Digital

สวรรค์คนรักหนังสือ 22 หอสมุดที่ดังที่สุดในโลก

รู้จักหอสมุด 22 แห่งทั่วโลก ที่บางแห่งออกแบบอย่างวิจิตรตระการตา บางแห่งร่วมสมัยและสะท้อนช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง ส่วนหอสมุดบางแห่งก็ยังเน้นหน้าที่ของการเป็นห้องสมุดอย่างแท้จริง ด้วยการการเก็บรักษาหนังสือที่สำคัญ

open_l

แห่งทั่วโลก ที่บางแห่งออกแบบอย่างวิจิตรตระการตา บางแห่งร่วมสมัยและสะท้อนช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง ส่วนหอสมุดบางแห่งก็ยังเน้นหน้าที่ของการเป็นห้องสมุดอย่างแท้จริง ด้วยการเก็บรักษาหนังสือที่สำคัญ 

แม้เทคโนโลยีจะทำให้คนใช้เวลากับหน้าจอมากยิ่งขึ้น แต่หนังสือก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตต่อไป คนจำนวนไม่น้อยยังคงยืนยันที่จะ “อ่าน” จากหน้ากระดาษเท่านั้น 

ซึ่งสำหรับคนเหล่านี้ห้องสมุดยังคงเป็นสถานที่สำคัญ และห้องสมุด 22 แห่งทั่วโลกเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นดินแดนที่คนรักการอ่านทุกคน ได้ลองไปเยือนดูสักครั้งในชีวิต

“หอสมุดสตราฮาฟ” ปราก ประเทศเช็กเกีย

1c_l

Maciej Bledowski/Shutterstock.com หอสมุดที่ว่ากันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งที่อยู่ปราก ณ ปราสาทคลีเมนเทียม ซึ่งห้องสมุดประกอบไปด้วย 2 ห้องโถงใหญ่ ทั้งในส่วนของหอสมุดศาสนศาสตร์ และปรัชญา เป็นอาคารที่สร้างอย่างสวยงามมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18  ซึ่งนอกจากหนังสือมากมายแล้ว สตราฮาฟ ยังมีทั้งเอกสารเก่าแก่, จิตรกรรมฝาผนังที่เลอค่า, ลูกโลกโบราณ และสถาบัตยกรรมมากมาย เรียกว่านอกจากหนังสือกับเอกสารต่างๆ ตัวห้องสมุดเองก็สะสมความรู้ และประวัติศาสตร์เอาไว้ไม่น้อย

“หอสมุดนครสตุ๊ตการ์ท” เยอรมัน

2g_l

Flickr/jwltr freiburg อาคารทรงลูกบาศก์ ที่ออกแบบโดยได้รับอิทธิพลจากวิหารแพนธีออนของโรมัน ส่วนด้านในก็ออกแบบด้วยแนวคิดเดียวกัน ทั้งห้องจึงเป็นสีขาวล้วนที่ดูสว่างเจิดจ้า จนสีอื่นที่แทรกเข้ามาก็คือสีของหนังสือในหอสมุดนั่นเอง

“ห้องทรงพระอักษรพระราชวงศ์โปรตุเกส” ริโอ เดอ จาเนโร บราซิล

3b_l

Photo by Mario Tama/Getty Images หอสมุดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่บราซิลยังอยู่ใต้การปกครองของโปรตุเกส มีหนังสือเก่าแก่เก็บเอาไว้ถึง 350,000 เล่ม นับว่าเป็นหอสมุดที่เก็บหนังสือภาษาโปรตุเกสมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการออกแบบสไตล์ “นีโอ-มานูเอลไลน์” ที่ว่ากันว่าเป็นต้นแบบของศิลปะ และสถาปัตยกรรมสไตล์ “โกธิค-เรเนซองส์” ที่เกิดขึ้นในช่วงรุ่งเรืองของโปรตุเกสนั่นเอง สำหรับหนังสือในหอสมุดส่วนใหญ่เป็นหนังสือเก่าแก่ และหายาก หลายเล่มจัดทำขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16

“ห้องสมุด จอร์จ พี บอดี” บัลติมอร์ แมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา

4usa_l

Via Wikimedia Commons มหาเศรษฐี “จอร์จ พี บอดี” ได้ชื่อว่าเป็น “บิดา” แห่งการทำงานการกุศลของสังคมอเมริกาในยุค 1800s ซึ่งก็รวมถึงการสร้างหอสมุดใหญ่ให้กับชาวบัลติมอร์เพื่อเป็นการตอบแทน “น้ำจิตน้ำใจ” ที่ พี บอดี รู้สึกว่าเขาได้รับจากคนที่นี่ด้วย หอสมุดใหญ่แห่งนี้ออกแบบโดยเน้นโถงใหญ่ ที่มีเพดาลสูง หนังสือบรรจุอยู่ในชั้นบนระเบียงเหล็ก 5 ชั้น ดูสวยงามยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางวันที่หอสมุดสว่างไปด้วยแสงแดดจากธรรมชาติ

