จนถึงวันนี้บริษัทของผมเปิดมาได้เกือบจะ 2 ปีแล้ว ทำให้เจอกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่ที่พอใจก็คือ เวลามีปัญหา ทุกคนก็จะร่วมกันหาทางแก้ไขได้ทุกครั้ง ผมบริหารงานแบบเป็นกันเอง ทุกคนในบริษัทสามารถเข้ามาหาผมได้ตลอด ไม่ว่าปัญหาเรื่องไหนก็สามารถเดินเข้ามาคุยได้ถึงตัวเลย
ผมชอบทำงานแบบมีความสุข คือจะคร่ำเคร่งกับงานแต่จะไม่มานั่งเคร่งเครียด เวลาประชุมก็จะเป็นบรรยากาศแบบสบายๆ สามารถนำอาหารเข้ามาได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเครียดก็จะพยายามสร้างบรรยากาศให้เป็นความสนุกสนานแทน
เนื่องจากเป็นบริษัทที่ทำทางด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ ผมจึงบริหารทั้งแบบ On floor และ Outdoor ซึ่ง On floor ในที่นี้หมายถึงการที่ผมจะเดินไปตามแผนกต่างๆ เพื่อรับฟังปัญหาในแต่ละแผนก เป็นการสร้างความคุ้นเคยและเป็นกันเองกับพนักงานในบริษัท
ส่วนการบริหารแบบ Outdoor หมายถึง การลงไปดูงานในสถานที่ปฏิบัติจริง เช่น เสาร์ อาทิตย์ ก็ไปดูอัดรายการที่สตูดิโอ ซึ่งผมก็จะได้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหา และเตรียมการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ถ้าวันไหนผมไม่ว่าง ก็จะมีน้ำนิ่ง (ไอยคุปต์ กฤตบุญญาลัย) เป็นคนไปคุมการถ่ายรายการตลอด บางทีเลิกดึกมากๆ ก็พาไปเลี้ยงข้าวบ้างให้หายเหนื่อย ไม่มีคำว่านายและลูกน้อง แต่จะเป็นการร่วมโต๊ะทานข้าวระหว่างพี่กับน้องเท่านั้น ซึ่งเป็นการใกล้ชิดกับทุกฝ่าย และทุกคนก็ให้ใจกับเรา
แต่ผมก็ยอมรับว่า ด้วยความที่บริษัทมีหลายบริษัทลูก ซึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อให้ครอบคลุมงานหลายๆ ด้าน ทำให้ไม่สามารถเจาะลึกลงไปในทุกรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตามจะมีคนรายงานตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะเรื่องระบบบัญชีการเงิน จะมีคนคอยสอดส่องดูแลใกล้ชิดให้อย่างดี และรายงานที่ผมตลอด ทำให้หายห่วงไปได้มาก
บริษัทของผมทำเกี่ยวกับเอนเตอร์เทนเมนต์ งานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการตลาดคือการรับฟัง และการประชาสัมพันธ์คือการส่งข้อมูล การรับฟังคือการได้รับรู้แนวโน้ม ความคิด และความต้องการของผู้บริโภคสินค้าของบริษัท
สำหรับการประชาสัมพันธ์ คือการเปิดเผยทุกอย่างให้โปร่งใส และเป็นการให้ผู้บริโภครับรู้บริการและสินค้าต่างๆ ที่บริษัทมี คิดว่าจำเป็นมากสำหรับอนาคต เพราะต่อไปการเข้าถึงความคิดและความต้องการของมวลชนกลุ่มใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ ทุกอย่างเปิดเผยมากขึ้น เช่นเรื่องการเมือง หรือเรื่องสินค้าและบริการต่างๆ ผู้บริโภคก็สามารถร้องเรียนได้ตลอด ดังนั้นการสร้างภาพลักษณ์จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ผมจึงคิดว่าน่าจะดี หากเราสามารถครอบคลุมการให้บริการในด้านนี้ได้
ซึ่งงานด้านนี้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ค่อนข้างมาก ต้องทำให้เป็นที่ยอมรับ ผมเองชอบการคิดแบบไม่มีกรอบ ดังนั้นเวลาคิดอะไร ก็จะสุดๆ เสมอ ซึ่งเราสามารถปรับให้ลดลงได้ง่ายกว่าเพิ่ม หลายอย่างที่บริษัทผมทำจึงได้รับความสนใจมากอยู่เสมอ และนั่นก็ถือว่าเป็นข้อดี เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไฟแรง ความกล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น ถือเป็นความประทับใจอันดับแรกๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
ในทางตรงกันข้ามสำหรับการบริหารบริษัท ผมจะสร้างกรอบเพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางในการดำเนินงานของบริษัท และบุคลากรในบริษัทให้เดินไปสู่จุดหมายเดียวกัน
ทุกวันนี้มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือ โอกาสที่จะเจริญเติบโต และอุปสรรคที่จะต้องแก้ไข สิ่งที่สำคัญในการเตรียมพร้อมที่จะพบกับอุปสรรคต่างๆ ก็คือ การดูแลตัวเองให้พร้อม ทั้งร่างกายและจิตใจ ผมจึงพยายามไม่เครียด เวลาว่างระหว่างเวลางานก็พักเล่นเกมคอมพิวเตอร์บ้าง ส่วนเวลาหลังเลิกงานแล้วผมก็ไปเล่นกีฬาให้สม่ำเสมอ แล้วยังมีงานอดิเรกอื่นๆ เช่น การเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ ก็ดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่เที่ยวกลางคืน อาหารก็พยายามทานผักมากขึ้น ทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง จากน้ำอัดลมที่เคยดื่มวันละหลายๆ กระป๋องก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำผลไม้แทน คิดว่าช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย
ถึงแม้ตำแหน่งจะเป็นประธานบริษัท แต่ในประสบการณ์การทำงานสำหรับผม ก็ถือว่าเพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานเท่านั้น คงมีอะไรอีกหลายอย่างให้เรียนรู้ต่อไปในอนาคต แต่ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าทำวันนี้ให้ดีที่สุด สร้างพื้นฐานและรากฐานให้ดีที่สุด โอกาสที่จะก้าวต่อไปในภายภาคหน้าก็จะมีผลลัพธ์ไปในทางที่ถูกมากกว่าผิดแน่นอน
——————————————————————–
พานทองแท้ ชินวัตร
หนึ่งใน Top 10 Young Executives ที่ถูกโหวตโดยผู้อ่าน POSITIONING เมื่อเดือนธันวาคม 2547 นอกเหนือจากเพราะตำแหน่งทางการเมืองของผู้เป็นพ่อ เขาเป็นนักธุรกิจที่ถูกจับตามองอย่างมาก หลังจากลงขันร่วมกับเพื่อนเปิดบริษัททำธุรกิจหลายอย่าง มีตั้งแต่ร้านถ่ายรูป She @ Mood (Shoot At me) โดยชั้นล่างเปิดเป็นร้านกาแฟ อินเทอร์เน็ต ชื่อ Cafeinn ที่สยามสแควร์ ซอย 2 เปิดบริษัท มาสเตอร์โฟน จำกัด นำเข้าและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือระดับไฮเอนด์ และบริษัท How come Entertainment จำกัด ที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ และประธานบริหาร เป็นบริษัทสายบันเทิง รวมทั้งธุรกิจโฆษณาในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สื่อโฆษณาตัวใหม่ที่กำลังเป็นที่น่าจับตาในตอนนี้



