คนใช้โทรฯ มือถืออย่างเดียวแทน

ถึงแม้ว่าบริการโทรตามบ้านในอเมริกาจะมีผู้ให้บริการในท้องที่แต่ละแห่งมากกว่าหนึ่งราย และยังให้บริการอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งบริการอย่างดี เนื่องจากการแข่งขันสูง แต่ปรากฏว่าความนิยมในโทรศัพท์มือถือทำให้คนจำนวนมากเริ่มใช้แต่มือถืออย่างเดียว และเลิกสายบ้านหรือ landline แม้แต่ในเมืองเล็กๆ อย่าง ซูกซ์ ซิตี้ ในรัฐไอโอวา

ผู้ใช้บอกว่า การใช้โทรศัพท์มือถือมีความยืดหยุ่นกว่า ที่เคลื่อนไหวไปไหนก็ได้ โดยไม่ต้องอยู่บ้านรอโทรศัพท์

ที่อเมริกา อัตราค่าโทรศัพท์มือถือเริ่มต้นที่ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ คือราว 19 ดอลลาร์ หรือแปดร้อยบาทโดยเฉลี่ย และคิดค่าบริการสองทาง คือทั้งการโทรออกและรับโทรเข้า ซึ่งทำให้ค่าโทรศัพท์มือถือพุ่งสูงมาก แต่ก็มีหลายบริษัทเสนอแพ็กเกจแบบโทรไม่จำกัด ในราคาเดือนละ 99 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นทางออกที่ดี และส่วนใหญ่การโทรทางไกลคิดราคาเท่าเดิม หรือเพิ่มไม่มาก

ขณะที่บริการโทรบ้านนั้นเฉลี่ยเริ่มต้นที่ราว 5 ดอลลาร์ต่อเดือน และคิดค่าบริการโทรท้องถิ่นเฉลี่ย 10 เซ็นต์ต่อครั้ง ค่าบริการโทรเข้ามือถือหรือทางไกลคิดตามพื้นที่ แต่ถ้าซื้อแพ็กเกจที่เฉลี่ยราว 40 ดอลลาร์ต่อเดือน อาจโทรทางไกลทั่วประเทศได้ในอัตรา 5-10 เซ็นต์ การโทรศัพท์เข้าตามบ้าน รับสายฟรี และโทรได้ไม่จำกัดเวลา เหมือนระบบทั่วไปรวมถึงที่เมืองไทย

แม้ว่าจะมีบริการโอนสายเข้าเบอร์บ้าน หรือ Call forwarding สำหรับคนที่รับสายเข้า เพื่อลดค่าใช้มือถือ แต่ผู้ใช้ก็ยังเลือกใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเดียว ถ้าพวกเขามีทางเลือกในการใช้แคมเปญหรือแผนโปรโมชั่นราคาถูก และถ้าระบบสัญญาณในพื้นที่ดีพอ

บางคนยังเก็บสายบ้านไว้ แต่ไม่ได้แจกเบอร์ให้ใคร เพียงใช้แค่ต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น มีแนวโน้มว่าคนหนุ่มสาวจะถืออย่างเดียวเพิ่มขึ้น คิดเป็นอัตราส่วน 14 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบ้านที่มีครอบครัว ก็ลดเสียงริงดังไม่หยุดในบ้านได้ ด้วยการที่ต่างคนต่างใช้มือถือของตัวเอง

มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสหรัฐอเมริกาที่มีพลเมือง 400 ล้านเศษ อยู่ที่ 160 ล้านในปี 2004 โดยคาดว่ามีผู้ใช้ประมาณ 7.5 ล้านคนที่ถือมือถืออย่างเดียว

มือถือยังได้รับความนิยมสูงขึ้นด้วยฟังก์ชันช่วยใช้งานของเครื่อง เช่น การฟังเพลง ถ่ายรูป จดบันทึก และการเก็บเบอร์โทรศัพท์ได้จำนวนมาก

บริษัทที่เคยให้บริการโทรศัพท์บ้าน เช่น คิวเวสท์ ที่เป็นผู้บริการรายใหญ่ในเมืองเล็กอย่างซูกซ์ ซิตี้ ตอนนี้เริ่มหันมาทำโทรศัพท์มือถือ เป็นการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ด้วยการให้บริการแคมเปญแบบจ่ายเหมาะทั้งครอบครัวที่ประมาณ 65 ดอลลาร์ เป็นรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน