ราคาวัตถุดิบเหล็กที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนี้ ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตเหล็กทุกชนิด ซึ่งเมื่อรวมต้นทุนอื่นๆ เช่น ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ที่ผ่านมาต้นทุนการผลิตเหล็กโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ตั้งแต่ต้นปี และยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดลง สังเกตได้จากราคาเหล็กสำหรับก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้าง เป็นต้น ซึ่งดัชนีราคาในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นเหตุให้มีกระแสข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาปรับขึ้นราคาแนะนำสินค้าเหล็กเส้นเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 7 บาท ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับขึ้นไปกิโลกรัมละ 1.50 บาทแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ แต่จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณแน่ชัดว่าจะมีการอนุมัติปรับขึ้นราคาหรือไม่ และจะปรับแค่ไหน เมื่อไร เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการบางรายอาจเห็นช่องทางการเก็งกำไรจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยการสต็อคสินค้าไว้ ส่งผลกระทบให้อุปทานเหล็กในประเทศอยู่ในสภาวะตึงตัว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ถึงผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
• จากกระแสข่าวการปรับขึ้นราคาเหล็กดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาเหล็กเส้นที่มีความสำคัญอย่างมากในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งแม้จะยังไม่ได้มีการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคา แต่ก็อาจจะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาทำให้ร้านค้ามีแนวโน้มจะกักตุนสินค้าเพื่อรอขายในช่วงที่ราคาขึ้นได้ ทำให้ปริมาณสินค้าเหล็กในประเทศตึงตัวและจะกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างตามมา โดยเฉพาะหลังจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจีน ทำให้คาดกันว่าอุปสงค์ในตลาดโลกจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก ประกอบกับทิศทางราคาเชื้อเพลิงในการผลิตและขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ราคาเหล็กในตลาดโลกมีโอกาสขยับสูงขึ้นไปอีกจากราคาปัจจุบัน ซึ่งจะกระทบกับผู้ผลิตเหล็กไทยที่อยู่ในระดับผู้ผลิตขั้นกลางและขั้นปลายที่ต้องนำเข้าเหล็กกึ่งวัตถุดิบมาใช้ในการผลิต ความกังวลดังกล่าวยิ่งเสริมให้มีความคาดหมายมากยิ่งขึ้นว่ากระทรวงพาณิชย์อาจจะอนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคาเหล็กในเร็ววัน ทำให้ร้านค้ามีแนวโน้มที่อาจจะกักตุนหรือสต็อคสินค้าเหล็กมากขึ้น
• ซึ่งถ้าหากกระทรวงพาณิชย์มีการอนุมัติปรับขึ้นราคาแนะนำสินค้าเหล็กแล้ว คาดว่าปัญหาอุปทานเหล็กในประเทศตึงตัวในขณะนี้อาจจะคลี่คลายลง เนื่องจากผู้ประกอบการที่สต็อคสินค้าไว้คงจะปล่อยให้สินค้าออกมาสู่ตลาดมากขึ้น ทว่าการปรับขึ้นราคาไม่สามารถทำได้โดยง่ายเนื่องจากจะกระทบโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจต่อเนื่องเช่นธุรกิจก่อสร้างในทันที จึงต้องมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยประเมินสถานการณ์เหล็กร่วมกันกับภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมถูกต้องที่สุด
• ทั้งนี้ผลที่จะตามมาภายหลังการอนุมัติขึ้นราคาเหล็ก คือ ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น อาจมีผลทำให้ธุรกิจบางรายมีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดทุนและบางรายอาจปิดกิจการ ซึ่งแนวทางหนึ่งที่จะบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ คือ การวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้เหล็กให้สอดคล้องกันตลอดปี และมีการกระจายการผลิตและก่อสร้างเพื่อให้มีอุปสงค์การใช้เหล็กสม่ำเสมอตลอดปีไม่กระจุกอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง มิฉะนั้นแล้วหากความต้องการใช้เหล็กเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่อุปทานปรับตามได้ไม่ทันก็จะกระตุ้นให้เหล็กในประเทศอาจขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้นอีกได้ การขาดแคลนวัตถุดิบก่อสร้างหลักอย่างเช่นเหล็กยังจะส่งผลกระทบต่องานโครงการก่อสร้างของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่ความต้องการใช้เหล็กมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมากในระยะข้างหน้า หลังจากที่เมื่อเร็วๆนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 โดยจัดทำเป็นงบประมาณขาดดุล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นงบที่จัดสรรเพื่อเร่งลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ ทำให้ในช่วง 1-2 ปีนี้จะมีโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากรัฐบาลไม่มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาอุปทานเหล็กในประเทศ อาจส่งผลให้การดำเนินการตามโครงการต่างๆถูกกระทบได้ รวมทั้งส่งผลต่อการลงทุนโดยรวมในประเทศที่ต่อเนื่องจากโครงการดังกล่าว
