ในขณะที่ประเทศไทยยังคงถกเถียงกันเกี่ยวกับการอนุญาตการสร้างบ่อนคาสิโน แต่ประเทศคอมมิวนิสต์และประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงสุดในโลกอย่างประเทศจีน กลับอ้าแขนรับธุรกิจการพนันอย่างแช่มชื่น และเมืองมาเก๊าก็ได้กลับกลายเป็นศูนย์กลางการพนันของโลก โดยเพิ่งจะทำรายได้โดยรวมแซงหน้าลาสเวกัสไปเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยรายได้จากยอดเดิมพันกว่า 6.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี เมืองเล็กๆ อย่างมาเก๊าจึงกลายเป็นสนามสำคัญที่ซึ่งเซียนพนันมารวมตัวกันเพื่อแข่งขันหาสุดยอดเซียน และมาเดิมพันกันด้วยตัวเลขสูงลิบลิ่ว
“Vegas Comes to China” สารคดีชุดใหม่ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาแนล ได้ติดตามกลุ่มบุคคลซึ่งได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในโลกในการเดิมพันความเสี่ยงสูงเพื่อชิงตำแหน่งราชาเซียนพนันคนต่อไปของมาเก๊า แต่ละตอนของสารคดีเผยให้เห็นถึงความสำเร็จและความท้าทายในการลงทุนในจีนซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่การสร้างบ่อนคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนถึงการเปิดตัวที่สุดแสนอลังการ มาร่วมเป็นประจักษ์พยานในการเนรมิตลาสเวกัสของเอเชีย ในสารคดีชุด “Vegas Comes to China” ได้ทางทรูวิชั่น ยูบีซี 45 ตลอดเดือนเมษายนนี้
VEGAS COMES TO CHINA: MADE IN CHINA
วันเสาร์ที่ 5 เมษายน เวลา 19.00 น.
เมืองมาเก๊า ประเทศจีน ได้ยึดครองตำแหน่งเมืองศูนย์กลางแห่งการพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลกจาก ลาสเวกัส และกำลังจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมาในโลกนี้ เชลดอน อเดลสัน อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันผู้เจนจัดในแวดวงเวกัส ได้สร้างรีสอร์ทคาสิโน เดอะ เวเนเซียน (The Venetian) ซึ่งเป็นรีสอร์ทคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในมาเก๊า แต่การสร้างสิ่งก่อสร้างอลังการอย่างที่เวกัสและเวนิซขึ้นในประเทศจีนนั้นไม่เรื่องง่าย อยู่ที่การผสมผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน แต่การเดิมพันของอเดลสันยังไม่จบแค่นั้น จุดสำคัญอยู่ที่ถึงช่วงเวลานับถอยหลังสู่การเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ ว่ากองทัพแขกชาวต่างชาติและชาวจีน ว่าจะทำให้ความฝันของอเดลสันนี้เป็นจริง
VEGAS COMES TO CHINA: BOOM TOWN
วันเสาร์ที่ 12 เมษายน เวลา 19.00 น.
แรงงานชาวจีนราคาถูกและเงินหลายพันล้านเหรียญจีนเป็นสิ่งที่ช่วยให้เมืองมาเก๊าประสบความสำเร็จเหนือลาส เวกัส ในฐานะศูนย์กลางการพนันที่ทำกำไรสูงสุดในโลก ชาวต่างชาติจำนวนมากมุ่งมายังที่หมายนี้อย่างไม่ขาดสายเพื่อหาความมั่งคั่ง และเงินเท่านั้นที่สำคัญที่สุด เมื่อเมืองเล็กๆ ของประเทศจีนได้ฝากอนาคตทั้งหมดไว้กับขุมทองบ่อนคาสิโนนี้ อย่างไรก็ตามบ่อนคาสิโนซึ่งกำลังเฟื่องฟูนี้ต้องต่อสู้สุดชีวิตในการคุมคนงาน ซึ่งเปรียบเสมือนการขุดทองยุคใหม่เลยทีเดียว ประชากรจำนวนมากของเมืองมาเก๊ากำลังทำงานในวงการการพนัน คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่มีอิสระทางการเงินแบบที่รุ่นคนพ่อแม่ได้เพียงฝันถึง เมื่อถึงเวลานับถอยหลังในงานเปิดบ่อนคาสิโนแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมืองเล็กๆ แห่งนี้ได้เดิมพันอนาคตทั้งหมดไว้กับธุรกิจคาสิโนซะแล้ว
VEGAS COMES TO CHINA: THE VENETIAN GAMBLE
วันเสาร์ที่ 19 เมษายน เวลา 19.00 น.
