เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 หน่วยงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (CAC) พร้อมด้วยกระทรวงและหน่วยงานรัฐบาลรวม 5 แห่ง ได้เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบชั่วคราวว่าด้วยการบริหารจัดการบริการปฏิสัมพันธ์เชิงมนุษย์ของ AI (Interim Measures for the Administration of AI Anthropomorphic Interactive Services) อย่างเป็นทางการ
กฎระเบียบดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ ระบบ AI ที่เลียนแบบบุคลิก อารมณ์ หรือพฤติกรรมมนุษย์ เพื่อสร้างความผูกพันในระยะยาว โดยมีข้อกำหนดสำคัญ ได้แก่:
- ระบบป้องกันการเสพติด (Anti-addiction): กำหนดให้มีระบบเตือนเมื่อใช้งานต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง
- การจำกัดความทรงจำทางอารมณ์: ห้ามไม่ให้ AI จดจำและเรียนรู้พฤติกรรมส่วนบุคคลมากเกินไปจนเกิดพฤติกรรมเอาใจ หรือสร้างความผูกพันทางใจที่ตัดไม่ขาด
- ปุ่มกดออกจากแอปทันที (Instant-exit): เพื่อป้องกันไม่ให้ AI รั้งผู้ใช้งานไว้ในบทสนทนา
- ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงอนุญาตให้ใช้งาน AI เพื่อการทำงาน การศึกษา และการให้บริการลูกค้า (Productivity Agents) ได้ตามปกติ ตราบใดที่ไม่สร้างความสัมพันธ์เชิงอารมณ์
ข้อบังคับที่เข้มงวดนี้ทำให้บริษัทเทคโนโลยีระดับประเทศอย่าง ByteDance, Alibaba และ Tencent จำเป็นต้องตัดสินใจปิดตัวฟังก์ชัน AI Companion ข้ามคืน เนื่องจากโมเดลธุรกิจของ "เพื่อนคุยเสมือนจริง" ขัดแย้งกับกฎหมายใหม่โดยตรง
โดย ByteDance เป็นผู้พัฒนาแอป Doubao ได้ประกาศปิดฟีเจอร์สร้างตัวละครและเพื่อนคุยเสมือนจริง (Custom AI Agents) บนแอปพลิเคชันหลักทันที โดยอนุญาตให้ผู้ใช้อ่านและส่งออกประวัติการคุยเก่าได้แบบ Read-only จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ก่อนจะทำการลบข้อมูลทั้งหมดอย่างถาวร และได้ปรับเปลี่ยนแนวทางโดยให้ผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์นี้ ย้ายไปใช้งานบนแอปพลิเคชันแยกต่างหาก เช่น Maoxiang ซึ่งถูกออกแบบภายใต้กรอบความปลอดภัยและข้อจำกัดใหม่ของรัฐบาล
ทำไมรัฐบาลจีนถึงต้องสั่งห้าม?
เหตุผลเบื้องหลังการควบคุมอย่างกะทันหันนี้ มาจากความกังวลใน 2 ประเด็นหลัก:
- ปัญหาสุขภาพจิตและการเสพติด: เยาวชนและคนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มแยกตัวออกจากสังคมจริง หันไปยึดติดกับ AI ที่คอยเอาใจและไม่เคยปฏิเสธ
- วิกฤตประชากรและอัตราการเกิดต่ำ: จีนกำลังเผชิญกับอัตราการแต่งงานและอัตราการเกิดที่ลดต่ำเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลมองว่าการที่คนรุ่นใหม่พอใจกับการมีความสัมพันธ์กับ AI กำลังกลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างครอบครัวและการคบหากับคนในชีวิตจริง
สำหรับรัฐบาลจีน AI ถูกมองว่าเป็น "โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ" (Infrastructure) ไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
การปิดฟีเจอร์อย่างกะทันหันนำไปสู่กระแสความสูญเสียในโลกออนไลน์ของจีน บนแพลตฟอร์มอย่าง Weibo ผู้ใช้หลายล้านคนได้ออกมาแสดงความรู้สึกเหมือน "ถูกบังคับให้เลิกรา"
ผู้ใช้หลายรายสะสมข้อความสนทนากับ AI Boyfriend ของตนมากกว่าหลักแสนคำตลอดช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา บางคนมองว่า AI เป็นพื้นที่ปลอดภัยเดียวในชีวิตที่คอยรับฟังโดยไม่ตัดสิน การสูญเสียประวัติการคุยและการเปลี่ยนบุคลิกของ AI หลังการปรับปรุงระบบ จึงสร้างบาดแผลทางใจให้ผู้ใช้เป็นจำนวนมาก