“หอสมุดประชาชน นิวยอร์ก” นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

5ny_l

cla78/iStock บรรจุหนังสือ และเอกสารถึง 53 ล้านเล่ม นี่คือหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ตัวอาคารสไตล์สถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์ของหอสมุดแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างด้วยหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาด้วย หอสมุดประชาชนแห่งมหานครนิวยอร์ก มีความใหญ่โตขนาดเมืองย่อมๆ ด้วยความกว้าง 297 x 87 ฟุต ที่กินพื้นที่ประมาณ 2 บล็อกเลยทีเดียว และมีโต๊ะไม้โอ๊กยาวเหยียดถึง 42 ตัวไว้รับรองผู้ใช้บริการ

“หอสมุดพระราชวงศ์แห่งโคเปนเฮเกน” เดนมาร์ก

6den_l

gameover2012/iStock หอสมุดใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 1999 ที่ผ่านมา และมีฉายาว่า “เพชรสีดำ” จากการใช้หินแกรนิตสีดำเป็นส่วนประกอบหลัก กับการออกแบบให้มีเหลี่ยมมุมแบบเพชร อาคารออกแบบเป็นโถงขนาดใหญ่ เน้นกระจกเป็นส่วนประกอบสำคัญ จนกลายเป็นการจัดแสงที่สวยงาม ทำให้สภาพแวดล้อมของหอสมุดแห่งนี้ดูน่าชมเป็นอย่างยิ่ง

“หอสมุดประชาชนบอสตัน” แมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

7boston_l

Julien Hautcoeur/Shutterstock หอสมุดใหญ่ที่มีหนังสือ และเอกสารถึง 23 ล้านเล่ม จนกลายเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา สำหรับการออกแบบนั้น หอสมุดประชาชนบอสตัน โดดเด่นที่ลานกว้าง ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมของอิตาลี ทางเข้าเป็นโถงขนาดใหญ่ และมีห้องอ่านหนังสือที่ชื่อว่า “เบตส์ ฮอลล์” เอาไว้รองรับผู้ใช้บริการด้วย โดย โจชัว เบตส์ คือคนที่บริจาคเงินก้อนใหญ่เพื่อสร้างหอสมุดแห่งนี้ แบบแทบไม่มีข้อเรียกร้องข้อกำหนดอะไรเลย จนทำให้เกิดหอสมุดสำหรับประชาชนอย่างแท้จริง ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานได้แบบไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย

“หอสมุดประชาชน แคนซัส ซิตี้” มิสซูรี สหรัฐอเมริกา

8kansas_l

Kashif Pathan/Flickr ที่แคนซัส หอสมุดประชาชนของที่นี่เลือกที่จะเน้นความคลาสสิก และยังเชื่อมโยงกับชุมชน ด้วยการนำเสนอหนังสือแนะนำจากคนแคนซัส ที่มีทั้ง นิยายไซไฟ "Fahrenheit 451" ของ เรย์ แบรบิวรีย์ และ “To Kill a Mockingbird” วรรณกรรมประจำชาติผลงานของ ฮาร์เปอร์ ลี

“หอสมุด ดังแคน ไรซ์” อเบอร์ดีน สหราชอาณาจักร

9uk_l

douglasmack/Shutterstock หอสมุดแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน เป็นหอสมุดที่ต้องการเน้นความเป็นศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มตัว จึงเน้นโถงกลางขนาดใหญ่ และมีการออกแบบดีไซน์ที่เน้นความทันสมัยมากมาย รวมถึงการใช้เพดานโฟโตวอลเทอิก เพื่อเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังสำหรับเก็บสะสมเอาไว้ด้วย

“หอสมุดโฮเซ วาสคอนเซลอส” เม็กซิโกซิตี้

10max_l

Fickr/LWYang งานออกแบบของ อัลเบอร์โต กาลัค ให้ความสำเร็จกับโครงสร้างกระจก หนังสือราวกับลอยอยู่บนอากาศ และมีกระดูกของวาฬลอยเด่นเป็นสง่าอยู่ โดย วาสคอนเซลอส เป็นนักกิจกรรมชาวเม็กซิโก ที่ต่อสู้เพื่อความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมของประเทศ และสนับสนุนวัฒนธรรมการอ่านหนังสือในเม็กซิโกมาตลอด

