เอชพีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Enterprise Virtual Array รุ่นใหม่

บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด วันนี้ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Virtual Storage Disk Array ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเวอร์ชวลที่สามารถบริหารจัดการได้ง่าย โดยออกแบบมาเฉพาะสำหรับลูกค้าบริษัทขนาดกลางที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายและลดความซับซ้อนในการติดตั้งเครือข่ายระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage-area Network -SAN)

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคือ HP StorageWorks 4400 Enterprise Virtual Array (EVA4400) ซึ่งมีการผสานคุณสมบัติที่สำคัญอย่างลงตัวทั้งสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพสูง พร้อมใช้งานตลอด เวลา เป็นระบบเวอร์ชวลไลเซชั่น และมีซอฟต์แวร์จัดสรรทรัพยากรรุ่นใหม่ จึงเหมาะสำหรับบริษัทระดับกลางอย่างยิ่งเนื่องจากมีความต้องการบริหารข้อมูลจำนวนมหาศาลในระบบ SAN ให้ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นจะต้องลงทุนในระบบจัดเก็บข้อมูลที่ซับซ้อนแต่อย่างใด

ผลการทดสอบของบริษัทวิจัยอิสระแสดงให้เห็นว่าผู้จัดการแผนกไอทีใช้เวลาในการบริหารระบบ EVA ของเอชพีน้อยกว่าถึงร้อยละ 75 เมื่อเปรียบเทียบกับ Disk Array ของ EMC และ NetApp(1) เนื่องจากมีรูปแบบที่เอื้อต่อการใช้งานมากที่สุด สำหรับบริษัทระดับกลางที่มีการใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชั่นจะสามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับระบบจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น และทำการรวมระบบได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ HP StorageWorks รุ่น EVA4400 นี้

เพื่อเป็นการยืนยันว่าลูกค้าและพันธมิตรมีความพึงพอใจในการใช้ Disk Array รุ่น EVA4400 มากในระดับใด เอชพีจึงได้จัดให้มีการเปรียบเทียบการทำงานของ Array ระบบจัดเก็บข้อมูลระหว่าง EVA4400 กับ Array ของบริษัท EMC ขึ้นมา(2)

มร. บัซ คาซ ผู้อำนวยการแผนกไอทีของบริษัท แพททิลโลคอนสตรักชั่น ในจอร์เจีย ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา กล่าวว่า “หลังจากที่ได้ใช้งานผลิตภัณฑ์ EVA4400 และผลิตภัณฑ์ของ EMC แล้ว ผมตัดสินใจเลือกใช้ EVA อย่างแน่นอน เพราะอินเทอร์เฟซของ EVA ใช้งานได้ง่ายมาก ซึ่งผมสามารถใช้งานได้ด้วยตนเองจึงไม่จำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษา แพททิลโลมีทรัพยากรที่จำกัด ดังนั้น การตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีทุกอย่างจำเป็นต้องสอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจของเรา ซึ่งผลิตภัณฑ์ EVA สามารถตอบสนองความต้องการตรงนี้ได้ ด้วยคุณสมบัติในการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นที่ไม่เหมือนใครโดยช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารระบบ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถรวมและปรับงานของระบบ Array ให้ทำงานอัตโนมัติได้ เราจึงสามารถบริหารความจุของระบบจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้นโดยใช้พนักงานน้อยลง”

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทวิเคราะห์ Enterprise Strategy Group ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ใช้และผู้ที่วางแผนจะใช้ระบบเวอร์ชวลไลเซชั่น พบว่าร้อยละ 28 ของผู้ถูกสำรวจมีแผนที่จะติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ในขณะที่ร้อยละ 42 มีแผนที่จะติดตั้งระบบดังกล่าวภายในปีหน้า(3)

ผลิตภัณฑ์ EVA4400 มีคุณสมบัติในการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นที่สำคัญซึ่งก่อนหน้านี้จะอยู่ใน Disk Array ระดับไฮเอนด์เท่านั้น แต่ตอนนี้มีอยู่ในราคาที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางแล้ว นอกจากนี้EVA4400 ยังมีโครงสร้างฮาร์ดแวร์สำรองในตัว เพื่อรองรับการทำงานของซอฟต์แวร์รีพลิเคชั่นทั้งแบบภายในท้องที่และแบบทางไกล ซึ่งช่วยกำจัดปัญหาระบบล่มเนื่องจากการทำงานแบบจุดเดียว และทำให้มีช่วงเวลาใช้งานสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีซอฟต์แวร์ EVA Dynamic Capacity Management ครอบคลุมระบบจัดสรรทรัพยากรที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

