"โทรุ ฮาชิโมโต" พ่อเมืองพยศเจ้าของแนวคิด "มหานครโอซากา"

ชาวเมืองโอซากาจะลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้ เพื่อจัดตั้ง “มหานครโอซากา” ซึ่งเป็นแนวคิดของนายโทรุ ฮาชิโมโต ผู้ซึ่งประกาศว่าจะเลิกเล่นการเมืองหากพ่ายแพ้การลงประชามติในวันนี้ ถึงแม้นายฮาชิโมโตจะเป็นนักการเมืองที่ “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” แต่เขาคือหนึ่งในชาวญี่ปุ่นที่มีชีวิตที่เติบโต “จากดินสู่ดาว” จนเป็นนักการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในญี่ปุ่น 
 
โทรุ ฮาชิโมโต เกิดที่กรุงโตเกียว ในครอบครัวชนชั้นต่ำที่สุดของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “บุระคุมิน” โดยพ่อของเขายังเกี่ยวข้องกับแก็งค์ยากูซ่าจนต้องฆ่าตัวตายตั้งแต่เขายังเรียนชั้นประถม
 
“บุระคุมิน” คือ ชนชั้นต่ำตามจารีตของญี่ปุ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่โบราณ เปรียบเทียบได้กับกลุ่มจัณฑาลของอินเดีย พวกเขาเป็นกลุ่มที่ทำงานต่ำต้อย เช่น ฆ่าสัตว์ เก็บขยะ กรรมกร หรือเกี่ยวข้องกับแก๊งค์ยากูซ่า ถึงแม้กฎหมายสมัยใหม่ของญี่ปุ่นจะรับรองว่าทุกคนเท่าเทียมกัน แต่บุระคุมินก็ไม่ได้รับการยอมรับจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จนต้องแยกตัวอยู่เป็นเอกเทศ และชาวญี่ปุ่นสามารถแยกแยะได้ว่า ใครมีพื้นเพมาจากบุระคุมินโดยอ่านจากนามสกุล นี่เป็นสาเหตุให้แม่ของเขาเปลี่ยนนามสกุลจาก “ฮาชิชิตะ” มาเป็น “ฮาชิโมโต” เพื่อลบร่องรอยต้นกำเนิดอันต่ำต้อย
 
ชีวิตอันขมขื่นทำให้แม่ของฮาชิโมโตอพยพมาตั้งรกรากใหม่ที่เมืองโอซากา ฮาชิโมโตเข้าเรียนในโรงเรียนท้องถิ่นและเติบโตขึ้นอย่างยากลำบาก เขาใช้ความพยายามถึง 3 ปีจนสามารถสอบเข้าเรียนในคณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยวาเซดะ สถานศึกษาชั้นนำของญี่ปุ่น และสอบได้เป็นเนติบัณฑิตในเวลาต่อมาด้วย 
 

 
การจบการศึกษาชั้นสูงได้เปลี่ยนฮาชิโมโตจากดินให้เป็นดาว เขากลายเป็นทนายความหนุ่มอนาคตไกล ชื่อเสียงของเขาโด่งดังยิ่งขึ้นเมื่อเขามีโอกาสเป็นแขกรับเชิญเพื่อให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมายในรายการโทรทัศน์ชื่อดังของทีวีอาซาฮีและนิปปอนทีวี
 
ชื่อเสียงของฮาชิโมโตผลักดันให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดโอซากาเมื่อปี 2007 และได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าฯที่อายุน้อยที่สุด และถูกจับตาในฐานะนักการเมืองดาวรุ่งที่อาจก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติในประเทศญี่ปุ่นได้
 
อย่างไรก็ตาม นายฮาชิโมโตได้ผลักดันนโยบายที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หลายอย่าง เช่น ประกาศภาวะฉุกเฉินทางการเงินเพื่อลดงบประมาณ สั่งให้ครูทุกโรงเรียนต้องยืนตรงเคารพเพลงชาติ แต่นโยบายที่ฮือฮามากที่สุด คือการสั่งห้ามข้าราชการมีรอยสักบนร่างกายทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น และขู่ที่จะพิจารณางดเลื่อนขั้นหรือไล่ออกหากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดมีรอยสัก นโยบายนี้ถูกต่อต้านอย่างมากว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่นายฮาชิโมโตกลับตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีสิทธิส่วนตัว”
 
นายฮาชิโมโตเป็นนักการเมืองที่มี “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่างฮาซาฮี ชิมบุน เคยวิจารณ์ว่า นายฮาชิโมโต “มีปมด้อย” จากที่พ่อของเขาเป็นพวกบุระคุมิน นายฮาชิโมโตเดือดดาลถึงขั้นประณามให้ฮาซาฮี ชิมบุนล้มละลายในเร็ววัน ท้ายที่สุด ศาลได้ตัดสินว่าบทความของฮาซาฮี ชิมบุนละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้บรรณาธิการต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
 
ในปี 2011 ฮาชิโมโตจัดตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง ชื่อว่า “วัน โอซากา” และลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อลงสมัครตำแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งมีอำนาจมากกว่าสำหรับเมืองใหญ่ที่มีพลเมืองหลายล้านคนอย่างโอซากา และเขาก็ได้รับเลือกตั้งตามความคาดหมาย
 

 
หลังจากนั้น ฮาชิโมโตก้าวสู่การเมืองระดับชาติด้วยการจัดตั้งพรรค “ฟื้นฟูญี่ปุ่น” ร่วมกับนักการเมืองสุดขั้วอีกคนหนึ่ง คือ นายชินทาโร่ อิชิฮาระ อดีตผู้ว่าฯกรุงโตเกียว ผู้ซึ่งเคยประกาศจะระดมเงินบริจาคซื้อเกาะเซ็นกากุ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทกับประเทศจีน พรรคการเมืองแนวชาตินิยมของทั้งคู่สามารถนำพา สส. เข้าสู่สภาได้ถึง 53 คน กลายเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น
 
ในการเลือกตั้งทุกครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา โอซากาเป็นพื้นที่ไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่พรรครัฐบาลไม่สามารถช่วงชิงชัยชนะได้ โดยพรรคของนายฮาชิโมโตครองเสียงข้างมากในสภาท้องถิ่นทั้งของจังหวัดโอซากาและเทศบาลเมืองโอซากา ทำให้ข้อเสนอจัดตั้งมหานครโอซากาผ่านความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น จนมาถึงวันลงประชามติชี้ชะตาในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ซึ่งนับเป็นการลงประชามติ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการปกครองครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของญี่ปุ่น และนายฮาชิโมโตวางเดิมพันหมดหน้าตัก ด้วยการประกาศว่า จะเลิกเล่นการเมืองหากพ่ายแพ้การลงประชามติในวันนี้
 
หลังยุคสงคราม ถึงแม้ญี่ปุ่นจะพัฒนาชาติอย่างรุดหน้า แต่ลึกๆแล้วชาวญี่ปุ่นยังคงดิ้นรนให้พ้นความรู้สึกของการเป็น ” ผู้แพ้ ” คนที่มีจากภูมิหลังจากชนชั้นล่างที่สุดของสังคมอย่าง โทรุ ฮาชิโมโต รู้เรื่องนี้ดี จึงได้ “ปลุกตะกอนใต้จิตสำนึก” ของชาวญี่ปุ่น มาสร้างเส้นทางการเมืองของตัวเองจนประสบความสำเร็จ