“หอสมุดลี่หยาง” ปักกิ่ง จีนแผ่นดินใหญ่

11china_l

Flickr/Forgemind ArchiMedia หอสมุดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชานเมืองกรุงปักกิ่ง หอสมุดลี่หยางมีเพียงชั้นเดียว แต่ไม่เหมือนใครด้วยการแทรกตัวอยู่ในป่า ตัวอาคารสร้างจากไม้ และใช้แสงสว่างจากแดดที่ลอดซี่ไม้บนหลังคา ที่ก่อเอาไว้แบบไม่ได้แนบสนิท จนกลายเป็นความสวยงามตามธรรมชาติ พร้อมอากาศที่เย็นสบาย จากความชื้นของทะเลสาบที่อยู่ใกล้เคียง จนทำให้หอสมุดแห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลก แม้ความหรูหรายิ่งใหญ่จะสู้ใครไม่ได้ แต่หอสมุดลี่หยางก็เป็นที่สำหรับอ่านหนังสือที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ที่ใด

“หอสมุด และศูนย์วัฒนธรรมเวนเนสลา” เวนเนสลา นอร์เวย์

12norwary_l

Getty Images/View Pictures หอสมุด และศูนย์วัฒนธรรมเวนเนสลา โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สร้างให้มี “ซี่โครง” เพื่อพยุงหลังคา โดยเลียนแบบมาจากโครงกระดูกของวาฬ … “ในโครงการนี้ เราพยายามพัฒนาแนวคิดของซี่โครง เพื่อสร้างสรรค์โรงสร้างใช้สอย ที่ผสมงานไม้ กับอุปกรณ์ต่างๆ และการออกแบบภายใน”  Helen & Hard ผู้ออกแบบกล่าว

“หอสมุดประชาชนวอร์เรนซ์” เคนซัส สหรัฐอเมริกา

13law_l

Tim Griffith หอสมุดประชาชนวอร์เรนซ์เคยเป็นที่จดจำจากตึกคอนกรีตขนาดใหญ่ แต่ในปี 2014 ได้มีการปรับปรุงให้อาคารมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตอนนี้หอสมุดประชาชนวอร์เรนซ์ กลายเป็นเหมือนศูนย์รวมของชุมชนไปแล้ว ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถแบ่งให้ประชาชนเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านใน หรือด้านนอกตัวอาคาร

“หอสมุดหนังสือหายากเบเนค” นิว ฮาเวน คอนเนคติคัต สหรัฐอเมริกา

14bei_l

Flickr/Lauren Manning หอสมุดที่รวบรวมหนังสือหายาก และเป็นเหมือนหอจดหมายเหตุของหอสมุดประจำมหาวิทยาลัยเยล อาคารขนาดใหญ่แห่งนี้อุทิศพื้นที่ทั้งหมดให้กับการเก็บรักษาหนังสือหายาก และเอกสารสำคัญที่เก่าแก่ ตัวของอาคารก็เน้นความคลาสสิก ปลูกสร้างด้วยแกรนนิต, หินอ่อน และกระจก ที่ผู้ออกแบบคำนวณมาเป็นอย่างดี เพื่อให้แสงผ่านเข้ามาได้ในปริมาณที่พอเหมาะ และจะไม่ทำลายเอกสารต่างๆ ที่เก็บรักษาเอาไว้

“หอสมุดบริติช” ลอนดอน สหราชอาณาจักร

15british_l

kenny1/Shutterstock หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยหนังสือ และเอกสารต่างๆ ถึง 170 ล้านเล่ม เรียกว่ามีหนังสือทุกเล่มที่เคยออกในสหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ก็ว่าได้ แม้หอสมุดบริติชจะไม่ได้มีตัวอาคารที่โดดเด่น และน่าสนใจ แต่สิ่งที่หอสมุดเก็บรักษาเอาไว้ต่างหาก คือหัวใจสำคัญของที่นี่

“หอสมุดคองเกรซ” วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา

16dc_l

Library of Congress แรกเริ่มเดิมทีหอสมุดแห่งนี้คือที่เก็บหนังสือส่วนตัวของอดีตประธานาธิบดี โทมัส เจฟเฟอร์สัน แต่หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงให้กลายเป็นหอสมุดแห่งชาติของสหรัฐฯ ด้วยอาคารก่อสร้างในแบบอิตาเลียนเรเนซองส์คลาสสิก เช่นเดียวกับสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ในวอชิงตัน ดีซี หอสมุดคองเกรซ ได้ชื่อว่าเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก หนังสือนับล้านๆ เล่ม, แผ่นที่, สื่อบันทึกเสียง, ภาพถ่าย และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์มากมายถูกเก็บรักษาอยู่ที่นี่