มร. จิม แวกสตาฟ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป แผนก StorageWorks Division ของบริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า “เอชพีมีการลงทุนในสายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นระบบจัดเก็บข้อมูลระดับเริ่มต้นใช้งานและขยายสายผลิตภัณฑ์นี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองข้อกำหนดทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยปกติแล้วระบบ SAN ชนิดอื่นๆ จะสร้างค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูง แต่ด้วยความเรียบง่ายแต่ทรงพลังของ Disk Array รุ่น EVA4400 จะมอบโซลูชั่นที่ดีกว่าสำหรับบริษัทขนาดกลาง เนื่องจากสามารถปรับแต่งการจัดสรรทรัพยากรของระบบจัดเก็บข้อมูลให้ทำงานอัตโนมัติได้โดยง่าย จึงใช้ประโยชน์จากความจุที่มีอยู่ได้ดีขึ้น นอกจากนั้นราคาของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ยังประหยัดกว่าระบบระดับที่ไฮเอนด์กว่าประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์”

ลูกค้าและพันธมิตรสามารถผสานระบบได้โดยง่าย
ข้อดีของการใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ที่ทำเวอร์ชวลไลเซชั่นเป็นส่วนหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ EVA4400 เหมาะที่จะใช้งานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์รุ่น HP BladeSystem, HP ProLiant และ HP Integrity ทำให้ลูกค้ามีโซลูชั่นที่ครบวงจรซึ่งรองรับการบริหารเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลร่วมกันได้(4) นอกจากนั้น ด้วยเครื่องมือบริหารแบบเบ็ดเสร็จสามารถช่วยให้การบริหารระบบโครงสร้างพื้นฐานทำได้ง่ายขึ้น ติดตั้งใช้งานได้เร็วขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารระบบโดยรวม

นอกจากนี้ ยังมี Solution Blocks สำหรับ Disk Array รุ่น EVA4400 รวมทั้งโซลูชั่น “สำเร็จรูป” หรือ “blueprint” ที่ผ่านการทดสอบแล้ว ซึ่งประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสม เพื่อประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากให้แก่ลูกค้าและพันธมิตร โดย Solution Blocks เหล่านี้จะช่วยให้ง่ายต่อการผสานแอพพลิเคชั่นระดับกลางที่เป็นที่นิยมส่วนใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย Microsoft? Exchange Server, Microsoft SQL Server, Oracle? JD Edwards EnterpriseOne, OracleEVA Dynamic Capacity Management E-Business Suite, VMware ESX Server และ HP PolyServe Scalable NAS

ระบบ Simple SAN Connection รุ่นใหม่
นอกจากนี้ ในวันนี้เอชพีขอแนะนำพอร์ทโฟลิโอ HP StorageWorks 8 Gb Simple SAN Connection สำหรับลูกค้าที่ต้องการจะติดตั้งระบบ SAN ใหม่ ระบบนี้มีเทคโนโลยี Fibre Channel (FC) รุ่นล่าสุด เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับ Disk Array รุ่น EVA4400 โดยเฉพาะ โดยมีราคาเท่ากับระบบเชื่อมต่อรุ่น 4Gb FC

พอร์ทโฟลิโอ Simple SAN Connection ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การบริหารระบบทำได้ง่ายขึ้น มีสวิชต์ขนาด 8 กิกะไบต์จำนวน 20 พอร์ท และมีโฮสต์บัสอะแดปเตอร์ (HBA) PCI Express FC จำนวนหนึ่งชุด โดยที่ HBA ขนาด 8 กิกะไบต์ แบบพอร์ทเดียวมีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงกว่า HBA ขนาด 4 กิกะไบต์ถึงสองเท่า และยังมีคุณสมบัติใหม่ที่รองรับการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นและระบบบริหารพลังงานที่มีความยืดหยุ่นได้อีกด้วย

ราคาและการวางจำหน่าย
HP StorageWorks EVA4400 เริ่มจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท(5)

คุณสมบัติเฉพาะที่มีอยู่ในโซลูชั่น EVA4400 คือซอฟต์แวร์ HP SmartStart ที่ช่วยให้ลูกค้าเซ็ตอัพและทำคอนฟิกกูเรชั่นตัวแปรของระบบได้โดยง่าย โดยลูกค้าสามารถลงมือปฏิบัติเองโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ลูกค้าก็สามารถติดต่อให้ทีม HP Service มาช่วยติดตั้งระบบให้ได้ด้วยเช่นกัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ HP EVA4400 ได้ที่ www.hp.com/go/EVA4400

ข้อมูลเกี่ยวกับเอชพี
เอชพีมุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย สำหรับลูกค้าในทุกระดับ นับตั้งแต่ผู้บริโภคระดับคอนซูเมอร์ไปจนถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ด้วยสายผลิตภัณฑ์ซึ่งครอบคลุมถึงด้านโซลูชั่นภาพและการพิมพ์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซอฟต์แวร์ บริการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทำให้เอชพีเป็นหนึ่งในบริษัทด้านไอทีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ณ วันที่ 31 มกราคม 2551 เอชพีมีรายได้รวมนับจาก 4 ไตรมาสทั้งสิ้น 107.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี (NYSE, Nasdaq: HPQ) สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.hp.com