เมืองมาเก๊า ศูนย์กลางแห่งการพนันแห่งใหม่ของโลก กลายเป็นแหล่งดึงดูดเงินของนักลงทุนด้านการพนันรายใหญ่ เชลดอน อเดลสัน ผู้ร่ำรวยเป็นอันดับ 6 ของโลก ลงทุนกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลล่าร์ ที่โคไต สตริป ( Cotai Strip) ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเพียงพื้นที่ไร้ประโยชน์ในมาเก๊า เป้าหมายของอเดลสันคือการสร้างให้ โคไต สตริป เป็นลาสเวกัสแห่งเอเชีย อัญมณีที่สำคัญของ โคไต สตริป คือ เวเนเซียน (Venetian) รีสอร์ทสไตล์อิตาเลียน ซึ่งมีเวนิซเป็นต้นแบบ เวเนเซียนยิ่งใหญ่กว่าคาสิโนใดๆ ในมาเก๊า เมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์มันจะกลายเป็นสิ่งก่อสร้างใหญ่อันดับสองของโลก ใหญ่กว่าอาคารเพนตากอนถึงสองเท่าครึ่ง
เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาแนล จะนำท่านไปชมการก่อสร้างระยะสุดท้ายของเวเนเซียน ความกดดันอยู่ที่บริษัทของอเดลสันมีเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามการแผนที่วางไว้ ก่อนงานเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ บริษัทตะวันตกต้องปรับตัวอย่างไรในการทำงานในประเทศจีน เวเนเซียนใช้คนงานก่อสร้างชาวจีนกว่า 15,000 คน เพื่อทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในการก่อสร้าง ซึ่งไม่รวมการอบรมพนักงานกว่า 11,000 คน เพื่อเตรียมการเปิด พวกเขาทั้งหลายที่มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันอย่างไร ตารางเวลาทำงานที่แสนกดดันจะก่อให้เกิดความแตกแยกหรือความร่วมมือ เวเนเซียนจะประสบผลสำเร็จ และช่วยสร้างอนาคตที่สดใสให้กับชาวมาเก๊า ในดินแดนเล็กๆ ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาเศรษฐกิจจากความบันเทิงและการพนันได้หรือไม่
เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาแนล อินเตอร์เนชั่นแนล (NGCI) เชิญผู้ชมให้คิดถึงการดูโทรทัศน์ด้วยการเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองใหม่ผ่านทางรายการที่นำเสนออย่างชาญฉลาดในรูปแบบที่สร้างสรรค์ โดยมีบริษัทที่ร่วมทุนเป็นเจ้าของ คือ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เทเลวิชั่น (National Geographic Television และ ฟอกซ์ เอนเทอร์เทนเม้น กรุ๊ป (Fox Entertainment Group) ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายในการทำงานของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาแนล (NGCI) คือ การค้นหาสำรวจ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการให้ความรู้แก่ผู้ชม
ในทั่วโลก ช่องเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาแนล (ซึ่งรวมถึง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการร่วมทุนของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เทเลวิชั่น และฟ็อกซ์ เอนเทอร์เทนเม้น กรุ๊ป เป็นช่องที่สามารถรับชมได้มากกว่า 250 ล้านหลังคาเรือน รวมถึงพื้นที่ที่มีการฉายรายการเพียงบางช่วงเวลาของวัน ใน 166 ประเทศและ 34 ภาษา