“หอสมุดเอ็ดมอนต์” ออสเตรีย

17aus_l

Getty Images/Imagno ตั้งอยู่ในเขตตีเขาของเถือกเขาเอลป์ส หอสมุดเอ็ดมอนต์ เป็นหอสมุดในวัดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ตัวอาคารสร้างในแบบบาโรค โดย โจเซฟ ฮูแบร์ เป็นผู้ออกแบบ ส่วนที่สวยงามและน่าสนใจไม่แพ้กันก็คือภาพฝาผนังของศิลปิน บาร์โทโลมีโอ อัลโตมอนเต ที่แสดงถึงระดับขั้นการเรียนรู้ของมนุษยชาติจนไปถึงชั้นสัจธรรมสูงสุดแห่งชีวิต

“หอสมุดอเล็กซานเดรีย” อเล็กซานเดรีย อียิปต์

18egypt_l

GEFHunter/iStock หอสมุดอเล็กซานเดรียของดั้งเดิม ตั้งขึ้นตั้งแต่ 300 ปี ก่อนคริสต์ศักราช และได้ชื่อว่าเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในตอนนั้น และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่สุดท้ายกลับถูกทำลายลงในปี ค.ศ. 300 กระทั่งเมื่อปี 2002 จึงมีการสร้างหอสมุดอเล็กซานเดรีย เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์แห่งหอสมุด และการเรียนรู้ของมนุษยชาติ โดยออกแบบในแนวทางของสถาปัติยกรรมแบบ “สเนอเฮตตา” ตัวอาคารสร้างโดยเลียนแบบนาฬิกาแดด และกระโจม

“หอสมุดกลางซีแอตเทิล” วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

19central_l

Photo by Ron Wurzer/Getty Images เปิดเมื่อ 13 ปีก่อนนี่เอง อาคารกระจก 11 ชั้นสร้างด้วยเหล็กตั้งอยู่ในย่านเมืองของซีแอตเทิล และเป็นการนำหอสมุดดั้งเดิมมาปรับปรุงใหม่ หอสมุดกลางซีแอตเทิลยังเดินไปข้างหน้าด้วยการเน้นนำเสนอสื่ออื่นๆ ออกจากหนังสือ อย่างที่ เรม คูลฮาสส์ ผู้ออกแบบกล่าวเอาไว้ว่าเขาต้องการพัฒนาประโยชน์ใช้สอยให้กับหอสมุด”

“หอสมุดคานาซาวะ ยูมิมิราอิ” เมืองคานาซาวะ ประเทศญี่ปุ่น

20japan_l

Flickr/Forgemind ArchiMedia ตึกขนาด 3 ชั้นที่มีชื่อเล่นว่า “กล่องขนมเค้ก” ตั้งอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ที่เจาะเป็นรูสีขาว เพื่อให้แสงส่องเข้ามาในพื้นที่ ตัวอาคารสร้างเพื่อเน้นความเงียบสงบ โดยมี “ป่าหนังสือ” ล้อมอยู่รายรอบ … “นี่คือสภาพแวดล้อมที่จะทำให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำกับการอ่านหนังสือ โดยมีหนังสือมากมายที่เหมือนทรัพย์สมบัติห้อมล้อมอยู่ เป็นสิ่งที่ความสะดวกสบาย และหนังสือดิจิตอลไม่มีทางให้ได้อย่างแน่นอน” ผู้ออกแบบกล่าว

“หอสมุดวิทยาลัยทรินิตี้” ดับลิน ไอร์แลนด์

21ireland_l

VanderWolf Images/Shutterstock หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยเก่าแก่ในไอร์แลนด์ ที่มีหนังสือมากที่สุดในประเทศ ส่วนหอสมุดก็โดดเด่นด้วยห้องใหญ่ที่มีความยาวถึง 200 ฟุต จนกลายเป็นหอสมุดแบบ “ห้องเดียว” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาคารสร้างด้วยหินอ่อน กับเสาอิงไม้ บรรจุหนังสือถึง 200,000 เล่ม ที่มากจนเคยต้องมีการต่อเติมหลังคากันมาแล้ว

“หอสมุดแซงต์ เจนีเว่” ปารีส ฝรั่งเศส

22france_l

Wikipedia หอสมุดสำหรับค้นข้อมูลเพื่อการวิจัย ของนักศึกษามหาวิทยาลัยปารีส แห่งฝรั่งเศส หอสมุดแซงต์ เจนีเว่ สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19  และออกแบบโดยสถาปนิกชื่อก้อง อองรี ลาบรูสต์ ที่มีเอกลักษณ์สำคัญคือชั้นเหล็ก จน MoMA (พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่) เรียกหอสมุดแห่งนี้ว่าเป็น “วิหารแห่งความรู้ และพื้นที่แห่งฌาน” กันเลยทีเดียว

ที่มา : http://www.thisisinsider.com/best-libraries-in-the-world-2016-10?utm_content=buffer25ad6&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer#royal-portuguese-reading-room-in-rio-de-janeiro-brazil-3