาท และส่งออก 950 ล้านบาท และตามประเภทสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังมีมูลค่า 1,450 ล้านบาท และหม้อแปลงไฟฟ้าจำหน่าย 850 ล้านบาท

“และ ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 บริษัทฯ มียอดรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ สำหรับส่งมอบงานในปี 2551 นี้แล้วรวมมูลค่างานกว่า 1,900 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น การไฟฟ้านครหลวง 240 ล้านบาท, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 239 ล้านบาท, SPPMB 135 ล้านบาท, HITECH 148 ล้านบาท, SIMENS 117 ล้านบาท, SAMSUNG 150 ล้านบาท “ นายสัมพันธ์กล่าว

สำหรับมูลค่าตลาดรวมหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายในประเทศปี 2551 คาดว่ามีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 5,010 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 12 % โดยแบ่งเป็น กฟน.1,600 ล้านบาท บริษัทฯ มีมูลค่างาน 220 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14 % และ กฟภ. 1,500 ล้านบาท บริษัทฯ มีมูลค่างาน 150 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10 % และ กฟผ. 10 ล้านบาท บริษัทฯ มีมูลค่างาน 5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50 % และภาคเอกชน 1,500 ล้านบาท บริษัทฯ มีมูลค่างาน 50 ล้านบาท หรือ 3 % และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดรวม 400 ล้านบาท บริษัทฯ มีส่วนแบ่งมูลค่างาน 190 ล้านบาท หรือ 48 %

นายสัมพันธ์กล่าวต่อว่า “โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ในปีนี้ จะแบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 60 % และส่งออก 40 % โดยแบ่งเป็นหน่วยงานราชการ 35 % และหน่วยงานภาคเอกชน 25 % โดยมีรายได้จากหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง 62 % เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ 45 % และรายได้จากหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย 35 % และอื่น ๆ อีก 3 % ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังนั้นเนื่องจากมีคู่แข่งน้อยราย และถิรไทยเป็นเพียงบริษัทฯ คนไทยเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังได้

“ในปีนี้บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ประกอบการที่ให้บริการด้านหม้อแปลงไฟฟ้าอย่างครบวงจร สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าได้ครบถ้วนทุกขนาด และสามารถออกแบบหม้อแปลงไฟฟ้าพิเศษ รวมถึงบริการซ่อมบำรุง ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีความสามารถหลากหลาย และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และระดับสากล ทั้งยังมีศักยภาพและขีดความสามารถในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเพื่อรองรับการขยายตัวของความต้องการพลังงานไฟฟ้าของประเทศและภูมิภาคเอเชียได้ทุกระดับ รวมทั้งสามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าพิเศษ เช่น หม้อแปลงสำหรับระบบรถไฟฟ้า” นายสัมพันธ์กล่าวปิดท้าย